วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่290😀*แสงสว่างแห่งปัญญา*มีคุณค่ามหาศาลแก่มนุษย์เรา เป็นความสว่างของใจ ที่ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่ผิดเพี้ยน เหมือนที่เราเห็นสิ่งของที่ตั้งอยู่ต่อหน้าเรา ก็รู้ว่า เป็นสิ่งนั้นๆ ปัญญา คือ แสงสว่างที่ช่วยขจัดความมืดมิด 

😀คือ อวิชชา ที่ครอบงำจิตใจของเราให้หมดสิ้นไป แสงสว่างแห่งปัญญานี้ จะบังเกิดขึ้นในใจได้ ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่ง จึงจะช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ให้พ้นจากความหลงผิด กลายเป็นผู้เข้าใจโลกและชีวิตได้อย่างถูกต้อง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่289😀*แสงสว่างจากธรรมชาติ*ตั้งแต่เช้า เราตื่นขึ้นมาดูโลก ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ทำให้เราสามารถประกอบกิจการงานต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย กลางคืนเราได้รับแสงสว่างจากดวงจันทร์ หรือดวงไฟ มาขจัดความมืดมิดในยามราตรี ทำให้ท้องฟ้างดงามพราวพร่าง ไปด้วยหมู่ดาวเปล่งแสงระยิบระยับ 

😀แสงสว่างเหล่านี้ ให้ประโยชน์มากมายต่อตัวเรา และสรรพสัตว์ ในเรื่องของการดำรงชีวิตอยู่ในโลก หากปราศจากแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หรือดวงไฟแล้ว โลกนี้ก็จะมืดมนอนธการ แสงมีคุณอนันต์ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้  เราจึงต้องรักษาสิ่งแวดล้อม&สั่งสมบุญ ทำทาน รักษาศีล สวดมนต์นั่งสมาธิ เติมบุญให้ตัวเองทุกวัน(จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่288😀*ปัญญาพิชิตปัญหา*ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสร้างบารมี เป็นเครื่องวัดกำลังใจและความสามารถของเรา บางปัญหาเราสามารถแก้ไขได้ บางปัญหาต้องอาศัยเวลา ปัญหาทุกๆปัญหามีไว้ให้แก้  ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าใช้ปัญญา ปัญหาก็หมดไป ถ้าใจสงบ ก็จะพบทางออก 

😀ใจที่สงบ ย่อมเกิดปัญญารู้แจ้ง เป็นปัญญา ความรอบรู้อันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้ตัวเราและชาวโลกหลุดพ้น การฝึกใจให้หยุดนิ่ง ทำให้เราเกิดปัญญาที่จะพิชิตปัญหา และยังแตกฉานในศาสตร์ทั้งปวง เราจะเข้าใจทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่287😀*สุดยอดคัมภีร์ใดๆในโลก*ความรู้ในพระไตรปิฎกนั้น ยิ่งศึกษายิ่งแตกฉาน ทำให้เราเข้าใจและรู้หนทางไปสู่พระนิพพานเพิ่มมากขึ้น เสมือนได้นั่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระบรมศาสดา กาย วาจา ใจของเรา จะบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลาตามพระองค์ไปด้วย 

😀เพราะฉะนั้นทุกท่าน ควรหาโอกาสมาศึกษาพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นสุดยอดของคัมภีร์ใดๆในโลก ที่จะชี้ทางสวรรค์นิพพาน ให้กับผู้ได้ศึกษาได้พบความสว่างไสวในชีวิต อย่างน้อยถือว่า เป็นการเพิ่มปัญญาบารมีให้กับตนเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่286😀*มหาสมุทรแห่งปัญญา*ความรู้ประเภทที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากอาสวกิเลสนั้น เป็นสิ่งที่ทุกท่านควรศึกษา จะได้นำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง และบังเกิดผลคือ ปฏิเวธ ความรู้ในพระไตรปิฎก เป็นมหาสมุทรแห่งปัญญา 

😀เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธองค์ เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ทรงจำคำสอนเหล่านั้น และมีการถ่ายทอดสืบๆ กันมา เป็นเวลายาวนานถึง 2,500 กว่าปีแล้ว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่285😀*มีปัญญา เหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน*เมื่อเราเกิดมาได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ได้รับการอบรมเลี้ยงดู ได้รับการศึกษา จากที่ไม่รู้เรื่องอะไร ก็ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ที่เราต้องลงทุน เสียทรัพย์สินเงินทองมากมาย เพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ให้จบปริญญา หรือจบดอกเตอร์นั้น 

😀ก็หวังว่าจะได้ปัญญา ได้ความรู้มาเป็นอุปกรณ์ในการทำมาหากิน ให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข โบราณท่านได้กล่าวไว้ว่า "มีปัญญา เหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน" เพราะปัญญาเป็นรัตนะของนรชนทั้งหลาย เราจึงจำเป็นต้องแสวงหาความรู้ใส่ตัวให้ได้มากที่สุด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่284😀*สร้างบุญดับเพลิงกิเลส*ผู้ใดปรารถนาจะไปสู่พระนิพพาน ต้องเป็นผู้ที่มีบุญมหาศาล รักในการสั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ อยู่ที่ไหนก็สามารถหาโอกาสสร้างบุญบารมี และคิดเสมอว่า จะใช้วันเวลาทุกอนุวินาทีให้มีคุณค่าสูงสุด ด้วยรู้ว่าชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย 

😀เปรียบเสมือน ผู้กำลังเดินทางไกลในถิ่นทุรกันดาร ที่เต็มไปด้วยเพลิงกิเลสคือ ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเผาลนจิตใจให้รุ่นร้อนอยู่เป็นประจำ จึงจำเป็นที่จะต้องมีเสบียง คือ บุญติดตัวไป เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่283😀*กุญแจไขสู่ความสำเร็จ*มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม? อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการร้อยรัด กระทั่งเมื่อได้ฟังพระสัทธรรม เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต 

😀จึงมุ่งหน้าแสวงหาสาระอันแท้จริง ผู้ที่หมั่นฟังธรรม ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมมามาก ตลอดทั้งทรงจำไว้ และเป็นคนช่างสังเกต เราเรียกว่า "พหูสูต" คุณสมบัติเหล่านี้ เป็นต้นทางแห่งปัญญา เป็นกุญแจไขไปสู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และจะนำไปสู่การบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่282😀*ปัญญาแก้ปัญหาทุกเรื่อง*เมื่อมีปัญหาเรื่องใดๆเกิดขึ้น ให้ใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรองเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยใจที่สงบเยือกเย็น ปัญหาทั้งหลายนั้นมีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม จงแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา จากการทำสมาธิภาวนา ดวงปัญญาในตัวนี่แหละ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง ยิ่งใจใสละเอียด ปัญญายิ่งละเอียดลึกซึ้ง 

😀ความรู้ความเห็นกว้างไกล ทำให้การตัดสินใจถูกต้อง มีวินิจฉัยไม่ผิดพลาด ยิ่งกว่านั้น แสงสว่างแห่งปัญญานี้ ยังสามารถขจัดกิเลสอาสวะ และครอบงำอวิชชาที่ปิดบังใจของชาวโลกได้ ทำให้เปลี่ยนจากคนธรรมดามาเป็นผู้รู้แจ้ง เพราะฉะนั้นการฝึกให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้หมั่นฝึกใจกันทุกๆวัน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่281😀*คนมีปัญญาพาขาขึ้น*ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังสับสน เราต่างรอว่า ใครจะเป็นผู้มีสติปัญญาเข้ามาแก้วไขสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อให้รอดพ้นจากภาวะวิกกฤติ นำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง รวมทั้งช่วยโอบอุ้มคุ้มครองโลกให้สงบสุขร่มเย็น ในยามที่มีเหตุการณ์คับขัน 

😀ผู้มีปัญญาเท่านั้น ที่จะนำพาตนและผู้อื่น ให้พ้นจากความทุกข์ไปได้ ถึงแม้จะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ผู้มีปัญญาย่อมสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นดี ด้วยจิตใจที่สุขุมเยือกเย็น เป็นสมาธิ มีสติมั่นคง ผู้ที่ทำอย่างนี้ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ฝึกฝนใจ จนกระทั่งมีใจสงบ หนักแน่นดีแล้ว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่280😀*บุญหมดไปเรื่อยๆถ้าไม่ทำเพิ่ม*ถ้าเราไม่สั่งสมบุญ บุญเก่าจะค่อยๆหมดไป บาปอกุศลก็จะได้ช่อง และเข้ามาแทนที่ได้ หากชีวิตของเราเปรียบเสมือนเรือ บุญก็เปรียบเหมือนน้ำ บาปเปรียบเหมือนตอที่อยู่ใต้น้ำ หากเราไม่สั่งสมบุญให้มาก เมื่อน้ำลด ตอก็ผุด นาวาชีวิตของเราก็ลุ่มๆดอนๆ เพราะตอที่อยู่ทั้งเหนือน้ำและใต้น้ำ 

😀คอยเป็นอุปสรรคกีดขวาง หากใจเราอยู่ในบุญตลอดเวลา มีบุญใหม่เติมเข้าไปเรื่อยๆ คล้ายระดับน้ำที่สูงขึ้น ตอใต้น้ำย่อมไม่สามารถมากีดขวางนาวาชีวิตของเราได้ อีกทั้งเมื่อบุญเก่าและบุญใหม่มาบรรจบกัน กระแสบุญก็จะหลั่งไหลอย่างต่อเนื่อง ทำอะไรย่อมสำเร็จหมดทุกอย่าง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่279😀*เราทำ..เราได้/ ไม่ทำ..ไม่ได้*บุญนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เป็นฉากหลังที่บันดาลให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เป็นพระราชามหากษัตริย์ หรือพระเจ้าจักรพรรดิ กระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ดังนั้น อย่าได้ประมาทในการสั่งสมบุญ 

😀ไม่ว่าจะเป็นบุญเล็ก บุญน้อย บุญใหญ่ เก็บให้หมด เพราะว่านั่นคือบุญของเรา เราทำเราก็ได้ ใครไม่ทำ คนนั้นก็ไม่ได้ และทำให้ได้ทุกๆวัน อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว เหมือนอาหารที่เรากิน เรายังกินได้ทุกวัน ดังนั้น ต้องทำบุญให้ได้ทุกวัน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่278😀*เราไม่ทิ้งบุญ บุญไม่ทิ้งเรา*สำหรับบุญที่เราสั่งสมไว้ดีแล้ว จะเป็นมิตรติดตามตัวไปในสัมปรายภพ บุญเป็นมิตรแท้ ที่ยิ่งกว่ามิตรใดๆในโลกนี้ เพราะสามารถติดตามตัวเราไปได้ทุกภพทุกชาติ เป็นเสบียงให้เราได้ใช้สร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป บุญเป็นแก้วสารพัดนึก ที่จะดลบันดาลสมบัติทุกอย่าง 

😀ทั้งที่เป็นของมนุษย์และของทิพย์ รวมไปถึงอริยสมบัติ คือ การได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ย่อมต้องอาศัยอานุภาพแห่งบุญ ดังนั้น เราจึงควรรักบุญและสร้างบุญไว้ให้มากๆ ถ้าเราไม่ทิ้งบุญ บุญก็จะไม่ทิ้งเรา จะเป็นมิตรแท้ ที่มีอุปการะคุณต่อเราเสมอ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้ง277😀*สุขร่วมเสพ ทุกข์ร่วมต้าน*ในสมัยก่อนการเดินทางไกลเพื่อค้าขาย ต้องอาศัยโคและเกวียนเป็นยานพาหนะ โคและเกวียนจึงเปรียบเสมือนมิตรของผู้เดินทางไกล ธรรมดามารดาผู้เลี้ยงดูบุตรธิดา ต้องคอยห่วงใย ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง แม้ในยามเจ็บป่วย บุตรธิดาก็ยังอาศัยมารดาเป็นผู้ดูแลรักษา มารดาจึงเปรียบเสมือนมิตรในเรือน ของบุตรธิดาเช่นเดียวกัน 

😀เฉกเช่น เพื่อนแท้ ผู้พร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลในยามตกทุกข์ได้ยาก ทำนองมีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ในเวลาที่เราเดือดเนื้อร้อนใจ ต้องการความช่วยเหลือ หากสหายผู้เป็นมิตรแท้ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ย่อมทำให้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ คลี่คลายด้วยดี ท่านจึงกล่าวว่า สหายเป็นมิตรของคนผู้มีธุระ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่276😀*ความสุขจอมปลอม*ขณะที่โลกแห่งเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีการคิดค้นสิ่งแปลกๆใหม่ๆตลอดเวลา แต่โลกแห่งศีลธรรม กลับไม่ได้รับการพัฒนาเที่ที่ควร สภาพจิตใจของผู้คนยังเต็มไปด้วยความคิดหมกหมุ่นในเรื่องเบญจกามคุณ มีการเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบกัน แม้โลกแห่งวัตถุจะรุดหน้าไปมากเพียงใด 

😀หากสภาพจิตใจของมนุษย์ ไม่ได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นตามไปด้วย สังคมก็จะเต็มไปด้วยปัญหา หากทุกคนหันกลับมาให้ความสำคัญกับจิตใจ หยุดการแสวงหาสิ่งภายนอกชั่วคราว กลับมาแสวงหาความสุขภายใน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของความบริสุทธิ์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปดิ้นรนแสวงหาอามิสสุข ซึ่งเป็นความสุขจอมปลอมอีกต่อไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่275😀*ประกันไถ่ตัวไม่ได้*นักสร้างบารมีต้องทำแต่กรรมดี บาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อย อย่าไปทำเด็ดขาด หากพลาดพลั้งตกไปในอบายภูมิ แม้จะมีเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ก็ไถ่ตัวขึ้นมาไม่ได้ ประกันตัวออกมาก็ไม่ได้ เวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกนี้มีไม่มาก แต่เวลาในปรโลก ยาวนานกว่ามาก 

😀ดังนั้น ให้ใช้เวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้ สร้างบุญบารมีให้เต็มที่ เพราะมีแต่บุญกับบาปเท่านั้น ที่จะติดตามตัวไปในภพเบื้องหน้า ให้ตั้งใจทำทาน รักษา และเจริญภาวนา ทำใจให้หยุดนิ่ง จะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยไปทุกภพทุกชาติกันทุกคน (ธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่274😀*รหัสผ่านนำไปเกิด*โลกมนุษย์นี้เป็นสถานที่สั่งสมบุญบารมีอย่างแท้จริง เป็นสถานที่แสวงบุญอย่างเดียว ไม่ควรมาทำบาปกรรม ส่วนภพภูมิอื่นนั้น เป็นภพภูมิของการเสวยผลที่เกิดจากกระทำในขณะที่เป็นมนุษย์ 

😀โดยมีบุญและบาปเป็นเหมือนรหัสผ่านที่จะนำพาไปเกิดในภพภูมิต่างๆ ถ้าทำบุญ ย่อมไปเกิดในสุคติเสวยผลบุญยาวนานมาก ถ้าไปเกิดในทุคติภูมิ ย่อมจะต้องไปชดใช้วิบากกรรมที่ทุกข์ทรมานยาวนาน ชนิดนับวันเวลากันไม่ไหวทีเดียว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่273😀*ของกลางใช้ร่วมกันทั่วโลก*ภพภูมิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ ล้วนเป็นของกลางๆ เหมือนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ นรก สวรรค์ เป็นของสากลทั่วโลก ที่มีไว้เพื่อรองรับผลแห่งการกระทำของสัตว์ทั้งหลาย ถ้าทำดีก็ไปสุคติ ทำไม่ดีก็ไปทุคติ กฎแห่งการกระทำ เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไว้ เพื่อจะได้ไม่ไปทำผิดพลาด 

😀การทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ไม่พิจารณาไตร่ตรองให้ดี เสมือนการรับประทานยาแก้โรค โดยไม่ดูคุณสมบัติของยา การใช้ยาผิดขนาน ย่อมจะนำความวิบัติมาให้ อาจถึงแก่ชีวิต พระพุทธองค์ จึงทรงสอนให้รู้จักใคร่ครวญให้ดีก่อนทำ โดยเฉพาะความชั่วนั้น ไม่ควรทำเลยดีกว่า (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่272😀*สวนกระแสโลกชนะชัวร์*ความเปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของมนุษย์ที่นับวันจะย่ำแย่ไปตามกระแสกิเลส ทำให้ชีวิตต้องประสบกับความวุ่นวายอย่างไม่รู้จบสิ้น แต่บัณฑิตผู้มีปัญญาสามารถขจัดปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการสร้างกระแสใหม่ คือ กระแสแห่งความดี เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้น กระแสแห่งความดี จะเกิดขึ้นได้ 

😀ต้องเริ่มต้นที่ใจก่อน ด้วยการสวดมนต์ทำสมาธิ เพื่อทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้น เมื่อใจคุ้นกับความบริสุทธิ์ภายใน คุณภาพของใจจะดีขึ้น ความคิด คำพูดและการกระทำก็จะดีขึ้นตามไปด้วย กระแสแห่งความดีนี้ เมื่อขยายไปยังคนรอบข้าง และทุกคนในสังคม ในประเทศชาติ กระทั่งครอบคลุมไปทั่วโลก เมื่อนั้นโลก ย่อมบังเกิดสันติสุขอันไพบูลย์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่271😀*บุญก็ทำ กรรมก็สร้าง*ผู้ที่มีทั้งบุญและบาป คือ บุญก็ทำ กรรมก็สร้าง เวลาสมบัติบังเกิดขึ้น ก็จะมีวิบัติติดมาด้วย มากบ้างน้อยบ้าง ตามแต่เหตุที่ตนทำไว้ ทำให้บุญส่งผลได้ไม่เต็มที่ เวลาได้ของ ก็เป็นของมีตำหนิ เกิดเป็นเทวดา ก็ได้สมบัติไม่บริบูรณ์ ดังนั้น ให้ทุกคนสั่งสมแต่บุญกุศลอย่างเดียว ทุ่มเททำไปให้เต็มที่

😀เวลาสมบัติบังเกิดขึ้น ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ ก็จะเป็นสมบัติที่ประณีต เป็นสมบัติอัศจรรย์ ไม่มีวิบัติติดตามมา ทำให้มีโอกาสใช้สมบัติในการสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ดังปรารถนา ไม่มีวิบัติมาตัดรอนให้เสียหาย และดีที่สุด ทำสมาธิให้ใจหยุดนิ่ง จะได้มีอริยสมบัติติดตัวไปทุกภพทุกชาติกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่270😀*คนพาลทุกข์ทุกชาติ*คนพาล คือ คนที่ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ แม้จะมีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ เรียนจบจากสถาบันการศึกษาสูงแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ายังทำบาปอกุศล ย่อมได้ชื่อว่า เป็นคนพาล ลักษณะของคนพาล  คือ คิดชั่ว ทำชั่ว และทำชั่วเป็นประจำ ความไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมของคนพาล เหมือนเด็กไร้เดียงสา ที่ไม่รู้ว่า ไฟฟ้านั้นมีอันตราย เอานิ้วไปแหย่ปลั๊กไฟ เมื่อถูกไฟดูด 

