วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่203😀*ทำไมหนอ?รอไม่ไหว*การสร้างบุญในแต่ละครั้งของชีวิต เป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ แต่บางครั้งบางเวลาอาจจะเกิดความรู้สึกว่า ทำไมหนอ? ความดีที่เราสั่งสมมามากมาย ยังไม่ให้ผลสักที เรารอคอยมายาวนานแล้ว หรือว่าคงทำดีและไม่ได้ดี 

😀เนื่องจากเราเกิดความรู้สึกว่า รอไม่ไหว อย่าไปคิดอย่างนั้น เพียงแค่เราตั้งใจมั่น มีศรัทธาที่ไม่คลอนแคลน ทุ่มหัวใจสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เราย่อมได้รับอานิสงส์นั้นอย่างแน่นอน และเมื่อไรบุญส่งผล เราจะมีแต่ความปีติ อิ่มอกอิ่มใจอย่างไม่มีประมาณ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่202😀*มหาโชค มหาลาภ*ความเป็นผู้มีลาภบังเกิดขึ้น เพราะเป็นผู้มีบุญที่ได้สั่งสมได้ดีแล้ว จะเดินทางใกล้ไกล ย่อมเกิดมหาโชค มหาลาภ มีมหาสมบัติหล่อเลี้ยงทั้งตนเอง และพวกพ้องบริวารให้ได้รับความสะดวกสบาย ได้สร้างบุญใหญ่อย่างอิ่มอกอิ่มใจตลอดชวิต เมื่อละโลกแล้ว หากยังไม่หมดกิเลส ก็ไปเกิดเป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ เป็นเทวดาที่มีบุญลาภ พรั่งพร้อมด้วยทิพยสมบัติอันเลิศ เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก พรั่งพร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ คือ 

😀มีทรัพย์สมบัติมาก มีร่างกายแข็งแรง อายุขัยยืนยาว ได้อยู่ใกล้คนดี และแวดล้อมด้วยคนดี ทำให้ชีวิตดียิ่งๆขึ้นไป ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในโลกนี้ ในปรโลกหรือในสังสารวัฏ วัดกันที่บุญกับบาป 2อย่างนี้เท่านั้น จะเล่าเรียนอะไร ก็ทำไปเถิด เพราะเรายังเป็นมนุษย์ ต้องใช้ความรู้ทำมาหากินเลี้ยงชีพ แต่อย่าลืม ศึกษาธรรมะไปด้วย เราต้องศึกษาความจริงของชีวิต ที่จะเป็นเข็มทิศนำพาเราไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่201😀*เชื่อดวงชะตาหรือดวงบุญ*ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า การประกอบกิจการหรือทำงานใดให้ประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับดวงชะตาชีวิต ถ้าใครดวงดี จะประกอบกิจการงานใด ก็จะเจริญรุ่งเรือง ในทางกลับกัน ถ้าดวงไม่ดี ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้มเหลวไปหมด ดังนั้น ก่อนที่จะทำอะไร หลายคนต้องพึ่งหมอดู หรือไปผูกดวง ซึ่งถือเป็นเคล็ดทางโหราศาสตร์ แต่ตามหลักพุทธศาสตร์ การจะทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ 

😀ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงดาวที่ไหน หากจะดูดวง ต้องดูดวงบุญในตัวเราว่าที่ผ่านมาในอดีต เราได้สั่งสมบุญไว้มากน้อยเพียงไร บุญที่เราทำไว้ดีแล้ว จะเกื้อกูลให้เราประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง ตัวของเราเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ไม่ใช่เทพยดาฟ้าดินที่ไหน หากเราทำบุญไว้มากๆ ดวงบุญในตัวเราก็จะโตใหญ่ ดวงบุญนี้ ย่อมดลบันดาลความสุขและความสำเร็จในชีวิตให้บังเกิดขึ้นเสมอ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่200😀*มีชัยชนะตลอดกาล*เมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ จำเป็นต้องฝึกซ้อมใจให้พร้อมเสมอ ที่จะเผชิญกับทุกสิ่งในชีวิต โดยเฉพาะกับมรณภัย ซึ่งจะมาเยือนเมื่อใดก็ได้ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย การฝึกฝนใจให้ใสๆ เข้าถึงความสุขภายใน มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก

😀ได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นผู้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชอย่างไม่หวาดหวั่น เพราะฉะนั้น เราจึงควรฝึกใจให้พร้อมเสมอตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อชีวิตที่ดีที่สุดในวันข้างหน้า วันที่เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง และมีชัยชนะตลอดกาล เมื่อได้บรรลุมรรคผลนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่199😀*ชีวิตนี้มีเพียงบุญกับบาป*บางทีเราทำกรรมแค่ครั้งเดียว แต่ต้องไปใช้ผลกรรมหลายชาติ ถ้าเป็นบุญ ก็ตามส่งผลให้ได้ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ยาวนาน ถ้าเป็นบาปอกุศล ก็ตามส่งผลให้ต้องไปเสวยวิบากกรรมในทุคติภูมิยาวนานเช่นกัน เมื่อส่วนของกรรมใช้ไปหมดแล้ว แต่เศษของกรรมยังเหลืออยู่ ย่อมต้องทนใช้เศษกรรมต่อไปอีก กระทั่งภพชาติสุดท้ายในสังสารวัฏ 

😀ดังนั้นชีวิตในสังสารวัฏ มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้น ถ้าเราไม่ทำบุญ บาปอกุศลจะเข้ามาแทน ทำให้ใจเรายินดีในการทำบาป เพราะฉะนั้น เราต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ ทำบุญใหญ่ๆ ใจเราจะได้ใสๆ ให้ใจของเราชุ่มอยู่ในบุญ กระทั่งบาปไม่ได้ช่อง ชีวิตของเราจะได้ไม่หม่นหมอง เข้าถึงความสุขภายในกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่198😀*การงานที่ทำคือดาบสองคม*ตำแหน่งหน้าที่การงานทั้งหลาย เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าเราจับไม่ดี ย่อมมีสิทธิ์ลูบคมดาบ และถูกบาดได้ง่ายๆ แต่ถ้าจับด้วยความระมัดระวัง และนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งประโยชน์มากมายย่อมเกิดขึ้น อันที่จริง ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ ล้วนเป็นของสมมติ 

😀เพื่อไว้ใช้สร้างบารมี ย่นย่อหนทางไปพระนิพพานให้สั้นลง แต่ผู้ไม่รู้ กลับใช้ก่อกรรมทำบาปอกุศล แม้บุญเก่าจะทำมาดีให้ได้เกิดเป็นพระราชา แต่ถ้าประมาทใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิด ย่อมมีทุคติเป็นที่ไป ฉะนั้นทั้งบุญและบาปที่ได้ทำไป จะคอยติดตามส่งผลตลอดเวลา ไม่ได้สูญหายไปไหนแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่197😀*กรรมเป็นเรื่องอจินไตย*วิบากแห่งกรรมเป็นหนึ่งในอจินไตย 4 อย่าง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ไม่ควรคิด ถ้าคิดก็อาจทำให้มีส่วนแห่งความเป็นบ้าได้ เพราะเรื่องของกรรม มีความสลับซับซ้อนมาก เกินกว่าสติปัญญาของปุถุชนทั่วไปจะคาดคิดด้นเดาเอาได้ ต้องใช้"ภาวนามยปัญญา"คือ ปัญญาที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง 

😀จึงจะสามารถเชื่อมโยงเหตุและผล กรรมและผลของกรรมได้อย่างถูกต้องชัดเจน เพราะชีวิตในปัจจุบัน ย่อมเป็นผลมาจากการกระทำในอดีต และชีวิตในอนาคต ย่อมเป็นผลมาจากเหตุที่กระทำในปัจจุบันทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ซึ่งเป็นผังสำเร็จ set program ติดแน่นไว้ในฐานที่ตั้งของใจทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่196😀*ทำไปเพื่ออะไร?ในชีวิต*ในการการดำเนินชึวิตของมนุษย์ทุกคน ล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน พ่อค้าทำการค้า ประกอบธุรกิจ ย่อมหวังผลกำไรเป็นเครื่องตอบแทน เพื่อยังความสุขให้เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว นักรบทำสงครามเพื่ออำนาจความยิ่งใหญ่ หรือเพียงเพื่อปกป้องมาตุภูมิของตน ให้อยู่รอดปลอดภัยจากเหล่าอริราชศัตรู 

