วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่72*เกราะแก้วคุ้มกันภัย*ชีวิตหลังความตายของผู้ที่ทำบาปอกุศลเอาไว้ เป็นชีวิตที่ทุกข์ยากน่ากลัวและยาวนาน เกินการคาดเดาว่า จะใช้เวลามากน้อยสักเท่าใด อีกทั้งเป็นชีวิตที่สุดแสนจะทรมานอีกด้วย 

-ดังนั้น การประคับประคองตัวของเราให้ดำเนินชีวิตอยู่บนหนทางแห่งความดี บนเส้นทางแห่งบุญ ด้วยความไม่ประมาท จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองตัวเราให้ปลอดภัย ทั้งภัยในชีวิต ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ เหมือนมีเกราะแก้วคุ้มกันภัยและอันตรายนานัปการ
ครั้งที่71*ความมืดที่ไม่พบแสงสว่าง*ผู้ที่ถูกความมืด คือ อวิชชาครอบงำจิตใจจนมืดดำสนิท ทำให้ไม่กลัวต่อบาป เมื่อคิด พูด ทำ ก็กระทำในเรื่องที่เป็นบาปอกุศล ชีวิตต้องพบกับความมืดมนไม่พบแสงสว่าง บุคคลเช่นนี้ ท่านเรียกว่า คนพาล เพราะไม่ได้ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา ความมืดภายนอกนั้น ยังพอมีวันสว่างได้ แต่ความมืดในจิตใจที่ไม่ได้รับแสงแห่งธรรม เป็นความมืดที่น่ากลัว 

-เพราะจะทำให้พลัดตกไปในอบายภูมิ ไม่มีโอกาสทำความดี มีแต่เสวยวิบากกรรมที่ทุกข์ทรมาน ชีวิตของผู้ทีสั่งสมบาปอกุศล ทำบาปเป็นอาจิณ โดยที่ไม่รู้ตัว เป็นชีวิตที่อันตรายอย่างยิ่ง กว่าจะรู้ตัวว่าผิดพลาด ก็สายเกินแก้เสียแล้ว จำต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมอันเผ็ดร้อน ที่ก่อเอาไว้ในอบายภูมิเป็นเวลายาวนาน
ครั้งที่70*ทำลายธรรม=ทำลายตนเอง*กรรมหนักของมุสาวาทนั้น ใหญ่หลวงยิ่งนัก มีโทษถึงขั้นธรณีสูบ แม้จะเป็นการกล่าวที่ดูแล้ว เราอาจคิดว่า ไม่หนักหนาสาหัสอะไร แต่นั่นหมายถึงว่า เราตั้งใจทำลายธรรมที่ดีงามให้หมดไป ผู้ที่ทำลายธรรม เท่ากับว่าทำลายตนเองนั่นเอง 

-ความงอกงามแห่งธรรมจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความสัตย์จริง และการปฏิบัติที่มั่นคง จึงควรที่จะยึดมั่นในคำสัตย์จริงกันไว้ให้ดี ความสัตย์จะช่วยขจัดอันตรายที่ยั่งยืน และจะนำพาชีวิตของเราก้าวไปสู่ความปลอดภัยในสังสารวัฏ

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่69*บุญบาปหมุนเวียนครอบครองใจ*บุญกุศลมีความสำคัญต่อชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ถ้าเราไม่ทำบุญเอาไว้มากๆแล้ว ชีวิตหลังความตาย เราจะลำบาก ฉะนั้น จงอย่าได้ประมาทในชีวิต อย่าเบื่อหน่ายในการสร้างบารมี อย่าท้อ อย่าชะล่าใจว่า เราทำเยอะแล้ว ถ้าทำมากแล้ว เราต้องสมปรารถนาในทุกๆสิ่ง 

-แต่นี่เรายังไม่สมปรารถนาในทุกๆสิ่ง คือบางสิ่งเราสมปรารถนาแล้ว แต่บางสิ่งยังไม่สมปรารถนา เพราะว่าในใจของเรานี้ เป็นศูนย์กลางที่ให้บุญและบาปหมุนเวียนกันมาครอบครอง ช่วงไหนเราไม่ได้ทำบุญ ช่วงนั้นแหละ เป็นช่วงของบาป จะได้ช่องทำให้เราไปกระทำบาป โดยที่เราไม่รู้สึกตัว

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่68*มิตรแท้&ซื่อสัตย์ คือบุญ*บุญนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญกว่าเรื่องการทำมาหากินทุกอย่าง เพราะเสบียงในการเดินทางไกล มีเพียงบุญเท่านั้นที่เป็นมิตรแท้ ละโลกไปแล้ว เราจะรู้ด้วยตัวของเราเองว่า ที่ต้องมาชดใช้กรรมทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสเช่นนี้ เพราะไม่ได้สั่งสมบุญไว้ แถมยังประกอบแต่บาปอกุศลอย่างเดียว 

-แต่ถ้าชาวสวรรค์ ท่านก็รู้ถึงที่มาของทิพยสมบัติว่า ได้มาอย่างไร มีวิมานสว่างไสวอย่างนี้เพราะบุญอะไร เมื่อนึกถึงการทำความดีของตนก็เกิดความปีติปราโมทย์ใจ ทุกท่านอย่าได้ประมาทในวัยและชีวิตกัน อย่าใช้วันเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ถ้าตายไปแล้ว จะได้ไม่มานึกเสียดายในภายหลัง
ครั้งที่67*ลำยอง น้อง ลำเอียง*บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อน ท่านไม่สรรเสริญผู้ที่มีความลำเอียง ไม่ว่าจะลำเอียงด้วยความรัก ด้วยความชัง ด้วยความหลง หรือด้วยความกลัวก็ตาม เพราะการเป็นคนลำเอียงนี้ จะทำให้ผู้นั้นไม่อาจดำรงอยู่ในความถูกต้องดีงามได้ กลับจะทำทุกอย่าง เพื่อผลประโยชน์ของตนและคนที่ตนเองรักเท่านั้น 

-เมื่อไม่ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว จะทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง อาจพลาดพลั้งไปกระทำบาปอกุศลอีก แล้วต้องไปเสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในทุคติภูมิ ฉะนั้น บัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญแต่การกล่าวคำสัตย์จริง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ทั้งตนเองและชาวโลก

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่66*บุญอยู่เหนือ1สมอง2มือ* สมบัติต่างๆที่เกิดขึ้นมาให้เราใช้สอยได้อย่างสะดวกสบายในปัจจุบันชาตินี้ นอกจากได้มาด้วยความสามารถในการทำงานแล้ว ยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำทานในภพชาติอดีตอีกด้วย ซึ่งตามมาหล่อเลี้ยงรักษาตัวเรา เราจะเห็นคุณค่าของบุญ ก็ต่อเมื่อละโลกไปแล้ว ไปบังเกิดในสุคติ หรือทุคติภูมิที่ไม่ต้องทำมาหากินนั่นแหละ เพราะ ภพภูมิต่างๆเหล่านั้น จะไม่มีการสั่งสมบุญหรือบาปกันแล้ว
ครั้งที่65*ชีวิตสูงส่งหรือตกต่ำ*ฝ่ายที่ตกไปในอบายภูมิ ตั้งแต่เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดียรัจฉาน ก็เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนกันไป จนกว่าบาปนั้นจะเบาบางลง หรือแม้จะไปเสวยสุขบนสวรรค์ จะมีวิมานอันเป็นทิพย์ สมบูรณ์ด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อหมดบุญก็ต้องเปลี่ยนภพภูมิไปเกิดใหม่ เริ่มต้นสั่งสมบุญกันใหม่อย่างนึ้แหละ จนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่64*กำไรชีวิต ไม่มีขาดทุน*การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าทำได้ง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาท ตั้งใจทำความดี ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรมทุกๆวัน มิได้ขาดแม้เพียงวันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถ่อว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ 