😀จึงรู้ซึ้งถึงพิษภัยของไฟฟ้า แต่กว่าจะรู้ตัว ก็ถูกไฟดูดเสียแล้ว ความทุกข์ที่เกิดจากไฟดูด อย่างมากก็ถึงตายในภพชาตินี้เท่านั้น แต่ผู้ที่ทำบาปอกุศลไว้ กรรมนั้นจะตามไปเป็นอุปสรรคให้ได้รับความเดือดร้อยทั้งกายและใจ เดือนร้อนต่อในทุคติภูมิเป็นเวลายาวนานอีกหลายภพหลายชาติ เพราะคนที่ทำบาปอกุศลอยู่เป็นประจำ จิตจะเศร้าหมอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่269😀*จิตผ่องใส มีชัยชนะในชีวิต*กิเลสเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏ คอยบังคับบัญชาทำให้มนุษย์มีจิตใจตกต่ำ เป็นสาเหตุให้โลกเกิดความรุ่มร้อน ฉะนั้น วิธีการคุ้มครองโลกให้ได้รับความร่มเย็น ต้องเริ่มด้วยการคุ้มครองใจของตนเองก่อน โดยกำจัดกิเลสอาสวะที่หมักดองอยู่ในใจให้หมดสิ้นไป 

😀ด้วยการนั่งสมาธิทุกวัน และสั่งสมบุญกุศลเป็นประจำ จิตจะผ่องใส มีแต่ความสุขความปีติเบิกบานใจ ทุกครั้งที่นึกถึงบุญที่ตนเคยทำไว้ ผู้รู้ทั้งหลายต่างอนุโมทนา กิตติศัพท์ชื่อเสียงอันดีงาม ย่อมเป็นที่รู้จักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่268😀*เชื่อตอนเป็น หรือเห็นตอนตาย*บาปกรรมแม้เพียงนิดอย่าคิดทำ บุญกุศลแม้เพียงเล็กน้อยให้ค่อยๆทำไปเถิด บาปส่งผลเป็นโทษ ส่วนบุญจะส่งผลเป็นประโยชน์ต่อเราในอนาคต บาปที่เราทำแม้เพียงเล็กน้อย แต่ต้องไปรับผลยาวนาน ซึ่งอาจดูเหมือนไม่ยุติธรรม แต่ในทางกลับกัน บุญที่ทำแม้น้อยนิด ย่อมส่งผลให้เราได้ไปเสวยสุขยาวนานในปรโลกหลายภพหลายชาติเช่นเดียวกัน 

😀ในเรื่องของบาปอกุศลนี้ อยากให้ทุกท่านเชื่อตอนเป็น ดีกว่าไปเห็นตอนตาย แล้วค่อยเชื่อ เพราะเมื่อไปอยู่ตรงจุดนั้นแล้ว จะแก้ตัวก็ไม่ได้ จะแก้ไขอะไรก็ทำได้ยาก ส่วนเรื่องของบุญกุศล ให้ทุ่มเททำไปเถิด เพราะจะอำนวยสุขต่อตัวเราในปรโลก อีกทั้งเป็นประโยชน์ต่อหมู่ญาติอีกด้วย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่267😀*อย่าคิดทำไม่ดีเพียงเล็กน้อย*พระพุทธองค์ตรัสว่า อย่าได้ประมาท อย่าดูหมิ่นดูแคลน ความหายนะที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเกิดจากความประมาทในเรื่องเล็กน้อย มีจุดเริ่มต้นเพียงจุดเล็กๆ แล้วขยายใหญ่ จนไม่สามารถควบคุมได้ แม้ในเรื่องบาปอกุศลก็เช่นเดียวกัน พระองค์ตรัสเตือนไว้ว่า อย่าได้ประมาท เพราะบาปกรรมเล็กๆน้อยๆที่ทำไว้ ย่อมไม่ไร้ผล บางครั้งอาจส่งผลร้ายชนิดที่คาดไม่ถึง 

😀บางท่านทำบาปกรรมเพียงเล็กน้อย แต่ทำบ่อยๆ ด้วยคิดว่าทำแล้วไม่ส่งผลในปัจจุบัน คือ มองไม่เห็นด้วยตา ที่เรียกว่า "ทิฏฐิธัมมเวทนียกรรม" จึงคุ้นกับการทำบาป ครั้นทำบ่อยเข้า ก็จะรู้สึกเฉยๆ ไม่คิดว่าเป็นบาป ซึ่งอันตรายมาก เพราะจะเป็นเหตุให้ไปทำบาปอย่างอื่นที่หนักขึ้น ฉะนั้นดีที่สุด อย่าทำบาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่266😀*อย่าดูถูก4สิ่งนี้เด็ดขาด*พระบรมศาสดาตรัสเตือนพุทธบริษัททั้งหลาย ไม่ให้ดูหมิ่นดูแคลนสิ่งต่อไปนี้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย คือ *1.อย่าดูถูกพระราชาว่ายังทรงพระเยาว์ เพราะกษัตริย์บางพระองค์ แม้ยังทรงพระเยาว์ แต่ทรงมีพลานุภาพมาก เป็นมหาราชตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เช่น พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นต้น เป็นมหาราชตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีเศษเท่านั้น ปกครองประเทศต่างๆไปค่อนโลก 

😀*2.อย่าดูถูกงูพิษว่าตัวเล็ก เพราะกัดแล้ว ก็ตายได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ตัวจะเล็ก แต่มีพิษร้ายกาจ *3.อย่าดูถูกไฟว่าเล็กน้อย เพราะไม้ขีดเพียงก้านเดียว อาจเผาเมืองได้ทั้งเมือง *4.อย่าดูถูกสมณะว่ายังหนุ่ม เพราะสมณะบางรูปอายุเพียง 7 ขวบ ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่265😀*ชีวิตต้องฝ่าคลื่นลูกแล้วลูกเล่า*ช่วงเวลาที่สร้างบารมี บางครั้งต้องพบอุปสรรค และความยากลำบากเป็นธรรมดา อุปสรรคที่เกิดขึ้นจะหล่อหลอมให้มีจิตใจเข้มแข็ง และเป็นเครื่องทดสอบกำลังใจว่า มีหัวใจของนักสร้างบารมีเต็มเปี่ยมแค่ไหน เหมือนเรือที่ออกทะเล กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ต้องฝ่าคลื่นลูกแล้วลูกเล่า 

😀จนสามารถไปถึงฝั่งได้สำเร็จ การสร้างบารมีก็เช่นเดียวกัน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานัปการไปให้ได้ เพื่อไปสู่ฝั่งพระนิพพาน การนั่งสมาธิ จะทำให้ใจมีพลัง สามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง เมื่อใดที่เข้าถึงธรรมภายในได้ เมื่อนั้นจะมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคทั้งมวล (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่264😀*อย่าดูเบาเรื่องบุญ*อย่าได้ดูเบาในการสั่งสมบุญ แม้เป็นบุญเล็กบุญน้อยให้ทำต่อไป ทำด้วยใจที่ใสๆไม่ว่าจะเป็นบุญจากการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ให้ทำไปพร้อมๆกัน เพระาบุญคือ เพื่อนแท้ ที่ติดตามตัวเราไปทุกหนทุกแห่ง เป็นสมบัติ ที่เราสามารถนำติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ 

😀เมื่อเราเข้าใจเรื่องของบุญเช่นนี้แล้ว อย่ามัวให้ความสำคัญกับการทำมาหากินเพียงอย่างเดียว ต้องสั่งสมบุญบารมีไปด้วย ต้องให้ความสำคัญกับชีวิตในสัมปรายภพ ซึ่งเป็นชีวิตที่ยาวนานกว่าภพปัจจุบันนี้มาก ดังนั้น เราต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจสั่งสมบุญให้เต็มที่และนั่งสมาธิให้ได้ทุกๆวัน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่263😀*ดวงบุญ&สายสมบัติ*คนเราจะมีดวงบุญในตัว และในกลางดวงบุญนั้น มีสมบัติทั้งหลาย ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน คือ มีสมบัติทั้งที่เป็นโลกิยทรัพย์ และอริยทรัพย์ซ้อนอยุ่ในกลางดวงบุญ สายสมบัติจะเชื่อโยงมาที่กลางกายนั้น 

😀บางคนสายสมบัติยาว บางคนสายสมบัติสั้น บางคนขาดตอนเป็นช่วงๆ สายสมบัติมาจากต้นแหล่งแห่งบุญที่อยู่ลึกๆละเอียด จะดึงดูดสมบัติหยาบในเมืองมนุษย์มาให้เราใช้สร้างบารมี อย่างไม่รู้จักหมดจักสิ้น  (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่262😀*บุญนิธิ คือ ขุมทรัพย์*บุญนิธิ หมายถึง ขุมทรัพย์อันประเสริฐ ที่อำนวยผลทั้งในโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์ บุญที่สั่งสมไว้มากๆ จะกลายเป็นทะเลบุญ คอยหนุนนำเราให้ประสบความสุขและความสำเร็จ บางท่านอาจสงสัยว่า บุญนิธินี้ฝังไว้ตรงไหน สามารถขุดมาใช้ได้อย่างไร มองเห็นเป็นรูปธรรมเหมือนขุมทั่วๆไปได้ไหม 

😀บุญไม่ใช่เป็นเพียงคำกล่าว ในเชิงนามธรรมอย่างเดียว เมื่อใดเราทำใจหยุดใจนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ จะไปรู้ไปเห็นได้ว่า บุญนั้นมีลักษณะเป็นดวงกลมๆใสๆ เรียกว่า ดวงบุญ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกลายของมนุษย์ทุกๆคน ดวงโตบ้าง ดวงเล็กบ้าง ตามแต่กำลังบุญของแต่ละคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่261😀*บุคคลอัศจรรย์อจินไตย*พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีอานุภาพไม่มีประมารณ เป็นบุคคลอจินไตยเกินกว่าการนึกคิดคาดเดาของมนุษย์และเทวา กว่าพระองค์จะมีพุทธานุภาพที่ไม่มีใครเทียบได้นี้ ต้องสร้างบารมีมาอย่างน้อย 20 อสงไขย กับอีก 100,000 มหากัป 

😀ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการสร้างบารมีไม่เคยย่อท้อแม้แต่ภพชาติเดียว พระมหากรุณาของพระองค์ในการที่จะช่วยเหลือสรรพสัตวให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนั้น กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจักรวาล เราทั้งหลายจึงควรยึดพระองค์เป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่260😀*รวยทันตาเห็น*การถวายทานด้วยเจตนาอันแรงกล้า ด้วยปัญญาที่ผ่องแผ้ว ด้วยใจที่เบิกบานผ่องใส และได้ถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ทานที่ถวาย จะให้ผลทันตาเห็นเป็นที่น่าอัศจรรย์ เช่น มหาทุคตะในสมัยพุทธกาล แสดงว่า การทำบุญถูกเนื้อนาบุญ เป็นสิ่งสำคัญมาก 

😀แม้ปัจจุบัน เราไม่มีโอกาสทำบุญกับพระพุทธเจ้า แต่พวกเราทั้งหลายก็ยังนับว่าโชคดี ที่มีภิกษุสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ เป็นผู้ควรแก่ทักษิณาทานของเรา ดังนั้น ในช่วงเข้าพรรษานี้ ให้หมั่นสั่งสมบุญกุศล ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ทำกันให้เต็มที่ ให้เป็นพรรษาแห่งมหากุศล (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่259😀*คนจนที่สุดยุคพุทธกาล*ตอน2/อันที่จริงแล้ว มหาทุคตะนั้นเคยเป็นเศรษฐีในภพชาติก่อนๆ แต่เพราะประมาทในชีวิต เรียกว่า รวยแล้วประมาท ไม่ให้ทาน ทำให้ในภพชาตินี้ ต้องกลายเป็นคนยากจนอนาถา เป็นชนชั้นต่ำ อาศัยได้กัลยาณมิตรชักชวนให้ทำบุญ 

😀ทำให้เกิดกุศลจิต ประกอบกับมีปัญญา สามารถสอนตนเองได้ จึงโชคดีได้ทำบุญถูกหลักวิชชา ทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ มีจิตเลื่อมใส วัตถุทานของท่านนั้นบริสุทธิ์ ปฏิคาหก คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บริสุทธิ์ ผลบุญอันยิ่งใหญ่ไพศาลจึงบังเกิดขึ้นในปัจจุบันทันตาเห็น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่258😀*คนจนที่สุดยุคพุทธกาล*ตอน1/ผู้มีปัญญาไม่จำกัดว่า ต้องเป็นชนชั้นสูง หรือมียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้น คนที่ยากจน หรือไม่ได้รับการศึกษา แต่หากรู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อเรื่องโลกนี้โลกหน้า เป็นต้น 

😀ไม่มีความตระหนี่อยู่ในใจ ไม่ประมาทในชีวิต มุ่งหน้าทำความดีอย่างไม่ลดละ ก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีปัญญา ฉลาดในการสร้างกุศลธรรม เหมือนอย่างวิถีชีวิตของ"มหาทุคตะ"คนยากจนที่สุดในยุคพุทธกาล (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่257😀*คนมีปัญญาตัวจริง*ผู้มีปัญญาแท้จริง ไม่ใช่วัดกันที่เชาว์ปัญญาในการศึกษาเล่าเรียน หรือความรู้ความสามารถในการทำงานเท่านั้น สิ่งนี้เป็นเพียงความรู้ที่ทำให้ติดอยู่ในโลก แต่เขาวัดกันตรงที่ใครมีปัญญาช่วยตนเองให้รอดพ้นจากภัยทั้งหลาย ทั้งภัยในโลกนี้ และภัยในสังสารวัฏ 

😀ไม่พลัดตกไปในอบายภูมิ สามารถดำรงชีวิตอยู่แต่ในสุคติภูมิ และสร้างความดีได้อย่างเต็มที่ คนที่เกิดมาแล้ว ละเว้นความชั่วทุกชนิด ทำแต่บุญกุศล หมั่นทำใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ จนได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต อย่างนี้เรียกว่า เป็นผู้มีปัญญาอย่างแท้จริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่256😀*ความสำเร็จรอเราอยู่*เราเกิดมาภพหนึ่งชาติหนึ่ง ต้องตั้งใจสั่งสมบุญบารมีให้เต็มเปี่ยม ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระบรมโพธิสัตว์ กำลังสั่งสมบารมีอยู่นั้น พระองค์มิได้หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้ต้องสละทรัพย์ อวัยวะ หรือแม้กระทั่งชีวิต พระองค์ไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด 

😀คิดแต่เพียงว่า เกิดมาภพชาติหนึ่ง ต้องสั่งสมบุญบารมีให้เต็มเปี่ยม เพื่อให้ได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราก็เช่นเดียวกัน แม้มีอุปสรรคมาขัดขวางหนทางการสร้างบารมี จงอย่าหวั่นไหว ให้มีใจมุ่งมั่นและก้าวไปสู่จุดหมายปลายทาง แล้วเราจะพบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่255😀*อย่ายอมแพ้*ถ้าเราตั้งใจทำความดีแล้ว ต้องทำให้สำเร็จ อย่าย่อท้อ ชีวิตจะงดงามและมีคุณค่าเมื่อก้าวข้ามอุปสรรค ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น จะอยู่กับเราไม่นาน ไม่ช้าย่อมหมดไป ขอเพียงเราอย่ายอมแพ้ ยอดนักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะท่านชิงช่วงสร้างบารมีในยุคที่ลำบากยากเข็ญ 

😃กระแสบุญจะส่งผลแรงในช่วงนั้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ดังนั้น ผู้ที่ทำได้ ต้องมีกำลังใจสูงส่ง เมื่อสามารถทำได้ จะเกิดมหาปีติ ส่งผลให้กระแสธารแห่งบุญ ที่สอดละเอียดซ้อนลงมาในกลางกาย มีกำลังแรงมากเป็นพิเศษ จนสามารถพลิกผันชีวิตของผู้นั้นให้ประสบความสำเร็จและได้ดียิ่งกว่าใครๆ ทั้งหมด เพราะฉะนั้น สู้ต่อไป สู้จนกว่าจะได้ชัยชนะ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่254😀*ปัญหามีไว้ให้แก้*เราไม่ควรคิดว่า เรื่องนั้นเป็นปัญหา ทุกปัญหาล้วนมีวิธีแก้ไข ฉะนั้น ปัญหาจึงมีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้กลุ้ม ขอเพียงเราเดินออกจากปัญหา และทำจิตใจให้สงบ ก็จะพบทางออก 

😀ถ้าเรารู้จักคำว่า หยุด ชีวิตย่อมจะพบความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ ใจหยุดนิ่งจะทำให้พบหนทางสว่าง ที่จะนำพาเราไปสู่อิสระเสรี เป็นตัวของตัวเอง และได้เข้าถึงความสุขอันเป็นอมตะ คือ พระนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่253😀*ตัวเราให้กำลังใจดีที่สุด*ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่โลกผันผวนอยู่ตลอดเวลา มนุษย์กำลังประสบปัญหารุมเร้ารอบด้าน จนทำให้เกิดความท้อแท้เบื่อหน่าย สับสนในชีวิต หมดกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป 

😀ในภาวะเช่นนี้ หากมีใครสักคนที่เข้าใจ และคอยให้กำลังใจ ก็จะทำให้ความรู้สึกดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง ใครสักคนที่ว่านั้น มิใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ดังนั้น บุคคลที่จะให้กำลังใจเราได้ดีที่สุดก็คือ ตัวของเราเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่252😀*อุปสรรคมีไว้ให้ข้าม*ทุกย่างก้าวของชีวิต ก่อนจะพบกับความสำเร็จ มักต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ เราเป็นยอดนักสร้างบารมี ต้องเอาชนะปัญหาและอุปสรรคนั้นให้ได้ เหมือนเรือที่ต้องฝ่าคลื่นลม เมื่อสามารถฝ่าคลื่นลมมรสุมมาได้ ก็สามารถเข้าจอดเทียบท่าได้สำเร็จ 

😀เมื่อตั้งใจทำความดีอะไรแล้ว อย่าได้หวั่นไหวต่อปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น อุปสรรคมีไว้ให้ข้าม ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าเราเอาชนะปัญหาด้วยปัญญา ย่อมจะพบกับความสำเร็จ ขอให้พวกเรามองไปที่เป้าหมาย และเพียรพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่251😀*จนรวยชาติเดียวหรือทุกชาติ*การสังเกตว่า ผู้ใดตระหนี่ ไม่ได้วัดกันตรงที่ความรวย หรือยากจน เป็นกลุ่มชนชั้นสูง หรือชนชั้นกรรมาชีพ แต่ดูที่จิตใจที่งดงาม และการบริจาคทาน ด้วยจิตเคารพเลื่อมใส คนที่ไม่ตระหนี่ เพราะมองเห็นประโยชน์ที่จะบังเกิดขึ้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า จึงรักในการให้เป็นชีวิตจิตใจ 