😀แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเปลือกนอกที่ฉาบทาด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันทำให้บุคคลทั้งหลายลุ่มหลงมัวเมา และประมาทในชีวิต แต่นักสร้างบารมี การทำความเพียรประหารกิเลส เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ของมวลมนุษยชาติทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่195😀*ยุติธรรมเช่นเปาหุ้นกรรม*กฎแห่งการกระทำนั้น จะทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา คอยตัดสินผลการกระทำของทุกชีวิตอย่างเที่ยงตรง ไม่มีการเอนเอียง โดยเราไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฎีกาใดๆทั้งสิ้น สรรพชีวิตต่างก้มหน้ารับผลแห่งการกระทำของตน ดังนั้น ชีวิตในปัจจุบัน คือ กระจกเงาสะท้อนให้เห็นกรรมในอดีต ทั้งที่ผิดพลาด และที่สมปรารถนา 

😀ที่ผิดพลาด ก็เป็นวิบากกรรมที่ติดตัวมา ต้องตามใช้กันกระทั่งชาติสุดท้าย ส่วนบุญ จะตามส่งผลกระทั่งถึงชาติสุดท้ายเช่นกัน ไม่ว่าเราจะทำบุญหรือทำบาป มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ย่อมให้ผลเสมอเหมือนกัน ถ้าทำบาป บาปมีผลเป็นความทุกข์ทรมานทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แต่ถ้าทำบุญ ย่อมมีผลเป็นความสุขความสำเร็จในชีวิตทั้งโลกนี้และโลกหน้า (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่194😀*ต่างกันเพียงช้าหรือเร็ว*การกระทำของคนเรา ย่อมมีทั้งดีและชั่วสลับกันไป ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกทำสิ่งไหน หากเราได้ทำกรรมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว กรรมนั้นอาจยังไม่เห็นผลในทันที

😀 เหมือนน้ำนมที่เพิ่งรีดมาใหม่ๆ รสชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่เมื่อเวลาผ่านไป รสชาติย่อมแปรเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับคนทำกรรมใดไว้ ไม่นานย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ต่างกันเพียงช้าหรือเร็วเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่193😀*ต้นกำเนิดพลังอันยิ่งใหญ่*กำลังใจเป็นต้นกำเนิดของพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มาอย่างเหลือเฟือ เพื่อผลักดันให้มนุษย์ทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ สำหรับคนที่หมดกำลังใจ ก็จะรู้สึกหมดเรี่ยวแรง หมดความหวัง หมดความเพียรพยายาม ไม่อยากทำความดี เหมือนรถที่น้ำมันหมด แล่นต่อไปไม่ได้ 

😀แต่สำหรับผู้มีปัญญาแล้ว ย่อมสามารถให้กำลังใจตนเองได้ ไม่ต้องไปรอคอยกำลังใจจากใคร เพราะต้นแหล่งแห่งกำลังใจนั้นแฝงอยู่ในใจเรา คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่7 เป็นแหล่งกำเนิดแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่  เมื่อใจสงบนิ่ง ย่อมพบความสว่าง ใจจะมีพลัง มีความสุขและมีอานุภาพ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่192😀"ไกลตัว...ใกล้ตัว...ในตัว*บุญเป็นสิ่งสำคัญ เป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จทั้งปวง สิ่งอื่นเป็นเพียงองค์ประกอบเท่านั้น ซึ่งทั้งบุญและบาปล้วนอยู่ในตัวเรา เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไกลตัวเรา คนส่วนใหญ่เหมือนคนสายตายาว มักมองไม่เห็นสิ่งที่ใกล้ตัว และมักคิดว่า เรื่องบุญบาปเป็นเรื่องไกลตัว 

😀จึงประมาท ไม่สั่งสมกุศลความดี อันที่จริง ทั้งบุญและบาปเกิดขึ้นในใจเราตลอดเวลา และเกิดจากการกระทำด้วยกาย วาจา ใจของเรา อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งชาติสุดท้ายของชีวิตในสังสารวัฏ ถ้าเราสั่งสมแต่บุญกุศล เราจะมีแต่ความปลาบปลื้มปิติยินดีไปทุกชาติ จนถึงภพชาติสุดท้าย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่191😀*บุญในตัวดึงดูดทรัพย์*ผู้ที่หมั่นสั่งสมความดีอยู่เป็นนิตย์ จิตจะร่าเริงเบิกบานแจ่มใส เพราะกระแสธารแห่งบุญที่หลั่งไหลมาสู่ตัวเรา ทำให้รู้สึกสดชื่นเบิกบาน จิตใจเกลี้ยงเกลาสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อเราทำบุญด้วยการให้ทานชนิดต่างๆ รักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ และนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำ 