-คำว่า"กำไร"หมายถึงว่า การลงทุนนั้น ไม่มีการขาดทุน มีแต่จะได้กับได้ คือบุญจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้บุญเป็นกำไรชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะรีบตักตวงกันให้เต็มที่ ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมความดีเอาไว้ ชีวิตนี้ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาก็เสียโอกาสที่ดีๆไป ดังนั้น เมื่อมีโอกาสในการทำความดีแล้ว ต้องทำให้เต็มที่คุ้มค่ากันมากที่สุด
ครั้งที่63*กรรมตามทวงหนี้*การทำอะไรลงไปโดยไม่พิจารณาให้ดีเสียก่อน จะเป็นบาปมหันต์ที่ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ จะหนีกรรมอย่างไร ก็หนีไม่พ้น กรรมจะตามทวงหนี้เรา จะผัดผ่อนอย่างไร ก็ผลัดไม่ได้ หนี้สินทางโลกเขายังสามารถผ่อนผันกันได้บ้าง แต่จะให้มาผัดผ่อนในการชดใช้กรรมในปรโลกนั้น ทำไม่ได้เลย

-ครั้นจะบอกว่า ขอเลื่อนเวลาออกไปอีกหน่อย ตอนนี้ยังไม่พร้อมเลย ก็เลื่อนไม่ได้หรอก จะต่อรองอย่างไร ก็ไม่ได้สักอย่าง มีแต่ต้องทนทุกข์ทรมานจนกว่าบาปนั้นจะเบาบางลงไป เพราะฉะนั้นเกิดมาภพชาตินี้ เราควรเก็บเกี่ยวเอาแต่บุญกุศลติดตัวกันไปให้มากๆ แล้วก็อย่าลืมฝึกฝนใจของเราให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส อยู่เป็นประจำ

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่62*มัวเมาในชีวิต*ความมัวเมามีตั้งแต่ มัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว มัวเมาในชีวิต ทำเหมือนว่าตนเองจะไม่แก่ ไม่เจ็บไม่ตาย ทำให้ไม่เร่งรีบทำหน้าที่ของตนเองที่ควรกระทำให้สมบูรณ์ และมีผู้คนมากมาย ที่มัวหลงใหลมัวเมาในลาภ ยศ สรรเสริญ 

-เมื่อได้โอกาสดีๆในชีวิตแล้ว แทนที่จะนำโอกาสนี้ไปใช้ในการพัฒนาตัวเอง&คนรอบข้างให้มีคุณภาพชีวิตให้สูงยิ่งๆขึ้นไป กลับเอายศอำนาจไปใช้ในทางที่ผิด เบียดเบียนคนอื่น แล้วกระทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตตรอมตรมในอบายภูมิเป็นเวลานาน กว่าจะสำนึกได้ ก็ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว
ครั้งที่61*หลงตัวลืมตาย หลงกายลืมแก่*ความมัวเมาเป็นอาการของคนขาดสติ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เป็นทางมาของความประมาท แล้วยังเป็นต้นเหตุให้พลาดจากหนทางสวรรค์นิพพานอีกด้วย มีสุภาษิตสอนใจอยู่บทหนึ่งว่า "หลงตัวลืมตาย หลงกายลืมแก่ หลงใหลสามีภรรยา ลืมพ่อแม่"

-หมายถึงว่า ถ้าเอาใจไปยึดติดกับสิ่งใดแล้ว ก็จะทำให้เป็นคนขาดวิจารณญาณ มองไม่เห็นโลกและชีวิตไปตามความเป็นจริง ชาวโลกส่วนใหญ่มักจะส่งใจยึดติดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ซึ่งเป็นสิ่งนอกตัว ทำให้มองไม่ออกว่า สิ่งที่ละเอียดประณีต และนำสุขมาให้ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีอยู่อีกมากนัก

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่60*ชีวิตดีติด+ ชีวิตชั่วติด-*เราเกิดมาแต่ละชาติ เราไม่ได้นำอะไรติดตัวมาเลย มีแต่บุญและบาปเท่านั้นที่ติดตัวเรามา ใครสั่งสมบุญเอาไว้มาก บุญนั้นก็จะกลั่นกลายมาเป็นสมบัติรอคอยให้เรามีใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบาย มีรูปกายที่แข็งแรง ไม่พิกลพิการ ไม่เจ็บป่วยไข้ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถรู้แจ้งแทงตลอดในความรู้ของครูอาจารย์ได้อย่างง่ายดาย 

-แต่บางคนสั่งสมบุญเอาไว้น้อย แถมยังขัดขวางการทำความดีของคนอื่น อีกทั้งยังทำบาปอกุศลเอาไว้มาก เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องยากจนแสนเข็ญ แม้จะหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ก็ไม่มี ชีวิตที่เกิดมา ดูเหมือนจะมารับใช้กรรมอย่างเดียว ครั้นเป็นอย่างนี้ โอกาสที่จะสั่งสมบุญก็มีน้อยลงไป เส้นทางไปสู่สวรรค์ ก็หาไม่เจอ แล้วโอกาสที่จะได้ปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงหาพระนิพพานนั้นไม่ต้องพูดถึง 

-ส่วนพวกเราทั้งหลาย ได้โอกาสดีๆอย่างนี้มาแล้ว อย่าประมาท ให้รีบขวนขวายสั่งสมบุญให้กับตนเอง ให้มากยิ่งๆขึ้นไป ก่อนที่โอกาสทองของชีวิตจะผ่านเลยไป แล้วเราจะไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง
ครั้งที่59*พัวพันกันมาข้ามชาติ*เรื่องของกฎแห่งกรรม เป็นกฎสากล ที่มีความเที่ยงธรรมที่สุด สิ่งใดก็ตามที่เราได้กระทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกุศล หรือ อกุศล สักวันหนึ่งต้องส่งผลให้เราอย่างแน่นอน ความสุข หรือ ความทุกข์ ที่เราได้รับในปัจจุบันชาตินี้ ล้วนเป็นผลมาจากกรรมที่เราเคยกระทำเอาไว้ในอดีตทั้งสิ้น 