😀คนเช่นนี้ ความตระหนี่ครอบงำจิตใจไม่ได้ ถ้าเป็นคนจน ก็จะสามารถพลิกผันชีวิตให้ร่ำรวยขึ้นมาด้วยผลบุญ ส่วนคนตระหนี่นั้น จะมองภพชาติหน้าไม่ออก จึงมุ่งหน้าสะสมและใช้จ่ายทรัพย์ ไม่มีความคิดที่จะบริจาค แม้รวยก็รวยเพราะกินบุญเก่า รวยชาติเดียว ทว่าต้องจนอีกหลายชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่250😀*ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว*จิตใจเป็นศูนย์รวมของความรู้สึกนึกคิดทั้งมวล เป็นบ่อเกิดแห่งคำพูด และการกระทำ ปกติใจของคนเรานั้น ใสสะอาดบริสุทธิ์เป็นประภัสสร แต่เมื่อมีกิเลสคือ โลภะ โทสะ โมหะเข้ามาครอบงำ ใจดวงนั้นก็จะเศร้าหมองไม่ผ่องใส 

😀เปรียบเสมือนกับน้ำ ซึ่งปกติใสสะอาด แต่ขุ่นมัวไป เพราะมีสิ่งเจือปน ถ้าอยากให้น้ำกลับมาใสดังเดิม ต้องทำสิ่งที่เจือปนอยู่ให้ตกตะกอนไป ใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้บริสุทธิ์ผ่องใส ต้องเจริญภาวนา ทำใจให้หยุดให้นิ่ง เพื่อขจัดกิเลสอาสวะที่ปนเป็นให้หมดไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่249😀*กำลังใจยิ่งใช้ยิ่งมี*การตัดสินใจที่จะทำความดี มีส่วนอย่างสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงวิถึชีวิตของคนเรา ตราบใดที่ท้องฟ้ายังกว้างใหญ่ แผ่นดินยังสูงอยู่ เราต้องยืนหยัดสู้ต่อไป กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ กำลังใจยิ่งใช้ก็ยิ่งมี ใช้เท่าไรไม่หมดสักที 

😀แม้เศรษฐกิจจะตกต่ำ แต่เราต้องยกใจให้สูงเข้าไว้ ปัจจัยที่จะนำมาทำบุญ อาจมีไม่มาก แต่ขอให้มีใจใหญ่มากด้วยศรัทธา มีความเลื่อมใสเต็มเปี่ยม เพียงแค่มีจิตเป็นกุศลก็ได้บุญแล้ว เพราะฉะนั้น ให้พวกเราทุกคนหมั่นนึกคิดแต่เรื่องที่ดี หมั่นสร้างความดีทุกๆวัน ชีวิตเราจะได้สมบูรณ์กันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่248😀*ชีวิตผกผันตามแรงกรรม*การดำเนินชีวิต เพื่อให้ประสบความสำเร็จ ด้วยความไม่ประมาท ตามแนวพุทธวิธี ถ้าปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ไร้การตระเตรียมเสบียง หากเสบียงบุญร่อยหรอ เมื่อเกิดภพชาติต่อไป 

😀จะไม่มีสมบัติให้ใช้ ชีวิตก็เกิดความอัตคัดขัดสน หาเช้ากินค่ำ บางคนจำต้องไปขอทานเขากินก็มี ฉะนั้น พวกเราทุกคนอย่าได้ประมาทในชีวิต ให้หมั่นรีบสังสมความดีทุกๆวัน จึงจะสามารถพิชิตสมรภูมิชีวิตในสังสารวัฎได้ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่247😀*สงครามในสังสารวัฎ*นักรบผู้เก่งกล้าชำนาญการศึก มักมีคติเตือนตนว่า "การศึกเรื้อรัง ให้ระวังท้องพระคลังจะร่อยหรอ"แม่ทัพที่เจนจัดในการรบทัพจับศึก เมื่อถึงคราวออกรบ ต้องตระเตรียมเสบียงกำลังพลและกลยุทธ์ในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น 

😀เพราะถ้าปล่อยให้การศึกยืดเยื้อเรื้อรัง กำลังพลจะอ่อนแอ เสบียงจะร่อยหรอ ความพ่ายแพ้ก็จะตามมา การทำศึกสงครามของชีวิตในสังสารวัฎ เพื่อต่อสู้เอาชนะกิเลสที่มาครอบงำจิตใจก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการตระเตรียมเสบียง คือ บุญ ให้ถึงพร้อม มีเป้าหมาย มีกุศโลบายในการดำเนินชีวิตด้วยทาน ศีล ภาวนา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่246😀*ใช้แค่ชาตินี้หรือใช้ทุกชาติ*สรรพสัตว์ทั้หลายที่เกิดมาแล้ว ล้วนถูกไฟ คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย เผาลนอยู่ทุกอนุวินาที ถึงเราจะไม่สามารถหลบหนีพ้น แต่เราทุกคนก็สามารถขนสมบัติที่หามาได้ ด้วยความยากลำบากนี้ ให้ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปได้ เพียงแต่ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา 

😀ไม่ใช่เอาไปฝากธนาคาร หรือฝังดินไว้ ต้องตัดความตระหนี่ แล้วบริจาคทาน เปลี่ยนทรัพย์สมบัติหยาบ ให้เป็นทรัพย์ละเอียด คือ บุญ ขนติดตัวไปใช้ได้ทุกชาติ แต่หากยังตัดความตระหนี่ไม่ได้ สมบัติที่เรามีอยู่ ก็จะใช้ในชาตินี้เพียงชาติเดียวเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่245😀*แรงบันดาลใจรอบตัว*เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบกายเรา สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีได้ทั้งนั้น หากเราคิดเป็น ย่อมจะเห็นธรรม เหมือนพระบรมศาสดาของเรา เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเทวทูตทั้งสี่ ที่มาในรูปของคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย เกิดปัญญาญาณว่า

😀ชีวิตนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับบัญชาไม่ได้ เมื่อทอดพระเนตรนักบวช ทรงรู้ต่อไปว่า การบวชนี่แหละ คือทางหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง พวกเราทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ต้องรู้จักสอนตัวเอง หมั่นเอาเหตุการณ์รอบข้างมาเป็นธรรมะสอนใจ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่244😀*วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น*ชาวโลกทั้งหลายผู้ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ ส่วนใหญ่ต้องข้องเกี่ยวกับการทำมาหากิน การศึกษาเล่าเรียน เรื่องครอบครัว และเรื่องต่างๆ อีกมากมาย ทำให้ลืมนึกถึงเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ หลงประมาทมัวเมา ความคิดที่จะแสวงหาความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้จางหายไป ทำให้มนุษย์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏอย่างไม่รู้จักจบสิ้น 

😀โอกาสแห่งการได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าการได้อัตภาพอื่นใด เพราะจะเหมาะต่อการสร้างบารมี ทำให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน การทำใจหยุด คือ ทางหลุดพ้น เป็นทางรอดจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ดังนั้นการฝึกใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติ ควรให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่243😀*ไตร่ตรอง&ตรึกตรอง*เหตุการณ์ต่างๆ รอบข้างที่บังเกิดขึ้น สามารถเป็นครูที่ดี ที่ไม่ควรมองข้าม บางสิ่งบางอย่างดูเหมือนว่า ได้ประสบในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หากเพิ่มความสำคัญ และรู้จักนำมาพิจารณาไตร่ตรองให้มากขึ้น 

😀เราจะเห็นสิ่งต่างๆ ที่ซ่อนเร้นเป็นสารธรรมอยู่กับสิ่งเหล่านั้น เพราะธรรมะสามารถตรึกตรอง และเข้าถึงได้ในทุกหนทุกแห่ง ผู้ฉลาดในการจับแง่คิด สามารถนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จสมปรารถนา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่242😀*มหาวิทยาลัยชีวิต*การศึกษาในมหาวิทยาลัยชีวิต เป็นการศึกษาเรื่องของโลกและชีวิตไปตามความเป็นจริงด้วยปัญญาบริสุทธิ์ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏ เราต้องเป็นคนใฝ่รู้ รู้จักสอบถามท่านผู้รู้ และศึกษาปฏิบัติในหนทางที่ถูกต้องดีงาม ตามแบบอย่างของบัณฑิตนักปราชญ์ 

😀ผู้แสวงหาความรู้จากตำรับตำรา ครูบาอาจารย์ และการเจริญสมาธิภาวนา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องสมบูรณ์ การรู้ไม่จริงนั้น อาจทำให้ชีวิตผิดพลาดได้ ความผิดพลาดหรือความถูกต้องของชีวิต มีผลต่อภพภูมิในปรโลกที่จะไป ซึ่งมีทั้งสุคติและทุคติ ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีด้วยความระมัดระวัง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่241😀*เพียงแค่ดู&ฝึกก็เป็นครูได้*ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า เพียงแค่ดู&ฝึกก็เป็นครูได้ เนื่องจากการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนทางการศึกษาในสถาบันต่างๆ ไม่ต้องให้ใครมาคอยพร่ำสอน เพราะมหาวิทยาลัยชีวิต สอนเรื่องทาน ศีล ภานา 

😃ทำให้คนสูงส่ง ส่งผลให้รวย หล่อสวย ฉลาด มีปัญญา จากปุถุชนจนถึงพระอรหันต์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณค่ายิ่งกว่ามหาวิทยาลัยทางโลก และมีประโยชน์สาระแก่นสาร ที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้ง และความสุขอันเป็นอมตะ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่240😀*ทางรอดปลอดภัยของชีวิต*การทำตามคำแนะนำของผู้รู้นั้น เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความปลอดภัย และความสวัสดีมีชัยเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเหตุการณ์บางอย่าง ลำพังตัวของเราเอง ไม่อาจพิจารณาแยกแยะได้ว่า สิ่งนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่?เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ จำต้องอาศัยบัณฑิตคอยชี้แนะแนวทางให้ โดยเฉพาะหนางไปสู่สวรรค์และนิพพานนั้น ต้องอาศัยผู้รู้แจ้ง คอยแนะนำพร่ำสอน เพราะหากดำเนินชีวิตผิดพลาด ย่อมมีแต่อบายภูมิเป็นที่ไป 

😀หากปฏิบัติถูก ก็ไปสู่สุคติภูมิ ถ้าปฏิบัติผิด ย่อมไปสู่อบายภูมิ พวกเราทั้งหลายนับว่า เป็นผู้โชคดึ ที่ได้ผู้รู้อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแสงสว่าง คอยส่องทางให้เดินไปบนหนทางที่ถูกต้อง พระองค์ทรงสอนให้ละชั่วทุกชนิด ทำความดีทุกอย่าง และหมั่นทำใจให้ใสบริสุทธิ์เสมอ ให้มีสุคติโลกสวรรค์ เป็นที่ไป ดังนั้น จงหมั่นทำตามพระพุทธโอวาท เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย และมีสุคติภูมิเป็นที่ไปกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่239😀*ไม่เชื่อเผื่อเหนียวไว้ก่อน*การปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านผู้รู้ ถือเป็นทางรอดปลอดภัยของชีวิต และเป็นหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง ทันทีที่เราลืมตาขึ้นมาดูโลก เราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ จึงจำเป้นต้องแสวงหาผู้รู้มาแนะนำสั่งสอน เราเข้าศึกษาในโรงเรียน เรียนรู้จากพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือคนรอบข้าง ได้เป็นผู้รู้กับเขาบ้าง บางครั้งผู้รู้ ได้แนะนำให้เราปฏิบัติในสิ่งต่างๆ แต่เมื่อยังตรองตามไม่ทัน 

😀เนื่องจากเรายังไม่ใช่ผู้รู้จริง จึงไม่ปฏิบัติตาม ต่อมาเมื่อไตร่ตรองใคร่ครวญดีแล้วเห็นว่า การปฏิบัติตาม ไม่มีผลเสียอะไร น่าจะลองทำตามไปก่อน ถึงไม่เชื่อ ให้เผื่อเหนียวไว้ ถ้าสิ่งที่ท่านแนะไว้ เกิดผลดีจริง เราย่อมได้กำไร ถ้าไม่เป็นจริงตามนั้น เราก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต แต่เราไม่ปฏิบัติตามให้ถูกต้อง เราอาจต้องทุกข์ทรมานไปอีกยาวนาน ทุกข์ทั้งในภพชาตินี้ และในปรโลกอีกด้วย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่238😀*ทางสองแพร่ง สุคติหรือทุคติ*ชีวิตอยู่ที่เราจะเลือกเป็น เพราะเราเป็นเจ้าของชีวิต อยากเกิดเป็นอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับใจเราปรารถนา ถ้ามีบุญมากพอ จะเป็นอะไรก็ได้ บุญบันดาลให้เราได้มี ได้เป็น ได้สำเร็จสมปรารถนาในทุกสิ่ง ทั้งสมบัติอันเลิศในเมืองมนุษย์ ทิพยสมบัติอันเลิศในสุคติโลกสวรรค์ แม้กระทั่งโลกุตตรสมบัติอันเลิศในนิพพาน เราจะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน สมความปรารถนากันทุกคน 

😀ด้วยอานุภาพแห่งบุญ ที่เราได้สั่งสมไว้อย่างดีแล้ว ให้ตั้งใจสั่งสมบุญให้เต็มที่ เรามีเวลาเหลืออยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด อย่าได้ประมาท ปรโลกข้างหน้า ยังเป็นทางสองแพร่งอยู่ จะไปสู่สุคติหรือทุคตินั้น ขึ้นอยู่กับเราในปัจจุบัน ฉะนั้น เลือกทำแต่ความดี ทำใจให้ผ่องใสไว้เสมอ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่237😀*บุญดึงดูดสมบัติ*คนบางคน อาจมีความสุขและความพึงพอใจในวิถีชีวิตของตน ขณะที่หลายคนอาจสับสนกับชีวิตที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไรนัก บางคนอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ อยากเป็นคนใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมในทุกสิ่ง เราทุกคนกำลังเป็นผู้ออกแบบชีวิตของตนเอง หลายคนเข้าใจว่า อาศัยเพียงความฉลาดทางปัญญาแล้ว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ แต่ผู้รู้มองลึกไปกว่านั้นว่า 

😀ต้องอาศัยกำลังบุญบารมี เพราะกำลังบุญจะดึงดูดทั้งคนฉลาดและคนดี รวมทั้งทรัพย์และเครื่องสนับสนุนทุกอย่าง กระทั่งความสำเร็จที่เราปรารถนา ให้สมหวังดังใจได้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตนักปราชญ์ในทุกยุคทุกสมัย จึงไม่ละเลยในการสั่งสมบุญ บุญจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต เราทุกคนจึงต้องสร้างบุญให้เต็มที่เต็มกำลัง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่236😀*พลังจากความบริสุทธิ์*การอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจไมตรีต่อกัน จะทำให้สังคมน่าอยู่ เป็นสังคมในอุดมคติที่มีแต่ความสงบสุข ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีรบราฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมเมตตาธรรม จะช่วยประสานรอยร้าวที่เกิดจากความไม่เข้าใจ 

😀มวลมนุษยชาติ ก็จะมีความสามัคคี โลกก็เกิดความสงบสุข การจะทำให้กระแสแห่งความบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปทั่วโลก เกิดจากใจที่ผ่องใสบริสุทธิ์และหยุดนิ่ง ความปรารถนาดีที่เต็มเปี่ยม จึงพรั่งพรูออกมา และแผ่ขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อนั้นสันติภาพที่แท้จริงของโลกจะบังเกิดขึ้น (ธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่235😀*วัดกันที่บุญในตัว*ชีวิตของเราจะมีสุขมากทุกข์น้อย หรือมีสุขน้อยทุกข์มาก ขึ้นอยู่กับการกระทำในปัจจุบัน และกรรมในอดีตที่เคยทำไว้ ถ้าทำบุญกุศลไว้มาก ความสุขและความสำเร็จก็มีมาก หากทำบุญไว้น้อย ทั้งยังเพิ่มบาปอกุศลเข้าไปอีก ความทุกข์ก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น 

😀และความทุกข์ ยังติดตามตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ จนกว่าวิบากกรรมนั้นจะหมดสิ้นไป เราจะมีสุขหรือทุกข์มากน้อยเพียงไร วัดกันที่บุญในตัว เพราะฉะนั้น การสั่งสมบุญ จึงเป็นหน้าที่หลักของทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ บุญจะส่งผลให้เรา มีความสุขไปทุกภพทุกชาติ รวมไปถึงสามารถขจัดอุปสรรคต่างๆนานาในชีวิต (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้ง234😀*เพื่อนแท้คือบุญ*เสบียงติดตัวที่ดีที่สุดของการเดินทางไกลในสังสารวัฏคือ บุญ บุญเท่านั้นที่เป็นเพื่อนแท้ของเราทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ใครมีบุญมาก บุญจะช่วยหล่อเลี้ยง ให้เป็นผู้สมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข สำเร็จสมปรารถนาในทุกสิ่ง 

😀บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเร่งรีบขนขวาย สั่งสมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนที่พญามัจจุราชจะเข้ามาเยือน โดยเฉพาะบุญจากการนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยกลั่นใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้พบกับความสุขอันเป็นนิรันดร์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่233😀*ท้อไม่ได้ ถอยไม่เป็น*ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ ต้องสั่งสมบุญ ฝึกฝนอบรมตนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งวิชชาและจรณะ เราต้องมีหัวใจของนักสร้างบารมี เช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ต้องสร้างความดีไม่รู้จักหยุด 

😀ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ท้อไม่ได้ ถอยไม่เป็น เป็นแต่สร้างความดีให้เต็มที่ในทุกที่ทุกเวลานาที สั่งสมบุญตลอดเวลา เหมือนกับการหายใจที่เราขาดไม่ได้ ให้มีกระแสบุญคอยหล่อเลี้ยงเสมอ เหมือนไฟไม่ขาดเชื้อ ถ้าหมดบุญก็เหมือนหมดลม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่232😀*ธรรมาวุธคู่กายเรา*ที่ใช้ต่อกรกับกิเลสที่มาห่อหุ้มดวงจิตเบื้องต้น คือ การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ศีลเป็นธรรมาวุธที่ยอดเยี่ยมในการประหารกิเลส เป็นกำลังหาที่เปรียบมิได้ รวมทั้งเป็นอาภรณ์คู่กายที่ประเสริฐและงดงาม นอกจากนี้ยังเป็นเกราะแก้วป้องกันภัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

😀ศึลเป็นเครื่องลูบไล้อันเนียนนุ่ม หอมหวนทวนลม เป็นที่นิยมของนักปราชญ์บัณฑิต ผู้สมบูรณ์ด้วยศึล จึงมีชื่อเสียงฟุ้งขจรขจายไปทั่วสารทิศ แม้ละโลกไปแล้ว ก็ได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่231😀*ชีวิตไม่ตรอมตรม*การฝึกฝนอบรมพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้สมบูรณ์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ความมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม รวมทั้งการพัฒนาด้านคุณธรรม ให้สูงขึ้นควบคู่กันไปด้วยนั้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ความรู้คู่คุณธรรม จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้สูงขึ้น ความรู้ทำให้เราไม่ตกระกำลำบากในการดำรงชีวิต 