😀ดวงบุญในตัว ย่อมกลั่นกาย วาจา ใจ ให้ใสบริสุทธิ์ จะสว่างไสวยิ่งๆขึ้นไป ดวงบุญนี้ มีอานุภาพดึงดูดโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ดึงดูดสิ่งที่ดี คนดี เหตุการณ์ดีๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิต ย่อมต้องอาศัยกำลังบุญทั้งสิ้น อย่างอื่นเป็นเพียงสิ่งประกอบภายนอก ดังนั้น บุญจึงเป็นศูนย์รวมของสิ่งที่ดีงามทุกอย่าง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่190😀*กระทบแต่ไม่กระเทือน*มีดีใจ เสียใจ เต็มไปด้วยความผกผัน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอก สภาพร่างกายและจิตใจภายใน ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาใจของเราให้มั่นคงเข้มแข็ง มีอารมณ์ดี อารมณ์เดียว อารมณ์สบายให้ได้ตลอดเวลา แม้มีสิ่งภายนอกมากระทบ แต่ก็ไม่กระเทือนเข้ามาในจิตใจ เปรียบเสมือนภูเขา ที่บางครั้งมีหิมะปกคลุม 

😀บางครั้งมีลมพายุพัดกระหน่ำ บางครั้งมีฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่า ทั้งๆที่ภูเขาได้รับความปั่นป่วนรอบด้าน แต่กลับนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้านใดๆ ชีวิตของเราก็เช่นกัน ต้องหนักแน่นเหมือนดั่งภูผา ไม่ว่าจะประสบกับปัญหาความยากลำบาก หรือเผชิญกับความวุ่นวายรอบด้าน ถ้าจิตใจเราสงบ สะอาด สว่าง เราย่อมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ เหมือนภูเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงลมที่มาจากทิศทั้งสี่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่189😀*ฉากหลังของชีวิต*ทุกคนมีฉากหลังของชีวิตกันทั้งนั้น บุญคือ ฉากหลังที่มีคุณค่าที่สุดของทุกๆคน นักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน ท่านมีโอกาสสร้างบุญด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วมสร้าง เมื่อบุญเต็มเปี่ยม ความปรารถนานั้นก็สมหวัง เราจะพบว่า อริยสาวกผู้เพียบพร้อมด้วยโลกิยสมบัติ อริยสมบัติ

😀ทุกท่านต่างสร้างบุญใหญ๋กันมาทั้งนั้น บุญที่เกิดจากการกล่าวสรรเสริญคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นอีกบุญหนึ่งที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม ดังนั้น ให้หมั่นสวดมนต์สรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย เช่น สวดพระธรรมจักร และตั้งใจเจริญสมาธิภาวนา เพื่อชีวิตเราจะได้เจริญรุ่งเรืองสมปรารถนากันทุกๆคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่188😀*มนุษย์ลึกลับซับซ้อน*ในสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายไม่ได้นี้ ยังมีเรื่องราวมากมายที่ลึกลับซับซ้อน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง คอยบังคับให้มวลมนุษยชาติทั้งหลาย ตกอยู่ในความประมาท มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเป็นเหยื่อล่อที่ร้อยรัดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทำให้ลืมเลือนเป้าหมายดั้งเดิมที่เกิดมา 

😀เพื่อแสวงหาหนทางพระนิพพาน ถูกความไม่รู้ คือ อวิชชาครอบงำบังคับบัญชาไว้ ไม่ให้คิดถึงความเป็นจริงของชีวิตว่า เราทุกๆคน เกิดมาแล้วต้องตาย สังขารร่างกายนี้มีไว้ เพื่อใช้สร้างบุญสร้างบารมี เมื่อเวลาในโลกมนุษย์หมดลง ก็ต้องย้ายไปสู่ภพภูมิใหม่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่187😀*อย่าประมาทชะล่าใจ*ผู้ที่สั่งสมบุญไว้มาก ย่อมไม่หวาดกลัวต่อความตาย กลัวอย่างเดียว คือ กลัวว่าจะไม่ได้สร้างบุญ เพราะรู้ว่า บุญยังประโยชน์ให้ได้สมบูรณ์ในทุกสิ่งของชีวิต เมื่อมีบุญมากแล้ว แม้ต้องจากโลกนี้ไปสู่ปรโลก ย่อมเวียนวนอยู่ในสุคติโลกสวรรค์อย่างเดียว พวกเราต้องทำบุญบ่อยๆ 