-ผู้ที่สามารถแสดงเรื่องนี้ให้กับเราได้ดีที่สุด คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ และผู้รู้มีญาณเท่านั้น ผลของการกระทำ ที่ถูกแสดงออกทั้งทางกาย วาจา ใจนี้ ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ง่ายๆ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน เป็นสิ่งที่พัวพันกันมาข้ามภพข้ามชาติ จะพิสูจน์กันตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ก็ยังทำไม่ได้
ครั้งที่58*ยาวนานเป็นแสนล้านปี*การทำบาปอกุศลบนโลกมนุษย์นี้ แม้เพียงไม่กี่ปี แต่วิบากกรรมนั้นเป็นผลอันเผ็ดร้อน มันยาวนานเป็นแสนเป็นล้านปี สิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบุญหรือบาปที่ได้ทำเอาไว้ ในช่วงที่เราได้อัตภาพเป็นมนุษย์อยู่นี้ ย่อมตามส่งผลทั้งนั้นไม่ช้าก็เร็ว 

-ผลของบาปนั้นเผ็ดร้อนแสนทรมานยิ่งนัก กว่าจะทราบว่าได้ทำบาปอกุศล ซึ่งเป็นโทษมห้นต์ กว่าจะไปรับใช้กรรมในนรก แล้วได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ มาเริ่มต้นสร้างบุญกันใหม่ ก็ต้องรอไปอีกยาวนาน จงอย่าเป็นอย่างนั้นกันเลย

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่57*ธนูที่ปล่อยออกจากแล่ง*การพูดที่ไม่ถูกกาลเทศะนั้น ไม่เป็นผลดีต่อตนเอง มีแต่จะก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา ทั้งยังทำให้ไม่เป็นที่รัก เพราะคำพูดที่มากเกินพอดี จะทำให้คนอื่นมีความอึดอัดใจ บางครั้งหากพลั้งพลาดไป ก็เอากลับคืนมาไม่ได้ เหมือนธนูที่ปล่อยออกจากแล่งไปอย่างนั้น 

-ดังนั้นก่อนที่เราจะพูด ต้องหมั่นฝึกสติให้ดี ให้มีสติก่อนที่จะพูดออกไป หัดพูดด้วยวาจาสุภาษิต ถ้าทำได้อย่างนี้ ทุกถ้อยคำของเรา จะเป็นคำที่มีประโยชน์ เป็นขุมทรัพย์ที่มีค่าเกินกว่าจะสรรหาคำใดๆมาเปรียบเทียบได้ เพราะเป็นถ้อยคำที่จะนำใจของทุกๆคนให้ได้พบกับแสงสว่างของชีวิต
ครั้งที่56*หนักแน่น มั่นคง ไม่หวั่นไหว*บัณฑิตทั้งหลายต้องหนักแน่น มั่นคงในการสั่งสมบุญบารมี โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น ท่านเหล่านั้นมักจะเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่วาระสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง และพร้อมเสมอต่อการเดินทางไปสู่สัมปรายภพ เพราะตระหนักดีว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของสรรพชีวิต ดังนั้น ผู้มีปัญญา จึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกันให้ได้ ชีวิตเราจะได้ปลอดภัย ทั้งโลกนี้และโลกหน้า

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่55*จุดจบของผู้ก่อเวร*ขอจงอย่าก่อเวรกันเลย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่จะนำทุกข์นำโทษมาให้ จุดจบของผู้ก่อเวร ก็คือ ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส แต่หัวใจที่มีความปรารถนาดีต่อสรรพชีวิตทั้งหลายเท่านั้น ที่จะทำให้หมู่สัตว์อยู่เย็นเป็นสุข คือจะต้องมีหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ หัวใจอย่างนี้ที่โลกกำลังต้องการ เพราะใจที่ประกอบด้วยความเมตตากรุณา จะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่โลกได้ แต่การก่อเวรก่อกรรมทั้งหลาย จะได้เจือจางหายไปในที่สุด ถ้าไปก่อเวร จะทำให้เราพบจุดจบเหมือนผู้ก่อเวร ดังเช่น พระเทวทัต
ครั้งที่54*ทางสิ้นสุดของเวร*พระพุทธเจ้าทรงสอน ไม่ให้เราเป็นทุกข์ เพราะไปก่อเวรกับใคร พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เวรย่อมระงับด้วย การไม่จองเวร เพราะหากยังมีการจองเวรผูกเวรกันอยู่ ก็จะไม่สงบสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่ผูกใจเจ็บก็จะทุรนทุราย ฝ่ายที่ถูกทำลาย ก็จะหวาดระแวง คอยหาทางแก้แค้นอยู่ร่ำไป ความกรุณาในสรรพสัตว์ทั้งหลายคือ ทางสิ้นสุดของเวร แต่ทว่าหากปราศจากจากธรรมะในใจแล้ว ความกรุณาก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แล้วยิ่งจะทำให้เป็นทางมาแห่งเวรมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่53 *คลื่นแรงแห่งความสงบสุข*ในดวงใจที่ใสบริสุทธิ์ของเหล่าชน ผู้มีความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายในวัฏสงสาร เป็นต้นทางแห่งความสงบสุขของโลก ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เมื่อใจหลายๆดวงมารวมกันนี้ ก็จะเชื่อมประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ 

-ให้หันมาสมัครสมานสามัคคีกัน จากความสับสนวุ่นวาย ก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง จากความเร่าร้อนกลายมาเป็นความเยือกเย็น กระแสแห่งความปรารถนาดีขึ้น จะเป็นคลื่นแห่งความสงบสุข ที่ทำให้มวลมนุษยชาติเกิดการปรองดองกัน ยิ่งกระแสแห่งความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้นมากเพียงใด ก็จะช่วยให้โลกสงบเย็นได้เร็วขึ้นเพียงนั้น
ครั้งที่52*ความทุกข์ที่คนอื่นเห็นเท่าภูเขา*ในโลกปัจจุบันนี้ ที่เกิดกระแสแห่งการแก่งแย่งชิงดีกันในหลายๆเรื่อง ทำให้เกิดการแข่งขันและขัดแย้งกันไปในตัว ก่อเกิดความวุ่นวายมากมาย เมื่อมีการแข่งขันกัน ถ้าเกิดความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน ผู้พ่ายแพ้ก็ย่อมจะก่อเวร แก้กันไป แก้กันมา 

-ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ทำให้การอยู่ร่วมกันมีปัญหาขัดแย้งทุกยุคทุกสมัย หากว่าต่างฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ความวุ่นวายทั้งหลายในโลกนี้ ก็จะไม่เกิดขึ้น หากรู้จักการให้อภัยกัน มีจิตที่ปรารถนาดีต่อกัน จะมีแต่ความสุข ความสบายใจ ลองสังเกตใจของเราก็ได้ 