😀ส่วนคุณธรรม จะช่วยคัดท้ายนาวาชีวิตให้ไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องดีงาม ไม่ถูกกระแสกิเลสตัณหาพัดพาให้จมลงไปในอบายภูมิ การมีทิฏฐิมานะ หรือความลุ่มหลงในวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาแล้ว นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด จะทำให้ชีวิตเราต้องตรอมตรมไปอีกยาวนาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่230😀*ไล่ตามเวลาไม่ทัน*วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า เมื่อต้องแสงอาทิตย์ในยามเช้า ย่อมเหือดแห่งหายไปโดยฉันพลัน ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน ร่างกายใกล้เข้าสู่ความเสื่อมสลายทุกขณะ ทำให้ช่วงเวลาการสร้างความดี เพิ่มบุญบารมีให้กับตัวเองนั้นเหลือน้อยเต็มที 

😀คนส่วนใหญ่มักจะหมดเวลาไปกับการทำธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน การบริหารขันธ์ บางคนปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยสูญเปล่า สำหรับนักสร้างบารมีเช่นเรา ต้องถือว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่นี้ เป็นเวลาแห่งบุญบารมี ที่เราจะต้องตักตวงกันให้เต็มที่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่229😀*หลงผิดชีวิตอันตราย*ความหลงผิดนี้ เป็นอันตรายต่อการสร้างบารมีอย่างมาก ทำให้เราสูญเสียโอกาสที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนก่อกำเนิดขึ้นจากใจ หากเข้าใจผิดแล้ว จะทำให้ชีวิตผิดพลาด ยากที่จะเยียวยาได้ การหมั่นตามรักษาจิตนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก 

😀ทำให้เราไม่ผิดพลาด ไปเป็นมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งมีโทษมากมายมหาศาล การที่จะทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใส เราต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดแม้แต่เพียงวันเดียว หากทำได้เช่นนี้ ชีวิตของเรา จะไม่มีทางหลงผิดเป็นอันขาด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่228😀*ไปดีหรือไม่ดี อยู่ที่ตั้งจิต*จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมทำให้คำพูด และการกระทำผิดไปด้วย ทำให้ได้รับผลจากการที่ตั้งจิตไว้ผิดในภพชาตินี้ทันที ในที่สุด ต้องไปทุกข์ทรมานในอบายภูมิ ทนทุกข์ทรมานอยู่ในนรกนานแสนนาน และยังไม่รู้ว่าจะหลุดพ้นจากผลกรรมเมื่อใด 

😀ส่วนจิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ มีแต่จะอำนวยประโยชน์สุขมาให้ เขาย่อมประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองสถานเดียว ไม่มีตกต่ำ จะเป็ฯผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ตลอดจนมรรคผลนิพพาน ฉะนั้น ให้พวกเราทุกคนตั้งจิตของตนไว้ให้ถูกต้อง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่227😀*ตายแล้วไม่สูญ*แม้บางคนเกิดในตระกูลที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มีศีลมีธรรม ถึงพร้อมด้วยศรัทธา รักในการทำทาน แต่เขากลับมีความคิดตระหนี่เสียดายทรัพย์ นอกจากไม่ให้ใครแล้ว ยงคิดอยากได้ของผู้อื่นอีก มีความเห็นผิดคิดว่า บุญบาปไม่มีจริง โลกนี้โลกหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ พ่อแม่ไม่มีคุณ ดังนี้เป็นต้น 

😀จิตของบุคคลที่ตั้งไว้ผิดเช่นนี้ ย่อมนำความทุกข์มาให้โดยส่วนเดียว ยิ่งกว่าความทุกข์ที่พวกโจรมาปล้นทรัพย์ หรือถูกเขาทำร้ายจนเสียชีวิต เพราะการถูกเบียดเบียนจากบุคคลเหล่านั้นเป็นทุกข์แต่ในภพชาตินี้เท่านั้น ซึ่งควาทุกข์ทรมานนั้น เทียบไม่ได้กับความทุกข์ที่เกิดจากจิตที่ตั้งไว้ผิด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่226😀*เร็วหรือช้าอยู่ที่ใจเรา*การที่บุคคลใดจะรู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็วหรือช้านั้น ขึ้นอยู่กับความตั้งใจที่จะใช้เวลาให้มีคุณค่าต่างกันมากน้อยเพียงไร ถ้าตั้งใจมากและรู้คุณค่าของเวลา จะรู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ไม่ทันไร ก็หมดไปวันหนึ่งแล้ว แต่ถ้าไม่คิดที่จะทำอะไร ก็จะรู้สึกว่า วันเวลานั้นช่างยาวนาน 

😀นี่เป็นความคิดของคนพาล ผู้เป็นโมฆบุรุษ เมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราต้องดำเนินตามปฏิปทาของบัณฑิตในกาลก่อน ที่ได้ทำเป็นแบบอย่างที่ดีไว้แล้ว ด้วยการขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่225😀*เวลา&วารีไม่เคยคอยใคร*ทุกคนในโลกต่างมีเวลาเท่าเทียมกัน คือ วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ต่างกันที่ว่าใครจะใช้เวลานั้น ให้มีคุณค่ามากน้อยกว่ากันเท่านั้น ทุกชีวิตที่เกิดมานี้ ย่อมมีสิทธิ์ที่จะใช้เวลานั้นทำอะไรก็ได้ แต่เราไม่สามารถที่จะทวงคืนกลับมาได้ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

😀ผ่านแล้วผ่านเลย เหมือนคำกล่าวที่ว่า "เวลาและวารีไม่เคยคอยใคร" จะผ่านไปตามกาลเวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปเร่ง เวลานั้นไม่ได้ผ่านไปเปล่า ยังนำความเสื่อมความชรามาให้กับเรา ในที่สุดก็มีความตายรออยู่เบื้อหน้าทุกคน ไม่มีใครหนีพ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่224😀*อย่าสิ้นหวัง*เราทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้ ต่างเคยทุ่มเทชีวิตจิตใจไปกับการทำธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องราวต่างๆที่ไม่เป็นสาระมามากแล้ว บางคนถึงกับเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในสิ่งที่ตัวเองมุ่งมั่นไว้ เมื่อชีวิตไม่สมหวัง ก็หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย กระโดดตึกตาย กระโดดน้ำตาย หรือหากเป็นนักธุรกิจที่ตัดสินใจกู้หนี้ยืมสินมากมาย เพื่อทำการลงทุน เมื่อธุรกิจล้มเหลว ทุนหายกำไรหด 

😀ทั้งๆที่อุตส่าห์ทุ่มเททำมาตลอดชีวิต เมื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ มีให้เราเห็นกันเป็นประจำ ในสังคมที่โลดแล่นไปกับโลกแห่งวัตถุนิยม สังคมที่มีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนจึงต้องทุ่มเทใช้ความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ แต่ความเพียรเหล่านั้น เป็นเพียงการให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ที่ไม่จีรังยั่งยืนเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่223😀*น้ำขึ้นให้รีบตัก*การที่เราตั้งใจทำความดี ทุ่มเทชีวิตจิตใจสร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้างและเงื่อนไขทุกลมหายใจ เป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญบารมี ชีวิตเราจะปลอดภัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และจากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ เพราะเราเข้าใจแล้วว่า นั่นเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยเท่านั้น เราจะเข้าถึงภพภูมิที่ดีกว่า ละเอียดประณีตกว่า 

😀เหมือนการย้ายตำแหน่ง ย้ายที่อยู่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้น วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ เราปรารถนาจะสร้างบุญอะไร ให้รีบทำให้เต็มที่ น้ำขึ้นให้รีบตัก เรามาถึงฝั่งแห่งทะเลบุญแล้ว จะใช้ภาชนะอะไรตัก ก็เลือกเอา ตักมากได้มาก ตักปานกลาง ก็ได้ปานกลาง ตักน้อยก็ได้น้อย เพราะชีวิตขึ้นอยู่กับเรา แล้วแต่เรา ใครรักบุญ ปรารถนาบุญ ก็รีบทำกันให้เต็มที่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่222😀*ชัยชนะหรือพ่ายแพ้*เส้นทางของผู้ที่เกิดมาแล้ว ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่เหินห่างจากการสร้างความดีทั้งกาย วาจา และใจ ย่อมเป็นชีวิตที่ไม่หวาดกลัวต่อมรณภัย จะมีชัยอยู่อย่างปลอดภัย และจากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ ต่างจากชีวิตของผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าของการสร้างบารมี มีมากราวฟ้ากับดิน

😀ชีวิตของโมฆบุรุษ จะดำรงอยู่อย่างผู้แพ้ คือ พ่ายแพ้ต่ออำนาจอาสวกิเลส เป็นชีวิตที่หวาดหวั่นอยู่เป็นนิตย์ และจากไปอย่างผู้พ่ายแพ้ ไปสู่อบายภูมิที่ปราศจากความสุข ต้องเสวยวิบากกรรมอันแสนทรมานเป็นเวลายาวนาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่221😀*ใครคือ?โมฆบุรุษ*ผู้มีความเกียจคร้าน ย่อหย่อนในการปรารถความเพียร หมายถึง บุคคลทที่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่รู้จักประกอบคุณงามความดี พระพุทธองค์ตรัสเรียกชีวิตของผู้นั้นว่า เป็นโมฆบุรุษ คือว่างเปล่าจากคุณงามความดี ส่วนผู้ที่ปรารถความเพียรมั่นคง คือ คนที่ไม่ประมาทในการใช้ชีวิตนั่นเอง 

😀แม้ชีวิตนี้จะดำรงอยู่ได้ไม่นาน แต่พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญว่า ใครดำรงชีวิตอยู่อย่างประเสริฐหรือไม่นั้น ไม่ได้วัดกันที่ความมั่งคั่ง มิใช่เกิดจากความยาวนานของชีวิต แต่วัดที่ใครจะใช้เวลาที่ผ่านไปให้มีคุณค่า เป็นไปเพื่อการเพิ่มพูนบุญญาบารมีได้มากกว่ากันต่างหาก (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่220😀*ภัยที่น่ากลัวที่สุด*ในสังสารวัฏ มีภัยอเนกประการ ภัยที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือ ภัยจากอบายภูมิ ภพของอบายนั้น เป็นภพที่เสวยแต่ความทุกข์อันแสนทรมาน เมื่อพลัดตกไปในอบายภูมิแล้ว กว่าจะกลับมาสู่สุคติภูมิได้ ต้องใช้เวลายาวนาน การดำรงชีวิตด้วยการตั้งใจทำคุณงามความดี 

😀เป็นเครื่องยืนยันว่า เราจะไปสู่สุคติภูมิอย่างเดียว แต่ถ้าหากเกิดมาแล้ว เป็นอยู่สักแต่ว่ามีลมหายใจเข้าออก ไม่ได้สั่งสมบุญเพิ่มขึ้น ชีวิตจะว่างเปล่าจากสิ่งที่มีคุณค่า เกิดมาก็เหมือนไม่ได้เกิด ดังนั้น เราควรแสวงหาสาระของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่219😀*สู้ในสมรภูมิบุญบาป*เส้นทางชีวิตของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน เพราะการกระทำของแต่ละคนแตกต่างกัน ใครทำกรรมใดไว้ ต้องเป็นไปตามนั้น เราเป็นเจ้าของชีวิตย่อมมีสิทธิ์เลือกว่า จะวางชีวิตของเราได้ตรงจุดไหน จุดแห่งแสงสว่าง หรือจุดที่มืดบอด จุดแห่งบุญบารี หรือจุดแห่งบาปอกุศล 

😀นักสร้างบารมีที่ดี ต้องมีใจตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี ตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมในจุดแห่งบุญบารมีเท่านั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว เสมือนเป็นนักรบที่ก้าวลงสู่สมรภูมิ เราต้องเราชนะบาปอกุศลทั้งหลายให้ได้ ให้มีแต่บุญบารมีล้วนๆ สร้างบารมีให้เต็มที่ เต็มกำลังทุกอนุวินาที เพื่อชีวิตที่ดี ตราบวันเข้าสู่พระนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่218😀*เปิดเผยความลี้ลับ*ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ บางคนเป็นคนปกติมีอาการครบ32ประการ บางคนเป็นคนพิกลพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ บางคนมีสติปัญญาเฉลียดฉลาด บางคนมีปัญญาทรามไม่เฉลียวฉลาด บางคนร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงและบริวาร ในขณะที่อีกหลายคนไม่เป็นอย่างนั้น 

😀ทั้งที่ใจปรารถนาอยากจะรวย อยากมีความสุข ความสำเร็จสมหวังเหมือนกัทุกคน คำตอบเหล่านี้ หากไม่ได้มาพบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ สิ่งที่สงสัยเหล่านี้ ก็จะยังคงเป็นความลับต่อไป เราจึงเกิดดวงปัญญา ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เพื่อให้ชีวิตสมปรารถนา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่217😀*ใครเหรอ?อยู่ฉากหลัง*เราเกิดมาเป็นคนเหมือนกัน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกัน ราวฟ้ากับดิน เช่น สติปัญญา ความรู้ความสามารถ ชีวิตความเป็นอยู่ อุปนิสัยใจคอ เพราะได้รับการหล่อหลอมมาต่างกัน สิ่งที่สั่งสมมาในอดีตก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ฉากหลัง ที่ทำให้เรามีความแตกต่างกัน

😀สิ่งนั้นคือ "บุญและบาป" ซึ่งปรุงแต่งให้เราเป็นไปต่างๆนานา เราจะเข้าใจหรือจะไปรู้ไปเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องอาศัยวิชชาในพระพุทธศาสนาเท่านั้น จึงจะรู้จะเห็นในสิ่งเหล่านี้ได้แจ่มแจ้ง เป็นสุดยอดของความรู้ทั้งปวง ทำให้เรารู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องภพภูมิ เรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่216😀*โลกนี้จะพึ่งใครดี?*มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา ต่างแสงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งเป็นสาระที่แท้จริงสำหรับชีวิต แต่เนื่องจากปัญญาและวิจารณญาณที่แตกต่างกัน ทำให้มีการแสวงหากันไปต่างๆนานา พบทั้งสิ่งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้าขาดกัลยาณมิตร ก็เหมือนกับคนเดินทางในที่มืด หาหนทางออกไม่พบ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีเจ้าลัทธิ หรือผู้ตั้งตนเป็นศาสดาต่างๆ จำนวนมากเกิดขึ้นในโลก 

😀เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งทางใจ ให้กับผู้ต้องการแสวงหาทางหลุดพ้น ส่วนแนวคำสอนนั้นก็แตกต่างกันไป มีทั้งถูกบ้าง ผิดบ้าง เป็นไปเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานก็มี หรือบางลัทธิก็ตรงกันข้าม ขวางหนทางนิพพาน ที่พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า เป็นพวกเดียรถึย์ คือ นำสาวกไปสู่ที่ที่ไม่ใช่นิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่215😀*สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุด*วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เราได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิต หมดไปกับการประกอบภารกิจต่างๆ จนเรารู้สึกว่า เราไม่ค่อยจะมีเวลา และคำว่า ไม่มีเวลา ดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณ  จนทำให้เรา ไม่ได้ให้โอกาสกับตัวเอง เพื่อให้พบกับความสงบของใจ 

😀เราจึงสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือ  ความสงบใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินทองหาซื้อไม่ได้ และไม่มีสมบัติใดในโลก ที่จะมาเทียบได้กับความสุขของใจ ดังนั้นช่วงเวลานี้ เราควรจะให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้สงบสะอาดบริสุทธิ์ ให้เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ในตัวเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่214😀*ชีวิตพลิกเพราะบุญ&บาป*แม้เราจะได้ชื่อว่า เป็นคนดีคนหนึ่งในสังคม ถ้าพลาดไปทำในสิ่งที่ไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำไปเพราะความประมาทชะล่าใจ คิดว่าเป็นเพียงบาปเล็กๆน้อยๆ จึงทำสิ่งนั้นบ่อยๆ จนคุ้นเคยเป็นอาจิณ เช่นนี้ย่อมทำให้ใจหมอง เป็นมลทินของใจ ซึ่งจะมีผลต่อคติที่ไปเมื่อยามละโลก เหมือนผ้าขาวที่มีจุดด่างกระจายไปทั่ว ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย 

😀แต่อย่าลืมว่า น้ำทีละหยดที่ตกลงมาในตุ่ม ยังเติมตุ่มให้เต็มได้ฉันใด บาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้น มันพอกพูนได้ และสามารถพลิกชีวิตจากคนที่ดี ให้กลายเป็นคนไม่ไม่ดีได้ จากที่เคยเป็นบัณฑิต ก็อาจกลายเป็นคนพาล บาปมันมีฤทธิ์มาก สามารถพลิกดีให้กลับกลายเป็นชั่วได้ ฉะนั้นต้องคอยระวังบาป อย่าให้เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่213😀*ทำดีชีวิตมีแต่ขาขึ้น*บุคคลใด แม้ยังไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นเป็นคนดีที่สมบูรณ์ เพียงไม่ได้ทำความชั่วเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ทำความดี ที่เป็นประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่น ต่อเมื่อได้ลงมือทำความดีแล้วเท่านั้น จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดี เพราะได้ละเว้นจากการทำความชั่ว และตั้งใจทำความดีให้ถึงพร้อม 

😀แต่ถ้าเป็นคนดีที่สมบูรณ์จึงจะเกิดขึ้น คือ ต้องทำให้ครบหลักวิชชา ทั้งละชั่ว ทำดี และทำใจให้ใสๆ ในชีวิตประจำวันของเรา หากได้นำหลักนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิต ในทุกเรื่องทุกขั้นตอน คือ ไม่ว่าจะทำอะไร พยายามใคร่ครวญพิจารณา ชีวิตเราย่อมมีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่212😀*โลกแห่งบุญ&บาป*โลกมนุษย์เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี เมื่อเรามีโอกาสได้กายมนุษย์ ต้องใช้ให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ให้สมกับความยาก ที่ได้อัตภาพร่างกายนี้มาครอบครอง ด้วยการทำความดีให้ถึงพร้อม และละเว้นจากความชั่วทั้งหลาย ดังพระพุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งว่า

😀"คนพาล เมื่อทำความชั่ว ย่อมเหิมเกริม ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล แต่เมื่อใดบาปให้ผล คนพาลจึงเห็นว่าเป็นบาป เพราะได้ประสบทุกข์อันใหญ่หลวง บุคคลใด เมื่อสั่งสมบาปแม้ทีละน้อยๆ บาปย่อมเพิ่มพูน และย่อมกระทำบุคคลนั้นให้เป็นคนพาลได้ ส่วนบัณฑิตพึงละจากบาป แล้วมุ่งกระทำที่สุดแห่งทุกข์" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่211😀*ชี้โทษคือชี้ขุมทรัพย์*การที่เราจะเป็นผู้ปกครองที่ดี จะต้องรู้จักสอนคนในปกครองให้เป็นคนดี ให้เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ คือ ให้มีความรู้คู่คุณธรรม ครูบาอาจารย์ที่ดีก็เช่นกัน ต้องหมั่นตักเตือนสั่งสอนให้ศิษย์เป็นคนดี คอยประคับประคองให้ลูกศิษย์ดำเนินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ถูกทำนองคลองธรรม โดยไม่กลัวภัยที่จะเกิดขึ้นกับตน 