😀อย่าชะล่าใจว่า เราทำมามากแล้ว เราต้องไม่ประมาท ต้องสั่งสมบุญทุกชนิด บุญเล็กบุญน้อยบุญใหญ่ ทำไปทุกๆบุญ อย่าให้ขาดแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศล ให้รีบทำทันทีโดยไม่ลังเล ให้ดีใจเถิดว่า นั่นแหละจะเป็นสมบัติใหญ่ ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่186😀*มนุษย์ผู้ให้จะไปสวรรค์*พระพุทธองค์ทรงสอนให้เป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน มีใจสูง สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ซึ่งแปลว่า ผู้มีใจสูง มีใจประเสริฐ จิตใจจะสูงได้ ต้องมีปกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยินดีในการให้ มากกว่าการรับ ใครมีปัญหาอะไร พอที่เราจะช่วยเหลือได้ ก็ช่วยเหลือกันไป 

😀ไม่เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว มีศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอยู่เป็นประจำ เมื่อดำรงมั่นอยู่ในธรรมเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่ต้องกลัวปรโลก เพราะเมื่อละโลก ต้องไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์อย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่185😀*ตายอย่างปลอดภัย&มีชัยชนะ*ความตายไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัว เป็นเพียงการเดินทางไปสู่ปรโลก หรือย้ายที่อยู่ใหม่ เปลี่ยนภพภูมิใหม่เท่านั้นเอง พระพุทธองค์ทรงสอนวิธีเตรียมตัวก่อนตาย เพื่อเดินทางไปสู่ปรโลกไว้ว่า ทำอย่างไรจึงจะไปอย่างองอาจ ไปอย่างปลอดภัย และมีชัยชนะ ท่านทรงสอนว่า 

😀เมื่อเป็นฆราวาสอยู่ครองเรือนให้มีฆราวาสธรรม คือ ต้องขยันหมั่นเพียรทำมาหากินโดยสุจริต ครั้นได้ทรัพย์มาแล้ว ส่วนหนึ่งก็นำมาหล่อเลี้ยงขันธ์ห้า อีกส่วนหนึ่งก็นำออกด้วยการให้ทาน เป็นการฝากฝังทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา อันสามารถเปลี่ยนจากโลกิยทรัพย์ มาเป็นอริยทรัพย์ที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่184😀*กายจ๋า...ใจลาก่อน*การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถือเป็นเรื่องปกติของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นธรรมประจำโลก เพราะโลกนี้ ตั้งอยู่ในสามัญลักษณะ3ประการ คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เป็นมนุษย์ เป็นเทวดา พรหม หรือ อรูปพรหม ตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เมื่อถึงขีดถึงคราวที่สรีระร่างกายใช้การไม่ได้ เหมือนรถที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน ครั้นหมดอายุการใช้งาน ก็จำเป็นต้องทิ้งไป 

😀เพื่อใช้รถคันใหม่ทีดีกว่าเดิม สังขารร่างกายก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องทอดทิ้งร่างที่ประกอบด้วยมหาภูตรูป ซึ่งมีความแก่ชรา ความเสื่อมสลายใช้การไม่ได้นี้ ไปแสวงหารูปกายใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า ก่อนตายได้สั่งสมบุญหรือบาปไว้มากกว่ากัน ถ้าบุญมาก ก็ได้รูปกายใหม่ที่ละเอียดประณีตกว่าเดิม หากสั่งสมอกุศลกรรมไว้มาก อายตนะของบาป จะดึงดูดไปสู่อบายภูมิ ลงไปสู่ภพภูมิที่ต่ำกว่าเดิม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่183😀*บุญไม่มีวันทอดทิ้งเรา*คำว่า"บุญ"มีอานุภาพมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าเรารักการสั่งสมบุญและไม่หยุดสร้างบุญ บุญจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา แต่จะเป็นเสมือนเงา ที่คอยติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ รอคอยจังหวะที่สมควรเพื่อให้ผลตลอดเวลา ซึ่งหากเป็นบาปอกุศล วิบากกรรมนั้น ก็จะตามส่งผลเช่นกัน 