-หากเรามีจิตใจที่นุ่มนวล เปี่ยมด้วยอภัยทานแล้ว สภาวะจิตใจของเราจะโปร่งเบาสบาย จะไม่รู้สึกว่ามีทุกข์ใจอะไร ความทุกข์ที่คนอื่นมองเห็นเท่าภูเขา แต่สำหรับเราแล้ว เป็นเหมือนเพียงอากาศธาตุว่างเปล่า ไม่มีอะไร เพราะสุขหรือทุกข์นั้น อยู่ที่ใจของเราเองต่างหาก
ครั้งที่51*ปากเป็นดาบสองคม*คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากเรา จะมีผลเป็นอย่างไรก็ได้ ทั้งกับตัวเราและคนรอบข้าง คืออยากจะให้ถ้อยคำเป็นเพชรพลอย หรือจะให้เป็นไม้พลองเป็นอาวุธเข้าทำร้ายประหัตประหารกันก็ได้ จะให้เกิดประโยชน์หรือเกิดโทษอย่างมหาศาลก็ได้ ดังนั้น เราควรเปล่งแต่วาจางดงามเท่านั้น ไม่ควรเปล่งวาจาชั่วเลย ให้รู้จักกาลอันสมควรและไม่ควรกล่าวถ้อยคำวาจาใด 

-ถ้าหากว่าทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าจะมีส่วนจริงอยู่ก็ตาม ควรพิจารณาให้ดีก่อน จึงค่อยพูด หัดใช้คำพูดให้เป็น ไม่ให้กระทบกระทั่งใคร ควรพูดแต่คำจริง ที่ประกอบด้วยประโยชน์ ความจริงที่เปล่งด้วยวาจาหยาบคาย ย่อมจะทำให้เดือดร้อนในภายหลัง ควรพูดแต่คำที่เป็นที่รักที่พอใจเท่านั้น ไม่ควรพูดคำที่ไม่ถูกใจ ไม่ว่าเวลาไหนๆก็ตาม
ครั้งที่50*กลับเนื้อ กลับตัว กลับใจ*การพูดแต่ละคำที่เป็นวาจาสุภาษิต จะเป็นเหตุนำเราไปสู่ความสุข แต่การกล่าวคำทุพภาษิต เป็นเหตุนำไปสู่ความทุกข์ ก็จงเลือกเอาเถิดว่า จะเอาแบบไหนกัน คนที่กล่าวคำหยาบคาย หากภายหลังสำนึกได้ กลับตัวกลับตัวกลับใจเสียใหม่ หันมาทำความดี นี่นับว่าเป็นความฉลาด แต่ถ้ายังไม่รู้สึกตัว พูดให้ร้ายจนเป็นนิสัย

-วิบากกรรมก็จะติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ และจะนำสิ่งร้ายๆมาสู่ตนเอง ใครทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น ใครพูดอย่างไร ก็ได้อานิสงส์อย่างนั้น ปลูกถั่วก็ได้ถั่ว ปลูกงา ก็ได้งา ปลูกถั่วจะกลายเป็นงาก็ไม่ได้ การประกอบเหตุเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องจดจำเอาไว้ให้ดี อย่าลืมว่า การคิด การพูด และการกระทำใดๆ ที่จะไม่มีผลนั้นไม่มี พึงสังวรรวังกาย วาจา ใจของเราให้ดี

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่49*นั่งผิงไฟในหน้าหนาว*บุคคลที่เป็นอันตรายต่อหมู่คณะ เป็นอันตรายต่อทุกๆชีวิต ก็คือ คนส่อเสียด ชอบความแตกร้าว ยุแยงตะแคงรั่ว บุคคลประเภทนี้ ไม่เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เพราะผู้มีอุปนิสัยอย่างนี้ มีแต่จะนำความหายนะมาสู่สังคมนั้นๆ

-หากรู้ว่าใครเ
ป็นผู้มีอัธยาศัยมักพูดส่อเสียด ชอบความแตกร้าวของคนอื่น ก็ให้รีบออกห่างเสีย หรือถ้าจำเป็นต้องอยู่ใกล้ ไม่สามารถออกห่างได้ ก็ให้คบไว้ เหมือนนั่งผิงในหน้าหนาว คือหากเข้าใกล้เกินไป ก็นำแต่ความร้อนมาให้ ถ้าหากออกห่างเกินไป ก็อาจหนาวเย็น เป็นผลเสียทั้งสองด้าน
ครั้งที่48*ศัตรูในคราบมิตร*การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นต้องมีความจริงใจ มีความไว้วางใจเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ความสงบสุขถึงจะบังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสังคมเล็กๆ หรือสังคมหมู่ใหญ่ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเข้ามาอยู่รวมกันแล้ว หากมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อย หรือเกิดกระแสของความสงสัยคลางแคลงเกิดขึ้น 

-ก็ควรจะเป็นคนหนักแน่น ไม่หูเบา ให้เชื่อเหตุเชื่อผล ใช้สติปัญญาพินิจพิจารณาใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน จึงปักใจเชื่อ เราต้องมองคนให้เป็น แยกแยะให้ออกด้วยว่า บุคคลที่เรากำลังคบหาสมาคมด้วยนั้น เป็นคนประเภทใด เป็นศัตรูในคราบมิตร ที่คิดจะเข้ามาทำลายความสงบร่มเย็นของหมู่คณะหรือเปล่า?

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่47*เมตตา ประสานรอยร้าว*ความเมตตาปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งสันติภาพอันไพบูลย์ หากมีการอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจไมตรี จะทำให้สังคมนั้นเป็นสังคมในอุดมคติ ที่มีแต่ความสุขสงบ ไม่มีการแก่งแย่ง รบราฆ่าฟันอย่างที่เราเห็นกันเป็นประจำ ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้น จากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยกระแสแห่งเมตตาธรรม 

-จะช่วยเชื่อมประสานรอยร้าว ที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ ให้กลับมาสมัครสมานสามัคคี จากความสับสน กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง จากเร่าร้อนเป็นเยือกเย็น กระแสแห่งความปรารถนาดี มีนำ้ใจนี้จะรุกเงียบไปในบรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน หากกระแสแห่งความบริสุทธิ์ บังเกิดขึ้นมากเพียงใด ก็ช่วยให้โลกเข้าสู่ยุคทองของสันติภาพได้รวดเร็วขึ้น
ครั้งที่46*คนคุ้นบาป เหมือนปลาคุ้นน้ำ*หากใครทำกรรมใดไว้ ย่อมจะได้รับผลกรรมนั้นอย่างแน่นอน จะต้องประสบกับเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง อยู่ที่ว่าเหตุการณ์นั้น จะปรากฏช้าหรือเร็วเท่านั้น แต่ย่อมส่งผลให้ประจักษ์แก่ผู้นั้น ดังนั้นเราควรจะเป็นผู้ที่หนักแน่นมั่นคงอยู่กับการทำความดี

-อย่าทำบาปกันจนคุ้น ครั้นเมื่อบาปไม่ส่งผล ก็เลยนึกว่าทำบาปเป็นสิ่งที่ดี แต่ทำบาปนี่แหละ จะทำให้เรามีปัญหาติดตามข้ามภพข้ามชาติ ซึ่งการไปแก้ที่ปลายเหตุ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก มีแต่รับใช้ผลกรรมที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว ฉะนั้น ดีที่สุดคือ ทำแต่บุญกุศล เว้นไกลจากบาปทุกชนิด