😀ดังนั้น การสั่งสอนโดยการลงโทษแบบบัณฑิต จึงเป็นการชี้ขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ ที่มีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษ ไม่มีเวรไม่มีภัย เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญาจึงมองเห็นว่า การชี้โทษคือ การชึ้ขุมทรัพย์ ยิ่งผู้ที่มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร ยิ่งต้องอดทน ต่อการชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีกของครูบาอาจารย์ เพราะท่านจะขนาบเราเพื่อให้เราได้ดี ชีวิตเราจะได้ปลอดภัย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่210😀*ศิษย์มีครู*บัณฑิตในกาลก่อน ท่านจะทำทุกวิถึทาง ที่จะตักเตือนสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดี ไม่ให้พลั้งพลาดไปทำความชั่ว ถึงแม้บางครั้งศิษย์ยังคิดตรองตามไม่ทัน ไม่เข้าใจเจตนาอันบริสุทธิ์ของอาจารย์ แต่เพราะเห็นประโยชน์ที่จะเกิดแก่ศิษย์ในภายภาคหน้า ท่านจึงได้ตักเตือนสั่งสอน หรือบางครั้งก็ลงโทษหนักบ้าง เบาบาง ตามเหตุอันสมควร 

😀เพื่อให้ศิษย์ได้สำนึก เมื่อรู้ตัวแล้ว จะได้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง ดังนั้น ศิษย์ที่ดี จะต้องเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาปรารถนาดีของอาจารย์ ไม่ผูกโกรธผูกใจเจ็บแค้นเคือง เมื่ออาจารย์สั่งสอน ก็ให้อดทนน้อมรับโอวาทด้วยความเคารพ จะได้ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่209😀*เป็นศิษย์สำนักดี?*ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ล้วนประสบกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเราจำเป็นต้องมีเครื่องป้องกันกายและใจของเรา ไม่ให้ลื่นไหลไปตามกระแสกิเลสที่เชี่ยวกรากในปัจจุบัน คือ มีคุณธรรมภายในสำหรับต้านทานกิเลส ครูบาอาจารย์เป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่ง 

😀ในการปลูกฝังให้เรามีความรู้คู่กับความดี แม้ว่าวิธีการในการสั่งสอนของอาจารย์แต่ละท่าน จะแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ เพื่อให้เราเป็นคนดี เป็นคนมีความรู้คู่คุณธรรม และวิธีการที่ดีที่สุด ในการฝึกฝนอบรมคุณธรรมให้แก่ตัวของเราเอง คือ การหมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำใจให้ใสๆหยุดนิ่งทุกๆวัน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่208😀*ไอทีเหมือนดาบสองคม*ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลข่าวสารสามารถถึงกันได้ในเวลารวดเร็ว ถ้าหากมีการนำเสนอข้อมูล ที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้รับ ดังนั้น ผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร จึงมีส่วนสำคัญ ที่จะให้ผู้บริโภคมีความเชื่อ 

😀และความเข้าใจไปในทิศทางใด ถ้าหากนำเสนอในเรื่องที่มีประโยชน์สร้างสรรค์ ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์จากสื่อนั้นเต็มที่ แต่ถ้าข้อมูลไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ก็เป็นเรื่องที่เป็นอันตราย น่าเป็นห่วง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่207😀*โลกาภิวัฒน์ หรือ โลกานุวัตร*ปัจจุบันนี้ เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน ยุคที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า"โลกาภิวัฒน์" แม้จะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก ก็สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารภายในเวลาไม่กี่นาที แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรายังตกอยู่ในกระแสโลกที่เรียกว่า"โลกานุวัตร" 

😀หมายความว่า เป็นไปตามโลก ยังคล้อยตามคนส่วนใหญ่ที่เขาเชื่อกันอยู่ ซึ่งยังมีความรู้ไม่สมบูรณ์ น้อยคนนักที่จะใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบในเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้รู้เห็นถูกต้องไปตามความเป็นจริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่206😀*รวยด้วยสมบัติทั้ง3*สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ "บุญ"ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ 

😀มีโอกาสทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างเต็มที่ ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระบรมศาสดา จนกระทั่งมีดวงตาเห็นธรรม ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ จะได้มาต้องอาศัยบุญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่205😀*เป้าหมาย2อย่าง* คือเป้าหมายทางโลกกับเป้าหมายทางธรรม เป้าหมายทางโลกคือ การศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพการงาน แต่เป้าหมายทางธรรมนี้สำคัญ เพราะเราเกิดมาภพชาติหนึ่ง จะต้องสั่งสมบุญกุศลไว้เป็นเสบียงหล่อเลี้ยงชีวิตข้ามภพข้ามชาติ ตั้งเป้าหมายในการสร้างบารมีไว้ ฝึกฝนกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ละโลกไปแล้ว เราจะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี 

😀มีโอกาสสร้างความดีได้เต็มที่และสะดวกสบาย ดำเนินชีวิตมุ่งตรงสู่มรรคผลนิพพาน ตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าตัวเองยังไม่มีศรัทธา ก็ตั้งตนไว้ในศรัทธา ถ้าตัวเองเป็นคนตระหนี่ ก็ตั้งเป้าหมายทำทานให้ได้สม่ำเสมอ ถ้าตัวเองยังไม่มีศีล ก็ตั้งเป้าหมายให้รักษาศีลได้บริสุทธิ์บริบูรณ์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่204😀*ความรู้ 2 in 1"เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ 2 ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลกและการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก มีเป้าหมายเพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ 

😀เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คนเราเกิดมาต้องมีเป้าหมายชีวิต จะได้ฝึกฝนตนเองไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การตั้งเป้าหมายไว้ในทางที่ถูกต้อง จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทางพระท่านเรียกว่า "ตั้งตนชอบ" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่203😀*ทำไมหนอ?รอไม่ไหว*การสร้างบุญในแต่ละครั้งของชีวิต เป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ แต่บางครั้งบางเวลาอาจจะเกิดความรู้สึกว่า ทำไมหนอ? ความดีที่เราสั่งสมมามากมาย ยังไม่ให้ผลสักที เรารอคอยมายาวนานแล้ว หรือว่าคงทำดีและไม่ได้ดี 

😀เนื่องจากเราเกิดความรู้สึกว่า รอไม่ไหว อย่าไปคิดอย่างนั้น เพียงแค่เราตั้งใจมั่น มีศรัทธาที่ไม่คลอนแคลน ทุ่มหัวใจสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เราย่อมได้รับอานิสงส์นั้นอย่างแน่นอน และเมื่อไรบุญส่งผล เราจะมีแต่ความปีติ อิ่มอกอิ่มใจอย่างไม่มีประมาณ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่202😀*มหาโชค มหาลาภ*ความเป็นผู้มีลาภบังเกิดขึ้น เพราะเป็นผู้มีบุญที่ได้สั่งสมได้ดีแล้ว จะเดินทางใกล้ไกล ย่อมเกิดมหาโชค มหาลาภ มีมหาสมบัติหล่อเลี้ยงทั้งตนเอง และพวกพ้องบริวารให้ได้รับความสะดวกสบาย ได้สร้างบุญใหญ่อย่างอิ่มอกอิ่มใจตลอดชวิต เมื่อละโลกแล้ว หากยังไม่หมดกิเลส ก็ไปเกิดเป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ เป็นเทวดาที่มีบุญลาภ พรั่งพร้อมด้วยทิพยสมบัติอันเลิศ เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก พรั่งพร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ คือ 

😀มีทรัพย์สมบัติมาก มีร่างกายแข็งแรง อายุขัยยืนยาว ได้อยู่ใกล้คนดี และแวดล้อมด้วยคนดี ทำให้ชีวิตดียิ่งๆขึ้นไป ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในโลกนี้ ในปรโลกหรือในสังสารวัฏ วัดกันที่บุญกับบาป 2อย่างนี้เท่านั้น จะเล่าเรียนอะไร ก็ทำไปเถิด เพราะเรายังเป็นมนุษย์ ต้องใช้ความรู้ทำมาหากินเลี้ยงชีพ แต่อย่าลืม ศึกษาธรรมะไปด้วย เราต้องศึกษาความจริงของชีวิต ที่จะเป็นเข็มทิศนำพาเราไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่201😀*เชื่อดวงชะตาหรือดวงบุญ*ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า การประกอบกิจการหรือทำงานใดให้ประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับดวงชะตาชีวิต ถ้าใครดวงดี จะประกอบกิจการงานใด ก็จะเจริญรุ่งเรือง ในทางกลับกัน ถ้าดวงไม่ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้มเหลวไปหมด ดังนั้น ก่อนที่จะทำอะไร หลายคนต้องพึ่งหมอดู หรือไปผูกดวง ซึ่งถือเป็นเคล็ดทางโหราศาสตร์ แต่ตามหลักพุทธศาสตร์ การจะทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ 

😀ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงดาวที่ไหน หากจะดูดวง ต้องดูดวงบุญในตัวเราว่าที่ผ่านมาในอดีต เราได้สั่งสมบุญไว้มากน้อยเพียงไร บุญที่เราทำไว้ดีแล้ว จะเกื้อกูลให้เราประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง ตัวของเราเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ไม่ใช่เทพยดาฟ้าดินที่ไหน หากเราทำบุญไว้มากๆ ดวงบุญในตัวเราก็จะโตใหญ่ ดวงบุญนี้ ย่อมดลบันดาลความสุขและความสำเร็จในชีวิตให้บังเกิดขึ้นเสมอ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่200😀*มีชัยชนะตลอดกาล*เมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ จำเป็นต้องฝึกซ้อมใจให้พร้อมเสมอ ที่จะเผชิญกับทุกสิ่งในชีวิต โดยเฉพาะกับมรณภัย ซึ่งจะมาเยือนเมื่อใดก็ได้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย การฝึกฝนใจให้ใสๆ เข้าถึงความสุขภายใน มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก

😀ได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นผู้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชอย่างไม่หวาดหวั่น เพราะฉะนั้น เราจึงควรฝึกใจให้พร้อมเสมอตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อชีวิตที่ดีที่สุดในวันข้างหน้า วันที่เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง และมีชัยชนะตลอดกาล เมื่อได้บรรลุมรรคผลนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่199😀*ชีวิตนี้มีเพียงบุญกับบาป*บางทีเราทำกรรมแค่ครั้งเดียว แต่ต้องไปใช้ผลกรรมหลายชาติ ถ้าเป็นบุญ ก็ตามส่งผลให้ได้ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ยาวนาน ถ้าเป็นบาปอกุศล ก็ตามส่งผลให้ต้องไปเสวยวิบากกรรมในทุคติภูมิยาวนานเช่นกัน เมื่อส่วนของกรรมใช้ไปหมดแล้ว แต่เศษของกรรมยังเหลืออยู่ ย่อมต้องทนใช้เศษกรรมต่อไปอีก กระทั่งภพชาติสุดท้ายในสังสารวัฏ 

😀ดังนั้นชีวิตในสังสารวัฏ มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้น ถ้าเราไม่ทำบุญ บาปอกุศลจะเข้ามาแทน ทำให้ใจเรายินดีในการทำบาป เพราะฉะนั้น เราต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ ทำบุญใหญ่ๆ ใจเราจะได้ใสๆ ให้ใจของเราชุ่มอยู่ในบุญ กระทั่งบาปไม่ได้ช่อง ชีวิตของเราจะได้ไม่หม่นหมอง เข้าถึงความสุขภายในกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่198😀*การงานที่ทำคือดาบสองคม*ตำแหน่งหน้าที่การงานทั้งหลาย เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าเราจับไม่ดี ย่อมมีสิทธิ์ลูบคมดาบ และถูกบาดได้ง่ายๆ แต่ถ้าจับด้วยความระมัดระวัง และนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งประโยชน์มากมายย่อมเกิดขึ้น อันที่จริง ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ ล้วนเป็นของสมมติ 

😀เพื่อไว้ใช้สร้างบารมี ย่นย่อหนทางไปพระนิพพานให้สั้นลง แต่ผู้ไม่รู้ กลับใช้ก่อกรรมทำบาปอกุศล แม้บุญเก่าจะทำมาดีให้ได้เกิดเป็นพระราชา แต่ถ้าประมาทใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิด ย่อมมีทุคติเป็นที่ไป ฉะนั้นทั้งบุญและบาปที่ได้ทำไป จะคอยติดตามส่งผลตลอดเวลา ไม่ได้สูญหายไปไหนแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่197😀*กรรมเป็นเรื่องอจินไตย*วิบากแห่งกรรมเป็นหนึ่งในอจินไตย 4 อย่าง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ไม่ควรคิด ถ้าคิดก็อาจทำให้มีส่วนแห่งความเป็นบ้าได้ เพราะเรื่องของกรรม มีความสลับซับซ้อนมาก เกินกว่าสติปัญญาของปุถุชนทั่วไปจะคาดคิดด้นเดาเอาได้ ต้องใช้"ภาวนามยปัญญา"คือ ปัญญาที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง 

😀จึงจะสามารถเชื่อมโยงเหตุและผล กรรมและผลของกรรมได้อย่างถูกต้องชัดเจน เพราะชีวิตในปัจจุบัน ย่อมเป็นผลมาจากการกระทำในอดีต และชีวิตในอนาคต ย่อมเป็นผลมาจากเหตุที่กระทำในปัจจุบันทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ซึ่งเป็นผังสำเร็จ set program ติดแน่นไว้ในฐานที่ตั้งของใจทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่196😀*ทำไปเพื่ออะไร?ในชีวิต*ในการการดำเนินชึวิตของมนุษย์ทุกคน ล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน พ่อค้าทำการค้า ประกอบธุรกิจ ย่อมหวังผลกำไรเป็นเครื่องตอบแทน เพื่อยังความสุขให้เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว นักรบทำสงครามเพื่ออำนาจความยิ่งใหญ่ หรือเพียงเพื่อปกป้องมาตุภูมิของตน ให้อยู่รอดปลอดภัยจากเหล่าอริราชศัตรู 

😀แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเปลือกนอกที่ฉาบทาด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันทำให้บุคคลทั้งหลายลุ่มหลงมัวเมา และประมาทในชีวิต แต่นักสร้างบารมี การทำความเพียรประหารกิเลส เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ของมวลมนุษยชาติทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่195😀*ยุติธรรมเช่นเปาหุ้นกรรม*กฎแห่งการกระทำนั้น จะทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา คอยตัดสินผลการกระทำของทุกชีวิตอย่างเที่ยงตรง ไม่มีการเอนเอียง โดยเราไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฎีกาใดๆทั้งสิ้น สรรพชีวิตต่างก้มหน้ารับผลแห่งการกระทำของตน ดังนั้น ชีวิตในปัจจุบัน คือ กระจกเงาสะท้อนให้เห็นกรรมในอดีต ทั้งที่ผิดพลาด และที่สมปรารถนา 

😀ที่ผิดพลาด ก็เป็นวิบากกรรมที่ติดตัวมา ต้องตามใช้กันกระทั่งชาติสุดท้าย ส่วนบุญ จะตามส่งผลกระทั่งถึงชาติสุดท้ายเช่นกัน ไม่ว่าเราจะทำบุญหรือทำบาป มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ย่อมให้ผลเสมอเหมือนกัน ถ้าทำบาป บาปมีผลเป็นความทุกข์ทรมานทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แต่ถ้าทำบุญ ย่อมมีผลเป็นความสุขความสำเร็จในชีวิตทั้งโลกนี้และโลกหน้า (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่194😀*ต่างกันเพียงช้าหรือเร็ว*การกระทำของคนเรา ย่อมมีทั้งดีและชั่วสลับกันไป ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกทำสิ่งไหน หากเราได้ทำกรรมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว กรรมนั้นอาจยังไม่เห็นผลในทันที

😀 เหมือนน้ำนมที่เพิ่งรีดมาใหม่ๆ รสชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่เมื่อเวลาผ่านไป รสชาติย่อมแปรเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับคนทำกรรมใดไว้ ไม่นานย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ต่างกันเพียงช้าหรือเร็วเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่193😀*ต้นกำเนิดพลังอันยิ่งใหญ่*กำลังใจเป็นต้นกำเนิดของพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มาอย่างเหลือเฟือ เพื่อผลักดันให้มนุษย์ทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ สำหรับคนที่หมดกำลังใจ ก็จะรู้สึกหมดเรี่ยวแรง หมดความหวัง หมดความเพียรพยายาม ไม่อยากทำความดี เหมือนรถที่น้ำมันหมด แล่นต่อไปไม่ได้ 

😀แต่สำหรับผู้มีปัญญาแล้ว ย่อมสามารถให้กำลังใจตนเองได้ ไม่ต้องไปรอคอยกำลังใจจากใคร เพราะต้นแหล่งแห่งกำลังใจนั้นแฝงอยู่ในใจเรา คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่7 เป็นแหล่งกำเนิดแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่  เมื่อใจสงบนิ่ง ย่อมพบความสว่าง ใจจะมีพลัง มีความสุขและมีอานุภาพ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่192😀"ไกลตัว...ใกล้ตัว...ในตัว*บุญเป็นสิ่งสำคัญ เป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จทั้งปวง สิ่งอื่นเป็นเพียงองค์ประกอบเท่านั้น ซึ่งทั้งบุญและบาปล้วนอยู่ในตัวเรา เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไกลตัวเรา คนส่วนใหญ่เหมือนคนสายตายาว มักมองไม่เห็นสิ่งที่ใกล้ตัว และมักคิดว่า เรื่องบุญบาปเป็นเรื่องไกลตัว 

😀จึงประมาท ไม่สั่งสมกุศลความดี อันที่จริง ทั้งบุญและบาปเกิดขึ้นในใจเราตลอดเวลา และเกิดจากการกระทำด้วยกาย วาจา ใจของเรา อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งชาติสุดท้ายของชีวิตในสังสารวัฏ ถ้าเราสั่งสมแต่บุญกุศล เราจะมีแต่ความปลาบปลื้มปิติยินดีไปทุกชาติ จนถึงภพชาติสุดท้าย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่191😀*บุญในตัวดึงดูดทรัพย์*ผู้ที่หมั่นสั่งสมความดีอยู่เป็นนิตย์ จิตจะร่าเริงเบิกบานแจ่มใส เพราะกระแสธารแห่งบุญที่หลั่งไหลมาสู่ตัวเรา ทำให้รู้สึกสดชื่นเบิกบาน จิตใจเกลี้ยงเกลาสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อเราทำบุญด้วยการให้ทานชนิดต่างๆ รักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ และนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำ 