😀เพราะกรรมดีหรือกรรมชั่ว ที่เราได้ทำเอาไว้ในอดีต จะมีอิทธิพลต่อตัวเราในปัจจุบัน แล้วถ้าหากภพชาตินี้ เราสั่งสมแต่บุญกันล้วนๆ บุญนี้จะส่งผลให้เรามีความสุขความเจริญในอนาคต เมื่อใดที่เรามีธรรมจักขุ(ตาทิพย์) และมองย้อนระลึกกลับไปในอดีต หากเราทำแต่บุญ เมื่อนั้นมหาปีติ ย่อมจะบังเกิดขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่182😀*ดินแดนแห่งบุญ&บาป*โลกมนุษย์เป็นดินแดนแห่งการสร้างบุญและบาป แล้วแต่ว่าใครจะเลือกเส้นทางใด ถ้าเลือกสร้างบุญ ก็สามารถสร้างบุญบารมีได้อย่างเต็มที่ แต่หากประมาทพลาดพลั้งไปสร้างบาป ก็จะเป็นบาปติดตัวไป การเกิดมาของนักสร้างบารมีทั้งหลาย ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างมีคุณค่า  ผู้ที่มีบุญมาก บุญจะปรุงแต่งให้สมปรารถนาในทุกสิ่ง ได้ในสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายไม่ได้ 

😀บุญมีผลต่อทุกชีวิต ซึ่งแต่ละชีวิตต่างมีเรื่องราวที่มาที่ไป โดยมีบุญทำกรรมแต่ง นับตั้งแต่ภพชาติแรกๆ ที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เวียนว่ายต่ายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน บุญเป็นฉากหลังของทุกชีวิต กรรมเก่าที่ส่งผลให้มนุษย์ทุกๆคน ได้รับแตกต่างกันออกไป ใครมีกรรมเก่าที่เป็นบุญมาดี ย่อมจะได้ผลที่ดีๆ ถ้ามีกรรมเก่า ที่เป็นบาปมามาก จะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่181😀*เปลี่ยนชื่อใหม่ดีไม่?*ชื่อเป็นเพียงสรรพนาม ใช้เรียกขานกันเท่านั้นเอง ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเวลาเปลี่ยนใหม่ การไม่เปลี่ยนชื่อใหม่ นอกจากจะได้ชื่อว่า ไม่หลงไปตามกระแสนิยม ไม่งมงายในเรื่องฤกษ์ยาม ไม่เอาชื่อตัวเองมาทำให้ตัวสับสนแล้ว ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่ที่ตั้งชื่ออันทรงเกียรติให้กับเราอีกด้วย ให้พอใจในชื่อที่เรามีอยู่ หากไม่จำเป็น เพราะเหตุผลบางอย่าง เช่น 

😀มีทั้งชื่อและนามสกุลซ้ำกันหลายคน เรื่องคดี ยุคปัจจุบันกลายเป็นคำแสลง คำหยาบ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ยุ่งยากเสียเวลา เอาเวลาไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ คือสั่งสมบุญเพิ่มเติมให้กับตัวเองเอาไว้มากๆจะดีกว่า เพราะการจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่นั้น อยู่ที่ได้เคยสั่งสมบุญเก่ามาดีหรือไม่? อีกทั้งจะชื่ออะไรก็ตาม ถ้าเราหมั่นคิด พูด ทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทำความดีจนคุ้น แล้วความเป็นสิริมงคลก็จะบังเกิดขึ้นเราเราเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่180😀*กิเลสบังคับธาตุธรรม*การปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องสวนกระแสโลก เพราะกระแสโลกมีลักษณะหมุนไปตามกิเลส คือ โลภะ โทสะ และโมหะ จิตใจหมกมุ่นอยู่ในเบญจกามคุณทั้งหลาย ทำให้ไม่สามารถหลุดจากวัฏจักรเหล่านี้ไปได้ ส่วนการปฏิบัติธรรม เหมือนทานยาขม จำต้องใช้ความอดทน และยึดมั่นในมโนปณิธานที่ตั้งใจเอาไว้ว่า 

😀จะสร้างบารมี ฝึกฝนตนเอง ให้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย การทำสมาธิเจริญภาวนาให้ใจผ่องใสอยู่เสมอ จะทำให้เรามีกำลังใจ ในการสวนกระแสกิเลสที่คอยบังคับธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ของเราเอาไว้ จะทำให้เรามีชัยชนะในการสร้างบารมีไปทุกชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)