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่45 *ทำดีได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดี มีถมไป* ถ้อยคำอย่างนี้กลับเริ่มแผ่ขยายไปในทุกๆหมู่ชน โดยเฉพาะผู้ที่หาเช้ากินค่ำ ต้องการแสวงหาปัจจัยเลี้ยงชีพในทางที่ผิด ความคิดอย่างนี้เป็นความคิดที่ผิด อย่าไปคิดและอย่านำไปปฏิบัติอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เรากลายเป็นมิจฉาทิฏิฐิ

-ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ จะก่อให้เกิดความหายนะแก่ตัวของเราเองทั้งภพนี้และภพหน้า การเข้าใจในสิ่งที่ผิดๆ อย่างนี้จะก่อให้เกิดแต่ความเสียหายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และเคยเกิดขึ้นมาแล้วทุกยุคทุกสมัย ผลก็ปรากฏชัดเจนว่า นำมาแต่ความทุกข์เท่านั้น
ครั้งที่44*เราเป็นนายคำพูดๆเป็นนายเรา*การพูดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกๆคน จะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จในชีวิต ก็อาศัยวาจาที่เปล่งออกมาจากปากนี่แหละ ก่อนเปล่งถ้อยคำ เรายังเป็นนายของคำพูด ครั้นเมื่อพูดออกไปแล้ว คำพูดนั้นจะเป็นนายของเรา เพราะฉะนั้น เราต้องระมัดระวังคำพูด ต้องรู้จักใช้วาจาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อส่วนรวม และต่อชาวโลก

-ให้พูดแต่วาจาที่ไพเราะเสนาะโสต สมานไมตรี เราจะได้เป็นผู้มีวาจาอันเป็นที่รักที่เชื่อถือได้ มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่พูดแล้วนำความเดือดร้อนมาให้ในภายหลัง อย่าพูดจาเพียงเพื่อสนุกปากด้วยความคึกคะนอง หรือพูดคำหยาบว่าร้ายผู้อื่น มิฉะนั้น จะต้องประสบทุกข์ เพราะคำพูดของตนเอง

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่43*ปากเดียว มีทั้งกิน&พูด* วาจาสุภาษิต หมายถึง คำพูดที่ได้รับการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว จากใจที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยเมตตาปรารถนาดีต่อผู้ฟัง เนื่องจากธรรมชาติให้ดวงตามา2ตา มีหน้าที่ดู สำหรับหู มีหน้าที่ฟังอย่างเดียว ธรรมชาติก็ให้มาถึง2หู จมูกให้มา2รู มีหน้าที่ดมกลิ่นอย่างเดียว 

-แต่ปากมีเพียงปากเดียว แต่ต้องมีหน้าที่ถึง2อย่างคือ ทั้งกินและพูด แสดงว่า ธรรมชาติต้องการให้คนดูให้มาก ฟังให้มาก แต่พูดให้น้อย ให้มีสติคอยระมัดระวังปาก ยามจะกิน ก็กินให้พอดี จะพูดก็พูดให้พอดี ลักษณะคำพูดที่เหมาะสมดี เป็นคุณทั้งแก่ตัวผู้พูดและผู้ฟัง ถ้าพูดผิด พูดไม่ดี พูดว่าร้าย จะเกิดทุกข์และโทษเป็นวจีกรรม ให้ถูกใส่ร้าย ถูกใส่ความทุกชาติไป

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่42*วาจาศักดิ์สิทธิ์*คือวาจาสุภาษิต พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ถ้าอารยชนใคร่จะพูด ก็เป็นผู้ฉลาด รู้จักกาล พูดแต่ถ้อยคำที่ประกอบด้วยเหตุผล ที่อารยชนประพฤติกัน ไม่พูดด้วยความโกรธ ไม่ยกตัว มีใจสงบ ไม่ตีเสมอ ไม่ก้าวร้าว ไม่พูดเอาหน้า รู้ชอบแล้วจึงกล่าว ถ้าเขาพูดดี พูดถูก ก็อนุโมทนา เมื่อคนอื่นพูดผิด ก็ไม่รุกราน เขาพูดพลั้งไปบ้าง ก็ไม่ถือสาหาความ ไม่พูดพล่าม ไม่พูดเหยียบย่ำคนอื่น การพูดของสัตบุรุษ เป็นการพูดเพื่อให้เกิดความรู้ประเทืองปัญญา อารยชนมีปกติสนทนากันอย่างนี้"
ครั้งที่41*รู้เท่าทันเหลี่ยมคูผู้อื่น*ความประมาท เป็นอันตรายอย่างยิ่งในชีวิต ผู้รู้จึงกล่าวไว้ว่า ชีวิตของผู้ประมาทแล้ว เหมือนคนที่ตายไปแล้ว คือตายจากคุณธรรมความดีทั้งหลาย เป็นชีวิตที่หาความเจริญรุ่งเรืองไม่ได้ เหมือนต้นไม้ที่ปราศจากราก นับวันมีแต่จะเหี่ยวเฉาและตายลงในที่สุด 

-เราจึงต้องไม่ประมาทในการศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำเราไปสํ่ความสำเร็จในชีวิต จะฉลาดในอุบายแห่งความเสื่อม และความเจริญ จะรู้เท่าทันเหลี่ยมคูผู้อื่น หนึ่งในหลายวิชชาคือ การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างบารมี ใจหยุดเป็นทั้งหมดของความไม่ประมาท
ครั้งที่40*มุมมืด&มุมสว่างของชีวิต*เบื้องหลังของทุกๆชีวิต หากนึกย้อนกลับไปดู ทั้งที่เป็นอดีตของปัจจุบัน และอดีตชาติที่เคยเกิดมานับชาติไม่ถ้วน จะมีทั้งที่เป็นความดี ซึ่งถือว่าเป็นความสว่างของชีวิต และส่วนที่เป็นมุมมืดของชีวิต เพราะบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ในอดีต ชีวิตเรายังไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างบางครั้งจึงมีทั้งความสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป ดังนั้น เราจึงควรจะสร้างแต่ความดี เพื่อความสุขทั้งในปัจจุบัน และในบั้นปลายของชีวิต ขอให้เราอดทนก้าวเดินต่อไป บนเส้นทางแห่งความดี พร้อมกับหมั่นทำใจให้หยุดนิ่ง สักวันหนึ่ง เราจะก้าวไปถีงบันไดขั้นสูงสุดในชีวิต
ครั้งที่39*อุทิศส่งบุญให้ผู้ละโลก*ทางวัดพระธรรมกายได้จัดพิธีปุพพเปตพลีขึ้น ทุกวันพระใหญ่ ข้างขึ้น&ข้างแรม เดือนละ2ครั้ง เพื่อทำพิธีอุทิศบุญให้ผู้ที่ละโลกไปแล้วในเทวโลก ทั้งที่ไปดี เป็นเทวดา และไปไม่ดี ไปเป็นเปรต ตกนรกตามขุมต่างๆ(บุญนี้ไปรอที่ยมโลก)ให้แก่ทุกผู้ทุกคน ที่มีคุณต่อแผ่นดินไทย ที่เรียกว่า"บรรพชน" เช่น คนไทยที่สร้าง&รักษาแผ่นไทยไว้ให้เราได้อาศัย ทหารที่ตายในสมรภูมิรบ เพื่อรักษาชาติ รักษาพระพุทธศาสนา