😀ดวงบุญในตัว ย่อมกลั่นกาย วาจา ใจ ให้ใสบริสุทธิ์ จะสว่างไสวยิ่งๆขึ้นไป ดวงบุญนี้ มีอานุภาพดึงดูดโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ดึงดูดสิ่งที่ดี คนดี เหตุการณ์ดีๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิต ย่อมต้องอาศัยกำลังบุญทั้งสิ้น อย่างอื่นเป็นเพียงสิ่งประกอบภายนอก ดังนั้น บุญจึงเป็นศูนย์รวมของสิ่งที่ดีงามทุกอย่าง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่190😀*กระทบแต่ไม่กระเทือน*มีดีใจ เสียใจ เต็มไปด้วยความผกผัน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอก สภาพร่างกายและจิตใจภายใน ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาใจของเราให้มั่นคงเข้มแข็ง มีอารมณ์ดี อารมณ์เดียว อารมณ์สบายให้ได้ตลอดเวลา แม้มีสิ่งภายนอกมากระทบ แต่ก็ไม่กระเทือนเข้ามาในจิตใจ เปรียบเสมือนภูเขา ที่บางครั้งมีหิมะปกคลุม 

😀บางครั้งมีลมพายุพัดกระหน่ำ บางครั้งมีฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่า ทั้งๆที่ภูเขาได้รับความปั่นป่วนรอบด้าน แต่กลับนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้านใดๆ ชีวิตของเราก็เช่นกัน ต้องหนักแน่นเหมือนดั่งภูผา ไม่ว่าจะประสบกับปัญหาความยากลำบาก หรือเผชิญกับความวุ่นวายรอบด้าน ถ้าจิตใจเราสงบ สะอาด สว่าง เราย่อมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ เหมือนภูเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงลมที่มาจากทิศทั้งสี่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่189😀*ฉากหลังของชีวิต*ทุกคนมีฉากหลังของชีวิตกันทั้งนั้น บุญคือ ฉากหลังที่มีคุณค่าที่สุดของทุกๆคน นักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน ท่านมีโอกาสสร้างบุญด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วมสร้าง เมื่อบุญเต็มเปี่ยม ความปรารถนานั้นก็สมหวัง เราจะพบว่า อริยสาวกผู้เพียบพร้อมด้วยโลกิยสมบัติ อริยสมบัติ

😀ทุกท่านต่างสร้างบุญใหญ๋กันมาทั้งนั้น บุญที่เกิดจากการกล่าวสรรเสริญคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นอีกบุญหนึ่งที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม ดังนั้น ให้หมั่นสวดมนต์สรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย เช่น สวดพระธรรมจักร และตั้งใจเจริญสมาธิภาวนา เพื่อชีวิตเราจะได้เจริญรุ่งเรืองสมปรารถนากันทุกๆคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่188😀*มนุษย์ลึกลับซับซ้อน*ในสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายไม่ได้นี้ ยังมีเรื่องราวมากมายที่ลึกลับซับซ้อน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง คอยบังคับให้มวลมนุษยชาติทั้งหลาย ตกอยู่ในความประมาท มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเป็นเหยื่อล่อที่ร้อยรัดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทำให้ลืมเลือนเป้าหมายดั้งเดิมที่เกิดมา 

😀เพื่อแสวงหาหนทางพระนิพพาน ถูกความไม่รู้ คือ อวิชชาครอบงำบังคับบัญชาไว้ ไม่ให้คิดถึงความเป็นจริงของชีวิตว่า เราทุกๆคน เกิดมาแล้วต้องตาย สังขารร่างกายนี้มีไว้ เพื่อใช้สร้างบุญสร้างบารมี เมื่อเวลาในโลกมนุษย์หมดลง ก็ต้องย้ายไปสู่ภพภูมิใหม่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่187😀*อย่าประมาทชะล่าใจ*ผู้ที่สั่งสมบุญไว้มาก ย่อมไม่หวาดกลัวต่อความตาย กลัวอย่างเดียว คือ กลัวว่าจะไม่ได้สร้างบุญ เพราะรู้ว่า บุญยังประโยชน์ให้ได้สมบูรณ์ในทุกสิ่งของชีวิต เมื่อมีบุญมากแล้ว แม้ต้องจากโลกนี้ไปสู่ปรโลก ย่อมเวียนวนอยู่ในสุคติโลกสวรรค์อย่างเดียว พวกเราต้องทำบุญบ่อยๆ 

😀อย่าชะล่าใจว่า เราทำมามากแล้ว เราต้องไม่ประมาท ต้องสั่งสมบุญทุกชนิด บุญเล็กบุญน้อยบุญใหญ่ ทำไปทุกๆบุญ อย่าให้ขาดแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศล ให้รีบทำทันทีโดยไม่ลังเล ให้ดีใจเถิดว่า นั่นแหละจะเป็นสมบัติใหญ่ ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่186😀*มนุษย์ผู้ให้จะไปสวรรค์*พระพุทธองค์ทรงสอนให้เป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน มีใจสูง สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ซึ่งแปลว่า ผู้มีใจสูง มีใจประเสริฐ จิตใจจะสูงได้ ต้องมีปกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยินดีในการให้ มากกว่าการรับ ใครมีปัญหาอะไร พอที่เราจะช่วยเหลือได้ ก็ช่วยเหลือกันไป 

😀ไม่เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว มีศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอยู่เป็นประจำ เมื่อดำรงมั่นอยู่ในธรรมเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่ต้องกลัวปรโลก เพราะเมื่อละโลก ต้องไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์อย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่185😀*ตายอย่างปลอดภัย&มีชัยชนะ*ความตายไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัว เป็นเพียงการเดินทางไปสู่ปรโลก หรือย้ายที่อยู่ใหม่ เปลี่ยนภพภูมิใหม่เท่านั้นเอง พระพุทธองค์ทรงสอนวิธีเตรียมตัวก่อนตาย เพื่อเดินทางไปสู่ปรโลกไว้ว่า ทำอย่างไรจึงจะไปอย่างองอาจ ไปอย่างปลอดภัย และมีชัยชนะ ท่านทรงสอนว่า 

😀เมื่อเป็นฆราวาสอยู่ครองเรือนให้มีฆราวาสธรรม คือ ต้องขยันหมั่นเพียรทำมาหากินโดยสุจริต ครั้นได้ทรัพย์มาแล้ว ส่วนหนึ่งก็นำมาหล่อเลี้ยงขันธ์ห้า อีกส่วนหนึ่งก็นำออกด้วยการให้ทาน เป็นการฝากฝังทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา อันสามารถเปลี่ยนจากโลกิยทรัพย์ มาเป็นอริยทรัพย์ที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่184😀*กายจ๋า...ใจลาก่อน*การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถือเป็นเรื่องปกติของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นธรรมประจำโลก เพราะโลกนี้ ตั้งอยู่ในสามัญลักษณะ3ประการ คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เป็นมนุษย์ เป็นเทวดา พรหม หรือ อรูปพรหม ตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เมื่อถึงขีดถึงคราวที่สรีระร่างกายใช้การไม่ได้ เหมือนรถที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน ครั้นหมดอายุการใช้งาน ก็จำเป็นต้องทิ้งไป 

😀เพื่อใช้รถคันใหม่ทีดีกว่าเดิม สังขารร่างกายก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องทอดทิ้งร่างที่ประกอบด้วยมหาภูตรูป ซึ่งมีความแก่ชรา ความเสื่อมสลายใช้การไม่ได้นี้ ไปแสวงหารูปกายใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า ก่อนตายได้สั่งสมบุญหรือบาปไว้มากกว่ากัน ถ้าบุญมาก ก็ได้รูปกายใหม่ที่ละเอียดประณีตกว่าเดิม หากสั่งสมอกุศลกรรมไว้มาก อายตนะของบาป จะดึงดูดไปสู่อบายภูมิ ลงไปสู่ภพภูมิที่ต่ำกว่าเดิม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่183😀*บุญไม่มีวันทอดทิ้งเรา*คำว่า"บุญ"มีอานุภาพมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าเรารักการสั่งสมบุญและไม่หยุดสร้างบุญ บุญจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา แต่จะเป็นเสมือนเงา ที่คอยติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ รอคอยจังหวะที่สมควรเพื่อให้ผลตลอดเวลา ซึ่งหากเป็นบาปอกุศล วิบากกรรมนั้น ก็จะตามส่งผลเช่นกัน 

😀เพราะกรรมดีหรือกรรมชั่ว ที่เราได้ทำเอาไว้ในอดีต จะมีอิทธิพลต่อตัวเราในปัจจุบัน แล้วถ้าหากภพชาตินี้ เราสั่งสมแต่บุญกันล้วนๆ บุญนี้จะส่งผลให้เรามีความสุขความเจริญในอนาคต เมื่อใดที่เรามีธรรมจักขุ(ตาทิพย์) และมองย้อนระลึกกลับไปในอดีต หากเราทำแต่บุญ เมื่อนั้นมหาปีติ ย่อมจะบังเกิดขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่182😀*ดินแดนแห่งบุญ&บาป*โลกมนุษย์เป็นดินแดนแห่งการสร้างบุญและบาป แล้วแต่ว่าใครจะเลือกเส้นทางใด ถ้าเลือกสร้างบุญ ก็สามารถสร้างบุญบารมีได้อย่างเต็มที่ แต่หากประมาทพลาดพลั้งไปสร้างบาป ก็จะเป็นบาปติดตัวไป การเกิดมาของนักสร้างบารมีทั้งหลาย ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างมีคุณค่า  ผู้ที่มีบุญมาก บุญจะปรุงแต่งให้สมปรารถนาในทุกสิ่ง ได้ในสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายไม่ได้ 

😀บุญมีผลต่อทุกชีวิต ซึ่งแต่ละชีวิตต่างมีเรื่องราวที่มาที่ไป โดยมีบุญทำกรรมแต่ง นับตั้งแต่ภพชาติแรกๆ ที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เวียนว่ายต่ายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน บุญเป็นฉากหลังของทุกชีวิต กรรมเก่าที่ส่งผลให้มนุษย์ทุกๆคน ได้รับแตกต่างกันออกไป ใครมีกรรมเก่าที่เป็นบุญมาดี ย่อมจะได้ผลที่ดีๆ ถ้ามีกรรมเก่า ที่เป็นบาปมามาก จะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่181😀*เปลี่ยนชื่อใหม่ดีไม่?*ชื่อเป็นเพียงสรรพนาม ใช้เรียกขานกันเท่านั้นเอง ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเวลาเปลี่ยนใหม่ การไม่เปลี่ยนชื่อใหม่ นอกจากจะได้ชื่อว่า ไม่หลงไปตามกระแสนิยม ไม่งมงายในเรื่องฤกษ์ยาม ไม่เอาชื่อตัวเองมาทำให้ตัวสับสนแล้ว ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่ที่ตั้งชื่ออันทรงเกียรติให้กับเราอีกด้วย ให้พอใจในชื่อที่เรามีอยู่ หากไม่จำเป็น เพราะเหตุผลบางอย่าง เช่น 

😀มีทั้งชื่อและนามสกุลซ้ำกันหลายคน เรื่องคดี ยุคปัจจุบันกลายเป็นคำแสลง คำหยาบ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ยุ่งยากเสียเวลา เอาเวลาไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ คือสั่งสมบุญเพิ่มเติมให้กับตัวเองเอาไว้มากๆจะดีกว่า เพราะการจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่นั้น อยู่ที่ได้เคยสั่งสมบุญเก่ามาดีหรือไม่? อีกทั้งจะชื่ออะไรก็ตาม ถ้าเราหมั่นคิด พูด ทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทำความดีจนคุ้น แล้วความเป็นสิริมงคลก็จะบังเกิดขึ้นเราเราเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่180😀*กิเลสบังคับธาตุธรรม*การปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องสวนกระแสโลก เพราะกระแสโลกมีลักษณะหมุนไปตามกิเลส คือ โลภะ โทสะ และโมหะ จิตใจหมกมุ่นอยู่ในเบญจกามคุณทั้งหลาย ทำให้ไม่สามารถหลุดจากวัฏจักรเหล่านี้ไปได้ ส่วนการปฏิบัติธรรม เหมือนทานยาขม จำต้องใช้ความอดทน และยึดมั่นในมโนปณิธานที่ตั้งใจเอาไว้ว่า 

😀จะสร้างบารมี ฝึกฝนตนเอง ให้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย การทำสมาธิเจริญภาวนาให้ใจผ่องใสอยู่เสมอ จะทำให้เรามีกำลังใจ ในการสวนกระแสกิเลสที่คอยบังคับธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ของเราเอาไว้ จะทำให้เรามีชัยชนะในการสร้างบารมีไปทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่180😀*อะไร?ก็เปลี่ยนได้*การมองให้เห็นคุณค่าในทุกสิ่ง การรู้จักเลือกเอาแต่สิ่งที่ดี ที่มีประโยชน์จากสิ่งต่างๆ ออกมาใช้ จึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก และก็ต้องศึกษาธรรมชาติของทุกสิ่งให้กระจ่างแจ้ง จนสามารถสร้างสรรค์ทุกสิ่งได้อย่างเหมาะสม เพราะแม้ขยะ เขายังเปลี่ยนมาเป็นปุ๋ยได้ 

😀ฉะนั้นอะไรๆ ก็เปลี่ยนให้ดีขึ้นได้ทั้งนั้น ถ้าเรารู้จักมองโลกให้ออกทั้งสองด้าน ทั้งด้านดี และด้านไม่ดี ถ้าเรามองออก เราก็จะอยู่เหนือโลก ไม่เป็นไปตามกระแสกิเลสที่ครอบงำโลก เพราะเราจะอาศัยข้อดีของโลกมนุษย์นี้สร้างบารมี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่179😀*น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า*สรรพชีวิตจะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เหมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า รุกขเทวาพึ่งต้นไม้ ดังนั้น การมองแต่ได้ ไม่มองเสีย เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ เป็นลูกโซ่ต่อๆกันไปในอนาคต 

😀ผู้รู้เป็นบัณฑิตนักปราชญ์ ท่านจะมองทุกเรื่องอย่างระมัดระวัง พิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบ แล้จึงค่อยตัดสินใจทำลงไป โดยเฉพาะสิ่งใดที่ตัดสินใจไปแล้ว จะมีผลกระทบต่อหมู่คณะโดยส่วนรวม ยิ่งต้องวิเคราะห์ไตร่ตรอง ให้ละเอียดถึ่ถ้วนเป็นพิเศษ เพื่อความอยู่เป็นสุขของหมู่คณะ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่178😀*เพื่อนคือมิตรธุระ/บุญคือมิตรชาติหน้า*สำหรับคนผู้มีกิจธุระเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ต้องมีมิตรสหาย พวกพ้องบริวารที่ดีคอยช่อยเหลือ เพื่อให้หน้าที่กิจการงานต่างๆ สามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้น มิตรสหายจึงเป็นผู้มีอุปการะที่สำคัญ สำหรับผู้ที่มีกิจธุระเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ และบุญกุศล ก็เป็นมิตรแท้สำหรับผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิตที่ได้สั่งสมบุญเอาไว้ และบุญนี้ ก็ยังสามารถติดตามตัวไปได้ทุกหนทุกแห่ง กระทั่งในปรโลก

😀บุญจะแปรเปลี่ยนไปเป็นสมบัติอันน่าใคร่ น่าพอใจ ทำให้เรามีความสุขสมปรารถนาในทุกสิ่ง ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยบุญทั้งสิ้น ในชีวิตจริงคนเรานั้น ต้องมีการพึ่งกาอาศัยซึ่งกันอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น เมื่อหันไปรอบทิศ ก็ควรจะมีแต่มิตรรอบตัว เพราะมิตรแท้ สามารถนำประโยชน์สุขมาให้แก่เราได้ แม้ผู้ที่เป็นมิตรแท้ของเรา อาจจะยังไม่สมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่เขาก็มีข้อดีบางประการที่แฝงอยู่ในตัว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่177😀*แม่คือมิตรในบ้าน/รถคือมิตรเดินทาง*"พระพุทธเจ้าตรัสว่า"พวกเกวียนพวกโคเป็นมิตรของคนเดินทาง มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน สหายเป็นมิตรของคนผู้มีธุระเกิดขึ้นเนืองๆ บุญที่บุคคลได้ทำไว้เป็นมิตรติดตามไปถึงภพหน้า"คนที่ต้องเดินทางไกล จำเป็นจะต้องอาศัยยานพาหนะ ถ้ามียานพาหนะที่ดีๆ เวลาจะเดินทางไปไหนก็สะดวกสบาย มีความสุขใจและความปลอดภัยตลอดเส้นทาง 

😀พาหนะ เช่น พวกเกวียนพวกโค(สมัยนี้รถ) จึงเป็นเสมือนมิตรที่พึ่งพาของคนเดินทาง และมารดาก็เป็นมิตรแท้ของบุตรธิดา เพราะผู้เป็นมารดา ย่อมมีแต่ความรัก ความจริงใจให้กับบุตรธิดา มีความเมตตา ปรารถนาดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น มารดาจึงเป็นยอดกัลยาณมิตรของบุตรธิดา ที่มีแต่ความบริสุทธิ์ใจตลอดเวลา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่176😀*โลกนี้มีสองด้านเสมอ*บรรดาสิ่งของที่มีอยู่ในโลกนี้ มักจะมีอยู่สองด้านเสมอ คือทั้งด้านที่ดี และไม่ดี เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อมไปทุกอย่าง คนฉลาดจึงต้องรู้จักเลือกเอาด้านดีของทุกสิ่ง เพื่อจะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ นอกจากจะอาศัยบุญ ความรู้และความสามารถแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักจะมีอยู่ในบุคคลเหล่านั้นก็คือ 

😀การรู้จักมองโลกในแง่ดี แม้บางอย่างอาจจะเคยผิดพลาดมาแล้วก็ตาม แต่สิ่งเหล่านั้นก็จะถูกแปรเปลี่ยนให้มาเป็นแรงขับดัน ในการปรับปรุงและพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าต่อไป โดยอาศัยพื้นฐานของการมีจิตใจที่ดีงามและสร้างสรรค์ มีใจที่เปิดกว้าง สงบ เยือกเย็น ดังนั้นการเจริญสมาธิภาวนาจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการเสริมสร้างให้ทุกสิ่งสมบูรณ์ยิ่งขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่175😀*มหัศจรรย์แห่งบุญ*บุญนี่สำคญจริงๆ มีพลานุภาพยิ่งกว่าสิ่งใดๆทั้งสิ้น แม้พระบรมศาสดายังตรัสย้ำว่า "ใครมีบุญมาก สิ่งที่ดีมีสิริมงคลทั้งหลาย จะไปอยู่กับผู้มีบุญมาก บุญจะดึงดูดสิริทั้งหลายมา ใครจะลักเอาไปไม่ได้ เป็นของอสาธารณะ"ดังนั้น ให้พวกเราเห็นคุณค่าของบุญว่า สำคัญอย่างยิ่งต่อตัวเราและชาวโลก 