-และหมู่ญาติของเราที่เรียกว่า"บรรพบุรุษ" เช่น ปู่ย่าตายาย พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานเหลนโหลน และทุกคน ที่เราต้องการอุทิศบุญไปให้ จัดพิธีขึ้นที่หอฉัน เวลา 10.30-12.30น. นี่ก็เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่หลวงพ่อธัมมชโย มีจิตเมตตาไปถึงหมู่ญาติพวกเราด้วย ที่ตายไปแล้ว จึงขอเชิญสื่อทุกสื่อ และจนท.รัฐมาร่วมพิธีได้ จะได้บุญแก่ตัวท่านเองและหมู่ญาติด้วย ที่มีคนมาร่วมงานเยอะมากๆเพราะเป็นบุญที่ชาวบ้าน ชาวพุทธ ชาวไทยนิยมชมชอบมากๆครับ
ครั้งที่38*เติมบุญให้คน ให้ประเทศพ้นภัย*จึงมีโครงการตักบาตรพระ2ล้านรูป77จังหวัดทุกวัดทั่วไทย ที่จัดตักบาตรพระกว่า1,000รูปขึ้นไปทุกจังหวัดทั่วประเทศขึ้น เป็นบุญใหญ่ ที่เติมบุญให้คนจังหวัดนั้น และเติมบุญให้ประเทศ ให้ประเทศเราผ่านพ้นวิกกฤติ&ภัยพิบัติต่างๆไปได้ ต้อง"สู้ด้วยบุญ"และให้ประชาชนได้เห็นพระ เป็นมงคลข้อหนึ่ง

-เป็นบุญตา บุญตัว บุญได้ช่องส่งผล บุญใหม่ไปดึงบุญเก่าที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อน แล้วสิ่งดีๆจะตามมา ภัยใดๆจะห่างไกล ยิ่งเมื่อวันละโลก ภาพพระที่เคยใส่บาตรกว่าพันรูปจะมาฉายชัดให้เห็น เมื่อใจใส ก็พาไปสวรรค์ได้ ซึ่งเป็นการทำบุญทำทาน ที่ทำได้ง่ายมาก และคนไทย คนจีนก็ชอบด้วย เป็นการสร้างความมั่งมีศรีสุข เพิ่มความร่ำรวยให้ตัวเองและคนในชาติ สร้างเศรษฐกิจดีๆ&เพิ่มรายได้ขึ้นอย่างรวดเร็วในจังหวัดนั้นๆด้วย เช่น โรงแรมที่พักถูกจองกันเต็ม มีการซื้อขายอาหารตักบาตรทุกที่ทุกห้างจำนวนมาก ชุดขาวก็ขายดี รถโดยสารและเครื่องบินถูกจอง ร้านค้าอาหารการกินก็ขายดิบขายดี

-เกิดเป็นผลบุญและผลประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และส่งอาหารแห้งส่วนใหญ่นี้ ส่งไปช่วยพระชายแดนใต้ด้วย ทำให้คนใส่บาตรได้บุญหลายชั้นหลายต่อ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจและมุ่งทำลาย อย่ามาขัดขวางกันเลย มันบาป การขัดขวางคนทำความดี ส่งผลให้คุณทำความดีไม่ขึ้น มีแต่เรื่องร้ายๆเข้าสู่ตัวและครอบครัว ดังนั้น ต้องหันมาลงข่าวดีๆเชิญชวนคนมาตักบาตร และสนับสนุนโครงการวัดพระธรรมกาย ที่ทำเพื่อสังคม&เติมบุญใหญ่ให้ประเทศกันเถิด แล้วจะเกิดบุญมหาศาลครับ
ครั้งที่37*หลวงพ่อรักจริง ไม่ทิ้งกัน*ที่หลวงพ่อ&วัดพระธรรมกาย ช่วยเหลือพระ323วัด และคุณครูใน4จังหวัดชายแดนภาคใต้(มี4อำเภอในจ.สงขลา)ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ที่พระออกบิณฑบาตไม่ได้ จึงลงไปจัดงานถวายมหาสังฆทาน323วัด อย่างต่อเนื่องทุกเดือนๆละ1ครั้ง เกือบ11ปีแล้ว(เริ่มครั้งที่1/มิ.ย.2548) ยกเว้นเดือนเม.ย.&ส.ค.จัดที่วัด พระจากใต้จะขึ้นมารับถวายเอง

-ซึ่งตัวผมเองรู้ดี เพราะเคยไปช่วยเป็นพิธีกรอยู่24ครั้ง(24เดือน) จนมาถึงปัจจุบัน(มิ.ย.59) ครั้งที่122แล้ว และเจ้าอาวาสวัดต่างๆบอกว่า"ปัจจัย&ไทยธรรมที่หลวงพ่อธัมมชโยถวายให้ แม้ไม่ได้ออกบิณฑบาต ก็อยู่ได้ทั้งเดือน" ที่หลวงพ่อท่านรักพระพุทธศาสนา ไม่เคยทอดทิ้งพระและครูใต้ ฃให้อยู่โดดเดี่ยว ถ้าไม่รัก ไม่ห่วงใยกันจริง ไม่ทำแบบนี้ทุกเดือน ทำให้พระ&ครูใน4ชายแดนใต้รักและเคารพหลวงพ่อมากๆ

-ตอนที่ครูใต้ให้สัมภาษณ์ทีไร เกิดความประทับใจ ซึ้งในน้ำใจ จนน้ำตาไหลทุกที แต่เห็นคนบางกลุ่ม ทำแค่เอาหน้า ให้ได้ออกสื่อ ทำได้ไม่กี่ครั้ง ก็หายไปเลย แต่ก็ยังดี ขออนุโมทนาด้วย ดังนั้น ถ้าสื่อต่างๆและคนทั้งประเทศ อยากเห็นคนไทยรักกัน รักแผ่นดินไทย รักพระพุทธศาสนา ต้องสนับสนุนวัดพระธรรมกาย แล้วเราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ
ครั้งที่36"หลวงพ่อมีแต่ให้*ไม่ว่าคนจนหรือมั่งมี ถ้าใครเคยไปวัดพระธรรมกาย จะสัมผัสไดเถึงความอบอุ่น ความเป็นห่วงเป็นใย ความมีน้ำใจ และได้รับบริการทุกอย่าง เหมือนเราคือ บุคคลสำคัญ หรือผู้มีบุญ ที่ได้โอกาสเท่าเทียมกัน

-อาหารการกิน ทุกคนที่มาต้องอิ่มท้อง จะได้มีแรงกายทำความดี จะเลี้ยงฟรีทุกคน จะทานน้อย ทานมาก ทานเต็มที่ แต่ต้องทานให้หมด ทั้งมื้อเช้า เพล อาหารว่างขนมปัง น้ำเย็น น้ำอุ่น น้ำธรรมดา  น้ำปานะ ดื่มได้เต็มที่ ไม่ว่าคนมาวัดเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เลี้ยงฟรีหมด