😀ถ้าเรามีบุญมาก ปรารถนาสิ่งใด สิ่งนั้นจะสำเร็จเป็นอัศจรรย์ มหาสมบัติจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยอานุภาพแห่งบุญ เกิดขึ้นมาเพื่อให้ผู้มีบุญได้ใช้สร้างบารมี ใครมีบุญมาก ก็จะรองรับมหาสมบัติเหล่านั้นได้ จะได้ครอบครองสมบัตินั้น เราจึงต้องสั่งสมบุญกันให้มากๆ หมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อย่าประมาทในการสั่งสมบุญ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่174😀*บุญเหมือนแม่เหล็กดึงดูด"ถ้าดวงบุญภายในตัวของเราสุกใสสว่างมาก ความสุขและความสำเร็จก็มีมาก จะทำอะไรก็สำเร็จทุกอย่าง เพราะบุญจะมีอานุภาพดึงดูดสิ่ที่ดีมาสู่ตัวเรา เหมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ ที่ดูงดูดธาตุเหล็กต่างๆ ให้เข้ามาหา 

😀บุญจะดึงดูดสมบัติต่างๆ เข้ามาให้เราได้ใช้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย แม้จะหวังผลหรือไม่ก็ตาม แต่อานุภาพแห่งบุญจะบันดาลให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นสำเร็จเป็นอัศจรรย์ ผู้ที่สั่งสมบุญเป็นประจำ จะไม่มีวันตกต่ำ มีแต่จะเจริญยิ่งๆขึ้นไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่173😀*มือถึง/ใจถึง/ทุนถึง/ทีมถึง👉บุญถึง*คนมีบุญ ปรารถนาอะไรก็สำเร็จสมปรารถนาทุกประการ เราได้พบเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง บางคนประกอบธุรกิจการงาน ก็ประสบความสำเร็จอย่างอัศจรรย์ ได้ผลเกิดควรเกิดคาด ในขณะที่บางคน แม้จะทุ่มเท แรงกายแรงใจลงไปสักเพียงใดก็ตาม ผลที่ได้รับ กลับไม่คุ้มกัน ไม่เป็นที่น่าพอใจ บางทีถึงกับล้มเหลว สิ้นเนื้อประดาตัวเลยก็มี 

😀ดังนั้น จะทำอะไรก็ตาม เราจะมีเพียง มือถึง ใจถึง ทุนถึง ทีมถึง เท่านี้ยังไม่เพียงพอ ต้องบุญถึงด้วย จึงจะประสบความสำเร็จได้ เราจะคุ้นกับถ้อยคำที่ว่า "เก่งกับเฮง" บางคนเก่ง แต่ไม่เฮง คือ มีความรู้ความสามารถมาก แต่ทำแล้วไม่สำเร็จ เพราะไม่เฮง แต่บางคนทั้งเก่งทั้งเฮง ทำอะไรสำเร็จหมด คำว่าเฮงนี้ลึกซึ้ง หมายถึง จะเฮงได้ต้องมีบุญมาก (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่172😀*ปัจจัย4มีใช้ตลอด*การเดินทางไกลในสังสารวัฎ จำเป็นต้องมีเสบียงบุญติดตั ถ้าเสบียงบุญมาก การดำเนินชีวิตจะสะดวกสบาย ไม่ต้องวิตกกังวลในการแสวงหาปัจจัย4(1.อาหาร 2.ที่อยู่อาศัย 3.เครื่องนุ่งห่ม 4.ยารักษาโรค)มาเลี้ยงชีพ บุญกุศลที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงใหญ่ให้เราสร้างบารมีอย่างมีความสุข 

😀ดังนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบุญอยู่เบี้องหลังของความสุขความสำเร็จทุกอย่าง เมื่อเรายังมีลมหายใจอยู่ ต้องสร้างสั่งสมบุญบารมีให้เต็มที่ อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ทั้งการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำไปพร้อมๆกัน เพื่อบารมีของเราจะได้เพิ่มพูนขึ้นทุกวันทุกคืน โภคทรัพย์สมบัติจะได้บังเกิดขึ้น เพื่อไว้ใช้สร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่171😀*มหาเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่*ในสมัยพุทธกาล ที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องหลายท่าน ล้วนแต่เคยทำบุญในยามยากทั้งนั้น อุปสรรคความยากลำบากนี่แหละ จะเป็นเครื่องวัดกำลังใจของแต่ละคน วัดกำลังสติปัญญาว่า ใครมีปัญญาที่จะดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต 

😀บางคนมองใกล้ๆ ก็เอาดีเฉพาะในภพชาตินี้ แต่คนมีปัญญาเขามองกันข้ามชาติ และมองข้ามไปอีกหลายๆชาติว่า ถ้าหากมีทรัพย์แค่นี้ ทำอย่างไรถึงจะทำบุญชาติเดียว แล้วใช้ได้หลายภพหลายชาติ ตายแล้วยังใช้ได้อีก เกิดใหม่ยังใช้ได้อีก คนมีปัญญาเขาจะคิดกันอย่างนี้ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่170😀*ชีวิตนี้เราลิขิตเอง*เทวดาหรือพรหมไม่สามารถมาลิขิตแทนได้ เราปรารถนาจะให้ชีวิตดำเนินไปในทางใด ก็อยู่ที่เราจะเลือกเดินเอง วิสัยของนักปราชญ์บัณฑิตนั้น แม้จะพรั่งพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ ท่านกลับไม่ประมาทเพลิดเพลินอยู่เพียงแค่นั้น 

😀แต่จะมุ่งหวังเพียร ทำกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป เพื่อให้เข้าถึงความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พวกเรานักสร้างบารมี ก็เช่นเดียวกัน ต้องตั้งมั่นในคุณความดี เพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป อย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ เพราะบุญที่ทำ จะเป็นพลวปัจจัย เกื้อหนุนให้เราสร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบายไปทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่169😀*คนตระหนี่...ทรัพย์หนีหมด*ปกติของคนตระหนี่ จะไม่ใชอบให้ทาน เพราะเขากลัวความจน กลัวว่าทรัพย์ที่ให้ไปจะสูญเปล่า แต่ผู้รู้กลับบอกว่า ยิ่งให้ จะยิ่งได้ เพราะการทำความดีใดๆ ที่จะไม่ส่งผลนั้น เป็นไม่มี 

😀หากเริ่มดำรงตน อยู่ในสถานะของผู้ให้ ใจของเราจะสูงขึ้น เป็นอิสระจากความตระหนี่ และจะขยายออกไปอย่างไม่มีประมาณ เมื่อถึงขึดถึงคราวที่บุญส่งผล จะได้รับผลเกินควรเกินคาดทีเดียว แม้ตัวเรายังรู้สึกอัศจรรย์ในตัวเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่168😀*ฆ่ามัน...ความตระหนี่*มนุษย์ทุกคนเกิดมาในโลกนี้ ต่างปรารถนาความสุขและความสำเร็จในชีวิต อยากเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยบุญ อย่างน้อย ผู้นั้นต้องเริ่มต้นด้วยการให คือ ต้องสามารถเอาชนะความตระหนี่ ที่มีอยู่ในใจให้ได้เสียก่อน 

😀เปรียบเสมือน ดวงจันทร์เมื่อพ้นจากเมฆหมอก ย่อมปรากฎความสว่างไสว ใจที่หลุดพ้น จากกระแสแห่งความตระหนี่ก็เช่นเดียวกัน จะใสสว่าง เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับบุญกุศล และสามารถดึงดูดมหาสมบัติ ที่จะบังเกิดขึ้นได้โดยง่าย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่167😀*ตามหาเจ้าของทรัพย์สุดขอบฟ้า*พระพุทธเจ้าตรัสว่า"คนไม่มีบุญ จะมีศิลปะก็ตาม ไม่มีศิลปะก็ตาม แม้มีความขวนขวาย รวบรวมทรัพย์ใดไว้เป็นอันมากก็จริง แต่คนมีบุญเท่านั้น จึงจะได้บริโภคทรัพย์เหล่านั้น โภคะเป็นอันมากล่วงพ้นคนไม่มีบุญ ไปกองอยู่ที่คนมีบุญเท่านั้น 

😀อนึ่ง เมื่อคนมีบุญอยู่ในที่ใด โภคะทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้นในที่แม้มิใช่บ่อเกิด" เพราะฉะนั้น เราควรสั่งสมบุญ โดยเร่งทำความดีตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา ซึ่งจะส่งผลให้เรามีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด เจริญก้าวหน้าในชีวิต (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่166😀*ใคร?อยู่เบื้องหลัง*ผลไม้ที่พันธุ์ไม่ดี ถึงเราจะใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดิน บำรุงรักษาดีเพียงใดก็ตาม อย่างมากก็แค่ทำให้มีผลดกขึ้น แต่ที่จะทำให้มีรสโอชาขึ้นกว่าเดิมคงยาก ตรงกันข้ามกับผลไม้พันธุ์ดี แม้รดน้ำพรวนดินแค่พอประมาณ แต่กลับได้ผลมากเกินคาด รสชาติก็โอชา ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่ไม่ได้สร้างบุญมาก่อน เมื่อประกอบกิจการงาน  

😀ถึงจะขยันขันแข็งสักปานใด กว่าผลแห่งความสำเร็จจะปรากฏเต็มที่ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก และมักประสบอุปสรรค กว่างานจะสำเร็จจึงเสียเวลามาก ส่วนผู้ที่เคยสั่งสมบุญมาดีแล้ว เมื่อทำความดี ผลดีจะปรากฏเต็มที่ ทันตาเห็น ส่งผลให้การงานมีความเจริญก้าวหน้า เหนือกว่าบุคคลทั้งหลายอย่างน่าอัศจรรย์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่165😀*บุญพาวาสนาส่ง*ความดีใดก็ตามที่เราได้ทำไว้ แม้ยังไม่ให้ผลในปัจจุบันทันที แต่จะไม่สูญหายไปไหน ความดีเหล่านั้นจะกลั่นรวมตัวเป็นบุญ ปรุงแต่งจิตใจเราให้ดีขึ้น และเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของเราต่อไปในอนาคต 

😀ที่เรียกว่า "บุญวาสนา" ผู้ที่มีบุญวาสนาในวันนี้ ล้วนเคยประกอบเหตุ ด้วยการสั่งสมบุญมาแล้วทั้งสิ้น การเป็นผู้มีบุญสั่งสมไว้ดีแล้วในกาลก่อน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นมงคลอย่างยิ่ง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่164😀*อมตะไม่มีวันตายจากความดี*ความไม่ประมาท เป็นยอดแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใด สามารถดำรงตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท บุคคลนั้น ได้ชื่อว่า เป็นอมตะไม่มีวันตายจากความดี แต่ถ้าใช้ชีวิตอย่างประมาทมัวเมา ชีวิตของผู้นั้น ก็เปรียบเสมือนผู้ที่ตายแล้ว 

😀เกิดมาก็ไม่มีสาระแก่นสาร ความไม่ประมาทนี้ครอบคลุมความดีไว้ทุกประการ เพราะหากเราไม่ประมาท และตระหนักแน่นอยู่ในใจ เราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า สมบูรณ์บริบูรณ์อย่างแท้จริง ซึ่งต้นแหล่งแห่งความไม่ประมาท คือ การมีสติในศูนย์กลางกายตลอดเวลา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่163😀*ความทุกข์ของนักบุญ*ปัจจุบันมีนักบุญหลายท่าน มักรำพึงว่า จะทำบุญกุศล ก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะอยู่ในแวดวงของคนที่ไม่ค่อยเลื่อมใสพระพุทธศาสนา บางท่านมีครอบครัวที่อยู่ห่างจากวัดวาอาราม มาวัดก็ไม่สะดวก จะหาพระสงฆ์เดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน ก็ไม่มี บางทีแม้มีทั้งทรัพย์สมบัติ มีเนื้อนาบุญมาโปรด แต่ครอบครัวกลับไม่สนับสนุน ห้ามทำบุญก็มี 

😀บางรายถึงขึ้นครอบครัวไม่ยอมให้มาวัดก็มี ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไม่ได้อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม จึงทำให้การสร้างบารมีติดๆขัดๆ แต่สำหรับนักสร้างบารมีเช่นเรา อย่างไรก็ต้องสร้างบารมี เราจะไม่ยอมให้อุปสรรคเหล่านั้นมาเป็นข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข วิสัยที่แท้จริงของนักสร้างบารมี จะไม่ยอมเสียเวลากับอุปสรรคดังกล่าว (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่162😀*คุ้มครองโลกให้ปลอดภัย* หากยามใดที่จิตสำนักของมนุษย์ตกต่ำ ผู้นำไม่ประพฤติธรรม ประชาชนไม่ประพฤติธรรม มัวประมาทเลินเล่อ ถูกกระแสบาปเข้าบังคัญบัญชาอยู่ภายใน ให้คิดชั่ว ทำชั่ว เมื่อนั้นเศรษฐกิจก็จะตกต่ำ ดินอากาศฟ้าแปรปรวน โรคภัยไข้เจ็บ ก็เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้น ศีลธรรม คือ เครื่องพลิกผันสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ให้กลับดีขึ้นมาได้ 

😀การประพฤติธรรมเท่านั้น ที่จะช่วยคุ้มครองโลกให้ปลอดภัยได้ เราจึงควรตั้งใจประพฤติธรรมกันให้เต็มที่ ช่วยกันนำศีลธรรมไปสู่มวลมนุษยชาติด้วย จิตใจชาวโลกจะได้สูงขึ้น สิ่งที่ดี จะได้บังเกิดขึ้น และเมื่อใดทุกคนในโลกคิดกันได้อย่างนี้ รู้จักสั่งสมบุญบารมี เมื่อนั้น โลกก็จะพบกับสันติสุขที่แท้จริงอย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่161😀*ไม่อดอยากยากจน* หากยุคสมัยใดได้ผู้นำที่ดีมีคุณธรรมมาบริหารประเทศ ยุคสมัยนั้น ประเทศชาติก็เจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข โลกย่อมบังเกิดสันติสุข ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน มีแต่แบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ปรารถนาดีต่อกัน เมื่อกระแสใจของชาวโลก ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี 

😀ไม่ประมาทในชีวิต ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล ข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจจะมีสภาพคล่อง ประชาชนไม่อดอยากยากจน โรคภัยไข้เจ็บก็น้อย ผู้คนมีอายุยืนยาว ผิวพรรณวรรณะผ่องใส ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีหมด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่160😀*ประสบความสำเร็จในชีวิต* คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องรู้จักฉลาดในการแสวงหาบุญ ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย โดยไม่ทำอะไร มีแต่มองว่า บุญทุกบุญนั้น เป็นบุญใหญ่และเป็นบุญที่จะอำนวยความสุข และความสำเร็จในชีวิตตลอดไป เมื่อลงมือทำบุญแล้ว 

😀ต้องทำให้ดีที่สุด ประณีตที่สุด ให้ละเอียดประณีต ทั้งของที่ทำถวาย และน้อมถวายด้วยใจที่ละอียดประณีต ทั้งก่อนถวาย ขณะถวาย และหลังจากถวายมหาทานไปแล้ว ให้มีใจร่าเริงเบิกบาน ไม่คิดเสียดาย ประโยชน์ใหญ่ผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ จึงบังเกิดขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่159😀*เป็นที่รักของเทวดา&มนุษย์*การทำความดีทุกอย่าง ถึงแม้จะไม่มีผู้ใดมารับรู้ แต่อย่างน้อย ก็มีตัวเราเองที่รู้และภาคภูมิใจ ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่เรามองไม่เห็น ก็ย่อมรับรู้ และคอยอนุโมทนาบุญกับเราตลอดเวลา ฉะนั้นสมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องหมั่นทำความดี 

😀หมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาให้มาก โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา ต้องทำให้ได้ในทุกอิริยาบถ ทำให้ได้ทุกๆวันตลอดเวลา จนเราสามารถเข้าถึงพระภายในตัวได้ เราย่อมจะสมหวัง และเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย (จากธรรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่158😀*บุญอัศจรรย์สรรเสริญพระ*อานิสงส์แห่งการกล่าวสรรเสริฐพระรัตนตรัยนี้ น่าอัศจรรย์ทีเดียว เป็นมหานิสงส์อันยิ่งใหญ่ไพศาล จะนับจะประมาณมิได้ สิ่งที่เราทำกับเนื้อนาบุญอันเลิศ มีคุณค่าเอนกอนันต์ ไปชั่วกัปชั่วกัลป์ การสร้างบุญแม้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย 

😀แต่อานิสงส์ที่ได้ ไม่เล็กน้อยเลย การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา และถูกเนื้อนาบุญ จึงเป็นสิ่งที่เราต้องตระหนัก และไม่ควรดูเบาอย่างเด็ดขาด หมั่นนึก หมั่นย้ำ หมั่นทำกันอย่างสม่ำเสมอ เราจะได้มีอานิสงส์ใหญ่ ติดตัวไปทุกภพทุกชาติกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่157😀*บุญง่ายๆทำได้ทุกคน*บุญทุกบุญ ที่ทำผ่านมาในชีวิตของเรามีอยู่มากมาย แต่บุญที่คนมักจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือ การสวดมนต์ไหว้พระ ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งของชาวไทย ทุกหลังคาเรือน แทบจะไม่เคยขาดการสวดมนต์ไหว้พระ ชาวพุทธมักจะทำกันอย่างสม่ำเสมอ 

😀การสวดมนต์ไหว้พระ บูชาพระรัตนตรัย เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไร เพียงแต่เตรียมใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส และยิ่งถ้าทำถูกเนื้อนาบุญแล้ว มหานิสงส์ที่ไม่มีประมาณก็จะบังเกิดขึ้น เป็นบุญใหญ่ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่156😀*ความสว่างที่ไหน?ดีที่สุด*ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตที่เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิด จนกระทั่งหลับตาลาโลก ทุกๆชีวิต ล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เหมือนกับโลกนี้ ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่างได้

😀เพราะมีแสงสว่าง จากดวงจันทร์ ดวงดาว และดวงอาทิตย์ หรือแสงไฟที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมา ในความเป็นจริงของชีวิต โลกภายในของเรา ก็มีแสงแห่งธรรม ที่เป็นความสว่างอยู่กลางกาย เป็นแสงที่สว่างกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความสว่างด้วยแสงธรรมนี้ จะทำให้ชีวิตของเรา หลุดพ้นจากความทุกข์ที่เป็นพื้นฐานของชีวิตได้ กระทั่งได้พบกับความสุขที่แท้จริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่155😀*สงบสุขดีกว่าหลงระเริง*คนเราทุกคนล้วนต้องการความสงบสุข และต้องการพบที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง จึงพากันแสวงหาที่พึ่ง แต่ก็ยังไม่พบ เพราะชีวิตส่วนใหญ่ ยังมัวหลงระเริงอยู่กับโลกภายนอก แต่ผู้มีปัญญาจะแสวงหาเข้าไปสู่ชีวิตภายใน นั่นคือ พระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ปราศจากมลทิน 

😀คือ กิเลสอาสวะทั้งหลาย เมื่อเขาอยากรู้เรื่องราวของชีวิต ก็รู้ได้หมด เช่น อยากรู้ว่าตนเกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต การที่คนเราจะรู้สิ่งเหล่านี้ได้นั้น ต้องเป็นผู้มีจิตที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสูงส่ง มีจิตที่ปราศจากนิวรณ์ ปราศจากมลทินของใจ มีความสะอาดบริสุทธิ์ของจิตเป็นอย่างยิ่ง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่154😀*อามิสบูชา&ปฏิบัติบูชา*พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสแบ่งการบูชาไว้ 2 ประการ ได้แก่ อามิสบูชา คือการบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ มีดอกไม้ธูปเทียน อาหาร สถานที่ เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น และการปฏิบัติบูชา คือ การประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของท่านผู้มีคุณธรรม 

😀เพื่อขัดเกลาตนให้มีคุณธรรม ให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ เช่นเดียวกับท่าน ในการบูชาทั้งสองอย่างนี้ พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชาว่าดีที่สุด โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา ขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่153😀*ทำดีพบสุข ทำชั่วพบทุกข์*นับจากก้าวแรกของชีวิต ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ จนถึงปัจจุบัน หากเราย้อนความทรงจำไปในอดีต เราจะพบทั้งสิ่งที่ดี และไม่ดี ที่ทำผ่านมา ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ก็ทำให้จิตใจเบิกบานสดชื่น หรือเราอาจจะรู้สึกหงุดหงิด กับการกระทำที่ไม่ดีของเราเอง 

😀ดังนั้น ถ้าพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หากพบว่าสิ่งใดเป็นบาปอกุศล ก็ให้ตัดทิ้งไป คงไว้แต่ความดี นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราจะสร้างแต่ความดี เพื่อพบสุขในบั้นปลาย ดีกว่าตามรอยกิเลส แล้วเสวยทุกข์ในวันหน้า ขอให้เราอดทน ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความดี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่152😀*เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชั่วเป็นดี*การสำคัญผิด คือ เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชั่วเป็นดี ที่เรียกว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัวนั้น หากไม่ได้ยอดกัลยาณมิตรคอยชี้ทางสว่างให้ ชีวิตในสังสารวัฏย่อมพบแต่ความมืดมนอนธการ 

😀นับเป็นอันตรายมากๆ พวกเราไม่ควรประมาท ตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส ทุกคนมีโอกาสที่จะถูกกิเลสบังคับให้ทำผิดพลาดได้ดังนั้น หากไม่อยากเป็นผู้หลงผิด จงปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงความสุขภายใน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่151😀*ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ*การฝึกใจให้สะอาดบริสุทธิ์เสมอ เป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ 

😃ถ้าใจผ่องใส ความคิด คำพูดและการกระทำ ย่อมดีตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีทุกอย่าง ต้องเริ่มปรับทัศนคติที่ใจก่อน ถ้าสภาพใจพร้อม แม้อุปสรรคจะยิ่งใหญ่สูงเทียมฟ้า ก็ไม่สูงเกินกว่าใจ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่150😀*เกิดมาอย่างมีคุณค่า*การสร้างบารมี เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติทั้งหลาย จะต้องบำเพ็ญกันทุกๆวัน โดยไม่มีวันว่างเว้นจากการสร้างบารมี10ทัศ ตั้งแต่ 1.ทานบารมี 2.ศีลบารมี 3.เนกขัมมบารมี 4.ปัญญาบารมี 5.วิริยะบารมี 6.ขันติบารมี 7.สัจจะบารมี 8.อธิษฐานบารมี 9.เมตตาบารมี 10.อุเบกขาบารมี เพราะเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ 

😀จึงมีโอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างบารมี และยิ่งเป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล เข้าใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ ยิ่งต้องสร้างความดีอย่างไม่หยุดยั้ง การเกิดมาเช่นนี้ ได้ชื่อว่า เกิดมาอย่างมีคุณค่า และใช้ชีวิตได้คุ้มค่า สิ่งที่เราควรจะทำควบคู่ไปกับภารกิจประจำวัน คือ การหมั่นทำใจหยุดใจนิ่ง หมั่นฝึกหมั่นทำ อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว (จากธรรมเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่149😀*แทงตลอดในทุกสิ่ง*การจะแก้ไขบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ให้กลับมาเป็นสัมมาทิฏฐินั้น(เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เรื่องกฏแห่งกรรม เรื่องโลกนี้โลกหน้า)ไม่ใช่ของง่าย บุคคลที่ใจถูกสนิม คือ กิเลสเกาะจนติดแน่นแล้ว เมื่อจะเคาะสนิมออก จำเป็นจะต้องใช้เวลา และต้องมียอดกัลยาณมิตร ผู้มีบุญมาแนะนำ 

😀พูดง่ายๆ คือ ต้องมีคู่ทรมาน จึงจะยอมกันได้ ไม่เช่นนั้น ก็ยากเหมือนกัน แต่ดีที่สุด เรายอมเชื่อภูมิปัญญาของผู้รู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันดีกว่า เพราะท่านรู้แจ้ง เห็นแจ้ง แทงตลอดหมดในทุกสิ่ง เชื่อท่านแล้ว ทำตามท่าน ชีวิตจะได้ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่148😀*ความลับหลังความตาย*ชีวิตหลังความตาย ยังเป็นความลับอยู่ ความไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน? เสมือนกับคนตาบอดปีนต้นไม้ บังเอิญพลาดพลั้ง ตกจากยอดไม้ ขณะที่ร่วงหล่นลงมา ก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่รู้ว่าจะตกไปกระทบกับสิ่งใดบ้าง คนส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดมาแล้ว ย่อมชื่อว่า พลัดตกไปสู่ความตายทันที 

😀วันเดือนปีที่ผ่านไป ได้กลืนกินชีวิต นำพาความตายใกล้เข้ามาทุกขณะ จะเหลียวหาคนช่วยให้พ้นจากความตายนั้น ก็ไม่มี เพราะทุกคน ล้วนต้องตายหมด เราจำเป็นต้องยอมรับความจริงนี้ และต้องเตรียมตัวตายอย่างถูกวิธี ด้วยการสั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ อีกทั้งต้องปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งในโลกนี้และในปรโลก (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่147😀*Law of Kamma*กฎแห่งกรรม เป็นกฎสากลของโลก ที่มีมาก่อนกฎหมายใดๆทั้งสิ้น เพราะเป็นกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครบัญญัติขึ้นมา แต่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของแต่ละคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาหรือความเชื่ออะไร?ทั่วมุมโลก ถ้าทำดีย่อมจะได้รับอานิสงส์แห่งความดี ทำความชั่ว ย่อมมีวิบากอันทุกข์ทรมานเป็นผล คนทำกรรมดี เมื่อละโลกไปแล้ว บุญย่อมจะส่งผลให้ไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ 

😀แม้เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จะบริบูรณ์ด้วย มนุษย์สมบัติ มีทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะอำนาจแห่งมหาทานบารมีส่งผล หรือเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ก็ด้วยอำนาจแห่งศีล ที่รักษาไว้ดีแล้ว หรือมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รู้แจ้งแทงตลอดในศาสตร์ทั้งปวง ก็ด้วยอำนาจแห่งสมาธิที่ได้ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทำสมาธิภาวนามาข้ามภพข้ามชาตินั่นเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่146😀*บุญในชาติปางก่อน*การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องอาศัยบุญบารมีที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน จึงได้อัตภาพที่สมบูรณ์ มีอวัยวะครบถ้วน 32 ประการ เหมาะแก่การงานทั้งปวง เมื่อเราได้ร่างกายที่สมบูรณ์ดีนี้มาแล้ว เราควรจะนำมาใช้สร้างบุญ สร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ไม่ควรนำไปใช้ผิดทาง ผิดวัตถุประสงค์ หรือประมาทเลินเล่อ 

😀ควรหมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งเป็นทางมาแห่งบุญ ที่จะทำให้เรา เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ในทุกภพทุกชาติ หากเป็นเช่นนี้ ชีวิตของเราที่เกิดมาในภพชาตินี้ ย่อมมีคุณค่าไม่เปล่าประโยชน์ จะเป็นชีวิตที่มีแก่นสารอย่างแท้จริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่145😀*ความรู้ 2 in 1*ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ 2 ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก และการศึกษาวิชชาความรู้ทางธรรม การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก มีเป้าหมาย เพื่อให้เรารู้จักวิธีแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราได้รับความสุขและความสำเร็จในชีวิต

😀การศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งสติ แหล่งแห่งปัญญาที่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตจิตใจของเราสะอาดบริสุทธิ์สูงส่งยิ่งๆขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่144😀*เหมือนคนติดกับดัก*ในกามภพที่เราอยู่นี้ ทุกชีวิตถูกเบญจกามคุณทั้งหลายครอบงำ จึงไม่ค่อยได้พิจารณาถึงทุกข์โทษของกาม ซึ่งผู้รู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า เป็นภัยนำทุกข์มาให้ เป็นเหมือนโรคร้ายที่คอยรังควาน เป็นเหมือนหัวฝี ที่เจ็บปวดแสนทรมาน 

😀ทำให้ผู้ตกอยู่ในอำนาจ ต้องเข้าไปข้องเหมือนคนติดกับดัก และเป็นเหมือนเปือกตมที่ไม่สะอาด ถ้าใครมีสติ หมั่นพิจารณาโทษของกาม จะเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด แล้วจะมุ่งแสวงหาทางหลุดพ้นตามพุทธวิธี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่143😀*ไม่มีใครต้านทาน&ป้องกันได้*วันเวลาที่ผ่านไป ได้บั่นทอนสังขารร่างกายของเราให้เสื่อมตามไปด้วย แม้กระทั่งความแข็งแรง ความกระปรี้กระเปร่า ความสดชื่น ทั้งยังนำความแก่ ความชรามาให้แทน สุดท้ายยังนำเราไปสู่จุดเสื่อมสลายคือ ความตาย 

😀กาลเวลา ได้กลืนกินชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครต้านทานได้ ไม่มีใครป้องกันได้ ต่างถูกมรณภัยคุกคาม เวลาของชีวิตเราเหลือน้อยเต็มที เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นาน ควรรีบสั่งสมบุญ ทำที่พึ่งที่ระลึกให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยลงมือปฏิบัติให้เข้าถึงพระภายในตัวเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่142😀*ชีวิตจะหมองมัวตกต่ำ* การเลือกคบคนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากเราคบคนดี ชีวิตของเราก็จะดี มีความเจริญรุ่งเรือง อุปนิสัยที่ดีจะเกิดขึ้น เพราะคนดีหรือบัณฑิต จะคอยแนะนำสิ่งที่ถูกต้องดีงามเสมอ แต่ถ้าเราหลงไปคบกับคนพาลคนชั่ว ชีวิตจะหมองมัวตกต่ำ พบแต่ความเดือดร้อนทุกข์ยากลำบาก 

😀บางครั้ง อาจทำให้เราต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เพราะคนพาล จะแนะนำแต่สิ่งที่ผิดศีล ผิดธรรม เพียงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเพียงฝ่ายเดียว โบราณจึงกล่าวเตือนไว้ว่า "คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล" (จากธรรมเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่141😀*คนทั้งโลกเกิดมาต้องเจอ*ชีวิตบนโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นความไม่แน่นอน บางครั้งจึงสมหวัง บางครั้งจึงผิดหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกที่เราเรียกว่า "โลกธรรม8" คือ 1.มีลาภ 2.เสื่อมลาภ 3.มียศ 4.เสื่อมยศ 5.มีสรรเสริญ 6.มีนินทา 7.มีสุข 8.มีทุกข์ 

😀อันเป็นธรรมประจำโลก ยิ่งในสภาวะปัจจุบันนี้ สังคมและเศรษฐกิจมีความผันแปรสูง อย่าได้หวั่นไหวกัน ให้ตั้งใจทำความดีต่อไป ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีเอง เพราะฉะนั้น ให้หมั่นสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีกันทุกๆคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่140😀*เจอกันครั้งเดียวก็เกินพอ*การคบหาบัณฑิต ซึ่งแม้เจอกันเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ชีวิตสว่างไสว พบกับความสุขความเจริญรุ่งเรืองได้ แต่การคบคนพาล แม้ครั้งเดียวก็เสียหายแล้ว ยิ่งสมาคมกันหลายครั้งๆ ยิ่งเสียหายลุกลามใหญ่โตหนักขึ้น ไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีสาระอะไร นำแต่ทุกข์แต่โทษใหญ่โตหนักขึ้น ไม่ได้ประโยชน์ 

😀ไม่มีสาระอะไร นำแต่ทุกข์แต่โทษมาให้ ผู้รู้จึงกล่าวว่า ใครคบคนเช่นไร จักเป็นคนเช่นนั้นแหละ คนฉลาดจึงควรคบหากับบัณฑิต มีบัณฑิตเป็นกัลยาณมิตร และให้หมั่นทำความสนิทสนมกับคนดีมีคุณธรรมให้มากๆ เพราะจะเป็นเหตุให้เราพบแต่สิ่งที่ดีงาม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่139😀*เกิดขึ้นอีกร่ำไป ไม่รู้จักจบสิ้น*ความปรารถนาดีไม่มีในหมู่คนพาล จะไปหาความจริงใจ จากคนพาลนั้นไม่ได้เลย ไม่ว่าเราจะใช้เหตุผลอย่างไร ความจริงทั้งหลายกลับถูกบิดเบือน ทำให้คนที่บริสุทธิ์ คนที่ถูก กลายเป็นคนผิดไป แม้ความจริงจะปรากฏว่าถูกต้อง 

😀แต่คนพาล จะแกล้งกล่าวหาเรื่องที่ไม่มีมูลขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกร่ำไป ไม่รู้จักจบสิ้น ตราบใดที่เขายังเป็นคนพาล เพราะฉะนั้น คนโบราณจึงได้สอนเตือนใจไว้ว่า "ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่138😀*พระโพธิสัตว์ขอพรอยากเจอใคร?*พระบรมโพธิสัตว์เมื่อยังสร้างบารมีอยู่ ท่านมักขอพร "ขอให้ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังนักปราชญ์บัณฑิต ขออยู่ร่วมกับท่านทั้งหลาย ท่านจะพึงพอใจในการกระทำ และเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์ เพราะจะได้แต่คำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ 

😀จะไม่ถูกชักนำไปในทางเสื่อม จะทำแต่สิ่งที่มีสาระแก่นสารเป็นกรณียกิจ คำแนะนำสิ่งดีทั้งหลาย เป็นความดีของนักปราชญ์ ซึ่งเป็นคนไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธ เป็นผู้มีวินัยในตนเอง การได้สมาคมคบหากับนักปราชญ์ จึงเป็นสิ่งที่พึ่งปรารถนาของบัณฑิต (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่137😀*พระโพธิสัตว์ขอพรไม่เจอใคร?*สมัยที่พระบรมโพธิสัตว์ยังสร้างบารมีอยู่ เวลามีผู้ทรงคุณธรรมมาให้พร ท่านมักจะขอพรว่า "ขอให้อย่าได้เห็น อย่าได้ฟังคนพาล อย่าได้อยู่ร่วมกับคนพาล และจะไม่ขอร่วม ไม่ขอชอบใจในการเจรจาปราศรัยกับคนพาล 

😃เพราะว่าคนพาลมีปัญญาทราม จะคอยชี้นำแต่สิ่งที่ไม่ควร แนะนำแต่สิ่งที่เป็นบาปอกุศล ชอบชักชวนให้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ ไม่เกิดประโยชน์ ถึงจะพูดดีด้วยก็โกรธ และไม่ยอมรับรู้วินัย ระบบระเบียบที่ดีงามต่างๆ การไม่เห็นคนพาล จึงเป็นสิ่งประเสริฐ" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่136😀*เหตุผลไม่มีในคนพาล*หากเรารู้ว่า มีผู้ไม่ปรารถนาดี เจตนาจะประทุษร้ายเรา ให้เราหลีกเว้นเสีย เพราะเขาจะไม่คำนึงถึงเหตุผล ความถูกต้อง จรรยาบรรณ หรือจริยธรรมใดๆทั้งสิ้น แม้เราจะกล่าวคำสุภาษิต มีถ้อยคำที่ดีมาอธิบายให้ฟัง เขาก็จะไม่ยอมรับ 

😃เพราะใจของเขาปิด ใจของเขา คิดแต่วิธีการที่จะประทุษร้าย เบียดเบียนเราเท่านั้น ผู้รู้ท่านจึงสอน ให้พยายามหลีกเว้นบุคคลประเภทนี้ให้ไกลที่สุด อย่าได้ไปทำความสนิทชิดเชื้อด้วย เพราะจะเป็นทางมาแห่งความเสื่อมเสียแก่ตัวของเราเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่135😀*เริ่มต้นจนถึงกาลอวสาน*ชีวิตในวันหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หรือเหมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์ ไม่นานก็เหือดแห้งหายไป ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว 

😀และในที่สุด ก็ถึงกาลอวสาน คือตายจากไป ช่วงเวลาของชีวิตที่เราจะได้สร้างบารมีนั้น สั้นนิดเดียว เราจึงไม่ควรประมาท พึงเร่งทำความเพียร สั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ เพื่อจะได้ไปถึงจุดหมายของชีวิตโดยสวัสดิภาพ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่134😀*รุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง*การเลือกคบคน เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะมีผลทำให้อนาคตของเรารุ่งโรจน์หรือตกต่ำได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า"การไม่คบหาสมาคมกับคนพาล เป็นมงคลของชีวิต เพราะคนพาลมักคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดีเป็นปกติ ชอบชักนำไปในทางที่ผิด ผู้ที่เข้าใกล้จึงมักมีความเห็นผิดตามไปด้วย" ดังนั้น ผู้ที่ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต จึงจำเป็นต้องหลีกให้ห่างไกลจากคนพาล

😀บัณฑิตในกาลก่อน เคยกล่าวไว้ว่า "แม้ชมพูทวีปจะไร้ซึ่งคนดี อย่าพึงคบกับคนพาลเลย จงห่างไกลเหมือนคนหลีกหนีอสรพิษร้าย เพราะคนพาล ย่อมนำแต่ความวิบัติมาให้ อกุศลทั้งมวลเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยคนพาล การคบกับคนพาล จึงมีแต่นำทุกข์มาให้โดยส่วนเดียว”(จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่133😀*ความล้มเหลวคือบทเรียนชีวิต*การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามของมนุษย์ เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และความใฝ่ฝันอันสูงส่ง ที่ทำให้อยากลงมือทำภาพที่อยู่ในใจให้เป็นความจริงขึ้นมา แม้บางครั้งอาจล้มเหลว แต่ก็ถือเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า อันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด มนุษย์สามารถประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์มากมาย ให้ปรากฏต่อสายตาของชาวโลก 

😀งานสร้างสันติภาพโลก เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน ต้องใช้เวลาและพลังใจที่เข้มแข็ง ประกอบด้วยมหากรุณากันจริงๆ หากใจเรากล้าคิด ที่จะเป็นผู้หนึ่งในการสร้างสันติภาพโลก เราต้องเริ่มต้นลงมือทำ ด้วยการฝึกตนให้เป็นผู้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ มีศีลบริสุทธิ์ สักวันหนึ่ง โลกในอุดมคติ ย่อมจะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)