-นี่คือน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของหลวงพ่อ ที่มีต่อทุกคน ที่ไปวัดพระธรรมกาย ดังนั้น สื่อทุกสื่อและพี่น้องประชาชน อย่าเชื่อแต่ข่าวลือที่ว่าวัด เราต้องไปพิสูจน์ด้วยตนเอง แล้วคุณจะได้รับการต้อนรับอย่างดี จนประทับใจไม่รู้ลืมครับ
ครั้งที่35*สร้างคนดีV-Starทั่วปท.นับล้าน/ปี*เพราะสังคมปัจจุบันนี้ มีแต่อันตรายรอบด้าน ที่เข้ามารุกรานลูกหลานไทย นักเรียน นักศึกษา เช่น ยาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า มั่วสุมเรื่องเพศ ท้องวัยเรียน สถานเริงรมย์ อบายมุข เล่นการพนัน ฉกชิงวิ่งราว ติดเกมส์ ติดอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยผวากับภัยที่เข้ามาใกล้ตัวลูก หลวงพ่อธัมมชโยจึงมีโครงการวีสตาร์ (V-Star) หรือ "ดาวแห่งความดี" (The Virtuous Star)ขึ้น ตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนไทย  และให้ทำกิจวัตร 10 ประการทุกวันคือ

1. ตื่นนอนแต่เช้า เก็บที่นอนทันที
2. แต่งกายสุภาพ
3.สมาทานศีล 5
4. ออมทรัพย์
5. ช่วยงานบ้านและโรงเรียน
6. อ่านหนังสือที่มีประโยชน์
7. จับดีคนรอบข้าง
8. นั่งสมาธิ 15 นาที
9. สวดมนต์ก่อนนอน
10. กราบเท้าพ่อแม่ ยกมือไหว้พระภิกษุ ครู และผู้ใหญ่

-แล้วจัดงานวันรวมพลังV-Starนับล้านขึ้นทุกปีๆละ1ครั้ง เพื่อสอบและประเมินผล ให้ทุกโรงเรียนมารวมกันที่วัดพระธรรมกาย ในเดือนธันวาคม จัดมาตั้งแต่ปีครั้งที่1 ปี2551 จนมาถึงครั้งที่10 ปี2558 ถ้าลูกคุณเป็นคนหนึ่งที่มาร่วมโครงการนี้ แล้วเป็นคนดีของคุณพ่อคุณแม่และสังคม คุณจะดีใจไม่?ที่ลูกคุณปลอดภัยจากภัยสังคม&ได้ลูกคนใหม่ แล้วทำไมคนบางกลุ่มยังจะว่าร้ายหลวงพ่อ&วัดพระธรรมกายอีกหรือ?
ครั้งที่34*บวชช่วยเปลี่ยนชีวิตคน*มานับไม่ถ้วน"ดูตัวอย่างหลานของผมเอง สมัยอยู่บ้านเกิดที่จ.นครศรีธรรมราช เขาทั้งเที่ยว ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เรียนหนังสือ เมาเหล้าหนักแบบหัวราน้ำ ไม่ยอมกลับบ้าน พ่อเขา(พี่ชายผม)โกรธมาก สั่งตัดพ่อตัดลูก ผมจึงชวนมาบวชธทย.ที่วัดพระธรรมกาย เขาก็มา เพราะพ่อเขาไม่เอาแล้ว แต่พอได้บวช ได้รักษาศีล ทุกอย่างเปลี่ยนหมด

-เมื่อสึกแล้ว กลายเป็นคนดี รักษาศีล5 ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า รักลูก รักเมีย รักครอบครัว ขยันทำมาหากิน และชอบวัด รักวัด ติดวัด ยังอยู่ช่วยงาน ที่ศูนย์สาขาของวัดจ.เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบันนี้ 22ปีแล้ว และยังมีอีกมากมายหลายคน หลายครอบครัว เช่น ลูกเคยติดยา เกเร เป็นอันธพาล ทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์มาก แทบจะเป็นบ้ากับลูกของตนเอง แต่เมื่อส่งลูกมาอบรม มาบวชธทย.โครงการของหลวงพ่อ

-เมื่อลูกสึกไปแล้ว ทำให้พ่อแม่ได้ลูกคนใหม่ เป็นลูกแก้ว ที่กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ก่อนนอนทุกคืน ช่วยงานบ้าน ดูแลพ่อแม่อย่างดี เมื่อผลออกมาเช่นนึ้ ที่หลวงพ่อสอนให้คนเป็นคนดี มันผิดหรือ? ถ้าเป็นคุณที่ว่าร้ายวัด กล่าวหาหลวงพ่อ แล้วมีลูกเกเร ติดยา ติดเหล้า ติดเกมส์ ติดอินเตอร์เนต ไม่ยอมกลับบ้าน ถ้าส่งลูกมาอบรม แล้ววัดช่วยให้ลูกคุณเปลี่ยนเป็นคนดี คุณจะดีใจไม่?แม้เอาสมบัติมากมาย มาแลกกับชีวิตลูกคุณที่เสียแล้ว ก็แลกไม่ได้&ไม่มีใครช่วยได้

-แต่วัดนี้ช่วยได้ หลวงพ่อช่วยได้ ให้ลูกคุณเป็นคนดี แล้วคุณยังมาว่าวัด ว่าหลวงพ่ออีก คิดผิดคิดใหม่ได้ ก็ดูตัวอย่างโครงการบวชสามเณรล้านรูป ทั่วประเทศตอนนี้ ที่คุณพ่อคุณแม่ เห็นคุณค่าของการอบรมที่มีคุณภาพที่วัดจัดขึ้น จึงส่งลูกหลานมาบวชสามเณรมากมาย กว่า1,000ศูนย์อบรมทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกรอดจากภัยสังคม และเติมบุญใหญ่ให้ประเทศชาติของเรา และรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง
ครั้งที่33*หลวงพ่อบริสุทธิ์มากจากสมาธิ*จึงอยากให้ชาวโลกมีความสุขด่งบ ใครที่เคยไปวัดพระธรรมกาย หรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมที่วัด จะเข้าใจเป้าหมายหลักของหลวงพ่อคือ  ให้ทุกคนเข้าถึงความสุขภายในจากสมาธิ จึงต้องนั่งสมาธินาน1-2ชม.คนมาวัดเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน ก็นั่งสมาธิเหมือนกัน บรรยากาศจึงเงียบสงบ ไม่มีเสียงเลย เหมือนไม่มีคน ก็เพื่อให้ทุกคนใจละเอียดอ่อน ใจนุ่มนวล จะรองรับความดีต่างๆได้

-เมื่อสอนธรรมะอะไร ก็รับได้ และเป็นหลักวิชชา ทำให้ใจใสๆ แล้วจะได้บุญมาก จากการทำบุญทุกบุญ ซึ่งคนทั่วไปจะเข้าใจได้ยาก ตามไม่ทัน ปัญญาไม่ถึง ไม่เข้าใจ ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ถ้าใครที่มีบุญบารมีมาก ก็สามารถนั่งสมาธิเข้าถึงองค์พระภายใน เข้าถึง"พระธรรมกาย"(เหมือนกายลักษณะมหาบุรุษของพระพุทธเจ้าในพระนิพพาน&ถ้าเข้าถึงพระธรรมกายขั้นสูงที่ละเอียด ใจสามารถไปไหนก็ได้ ไปนรก ไปสวรรค์ได้ ไปช่วยพ่อแม่ที่ตกนรกได้)&มีความสุขไม่มีที่สิ้นสุด

-จึงตั้งชื่อนี้เป็นชื่อวัด เป็นกุศโลบาย ให้ชาวโลกได้รู้จักชื่อนี้ เป็นบุญตัว บุญหูที่ได้ยิน แต่ใครที่ไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน ปัญญาไม่ถึง ก็โจมตี ว่าร้าย เรียกช่ีอนี้ไม่สุภาพบ้าง หาว่าเป็นลัทธิใหม่บ้าง ล้อเล่นเรียกมหาธรรมเจดีย์ว่าจานบินบ้าง ก็บนเจดีย์สีทองนั่นแหละ ถ้ามองใกล้ๆจะเห็นองค์พระธรรมกายนับล้านองค์ เรียงซ้อนกัน ซึ่งใครด่าว่า จะบาปหนัปมาก ว่าร้าย1ครั้ง บาปทวีxล้านเท่า เพราะมีพระล้านองค์ สร้างบาปทางวจีกรรม เลิกเถอะ สื่อทุกสื่อ,DSI, รัฐบาลบางคนที่เข้าใจผิดอยู่ ชาววัดพระธรรมกาย&ชาวพุทธยังให้อภัย ใครว่าร้าย ก็ไปขอขมาพระประธานพระธรรมกายในโบสถ์ บาปจากหนัก ก็จะเบาลงครับ
ครั้งที่32*สร้างมหาวิหารหลวงปู่และมหาวิหารคุณยาย*เพราะหลวงปู่คือ ผู้ค้นพบวิชชาธรรม (แต่ผู้ให้กำเนิดวิชชาธรรมกาย คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์) และคุณยายคือ ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่มากมายมหาศาล ที่หลวงพ่อธัมมชโยและศิษยานุศิษย์ทั่วโลก ต้องการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวง จึงต้องหล่อรูปเหมือนทองคำเป็นหลวงปู่8องค์ ประดิษฐานตามที่ต่างๆ ที่ท่านไปเผยแผ่ธรรมะสมัยยังมีชีวิตอยู่ และหล่อทองคำคุณยาย3องค์ ไว้ให้ลูกหลานได้สักการะบูชา และรำลึกถึงพระคุณอันสูงส่งของท่าน เพราะถ้าไม่มีทั้ง2ท่าน ชาวโลกก็ต้องทำผิดศีล ติดอบายมุข&ตกนรกกันมากมาย แต่เพราะมีท่าน ทำให้มีเราในวันนี้ ที่พบหนทางสว่าง&เดินทางชีวิตถูกต้อง เพื่อขนคนไปสวรรค์และนิพพาน พอจะเข้าใจไม่ครับ?
ครั้งที่31*สร้างสภาธรรมกายสากล*เพื่อให้สาธุชนมาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธินับหมื่น นับแสนคน ทุกวันอาทิตย์ งานบุญใหญ่ เป็นที่หลบแดด หลบฝน และชั้น1ยังเป็นที่อบรมของพระ สามเณร สาธุชน มีห้องประชุมเกือบ20ห้อง ไว้ทำกิจกรรม ประชุมสัมมนา นั่งสมาธิ ห้องพยาบาล ห้องสำนักงาน และเป็นที่จอดรถได้มากมาย &เมื่อมีคนใช้สร้างบุญ หรือเข้าถึงธรรมแค่1คน ก็เป็นบุญมหาศาลแก่ผู้ร่วมบุญสร้าง แม้สมัยน้ำท่วมหนักปี2554 (จากฝีมือใครบางคน?)ยังช่วยผู้คนชาวคลองหลวงให้มาพักด้วย มันคุ้มไม่?
ครั้งที่30*สร้างมหาธรรมกายเจดีย์* และลานธรรม มหารัตนวิหารคด ที่จุคนได้เป็นล้าน&ใช้วัสดุพิเศษมีอายุนับพันปี เพื่อรวมพลังชาวพุทธนับล้านคน รวมใจน้บล้านดวง จึงให้ทุกคนสร้างพระธรรมกายประจำตัว จารึกชื่อ-นามสกุลไว้บนเจดีย์ล้านองค์ ให้เป็นที่พึ่งทางใจ เมื่อมีสุขหรือประสบทุกข์ ให้เจ้าของมากราบไหว้บูชา มาเติมบุญ เปิดทางไปสวรรค์ แม้ละโลกไปแล้ว ยังได้บุญทุกวัน นานพันปี เมื่อมีผู้คนมาสักการะบูชา มันคุ้มไม่?ก็ศาสนาอิสลามยังสร้างศูนย์รวมใจไว้ที่นครเมกกะได้ ชาวพุทธทั่วโลก ก็สร้างศูนย์รวมใจไว้ที่นี่ ถ้าไปแสลงใจใครบางคน? ขออภัยด้วยครับ
ครั้งที่29*สร้างอาคาร100ปีคุณยาย*เพื่อเป็นสำนักงานของเจ้าหน้าที่ในองค์กรทั้งวัด ทำงานเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วประเทศ ทั่วโลก อาคารจึงเป็นรูปลูกโลก ให้สมคุณค่า สมบารมีวิชชาธรรมกาย วิชชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สูญหายไปกว่า2,000ปี แล้วค้นพบโดยหลวงปู่ สืบสานวิชชาต่อโดยคุณยายและหลวงพ่อ&เหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือ ที่ทำงานของแต่ละหน่วยงานยังกระจัดกระจายอยู่ทั่ววัด จึงเอามารวมไว้ที่เดียว ที่อาคาร100ปีคุณยายแห่งนี้ จะได้เกิดพลังในการสร้างบารมี และทำงานรับใช้พระพุทธศาสนาได้เต็มที่ เต็มเวลา ใครที่ร่วมบุญสร้าง จะได้บุญทุกวัน&ได้บุญมหาศาล
ครั้งที่28*หลวงพ่อมีหัวใจพระโพธิสัตว์* หลวงพ่อดูแลทุกคน ทุกชีวิตที่มาวัด ท่านทำเพื่อส่วนรวม เพื่อชาวโลก และมีมากมายหลายสื่อ หลายคน ที่ว่าวัดนี้รวยแล้ว ทำไมสร้างใหญ่  สร้างเพื่ออะไร ก็เพราะคนมาวัดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนอยู่ประจำที่วัดร่วม2,000คน คนมาวัดจากยอดพันถึงล้านคน วัดมีเนื้อที่กว้างขวางเกือบ3,000ไร่ มีศูนย์สาขาทั่วปท.ทั่วโลกกว่า200สาขา จึงมีค่าใช้จ่ายเยอะ วัดไม่ได้รวย ต้องจ่ายค่าข้าว ค่าน้ำค่าไฟ&ค่าอื่นๆอีกมายมาย ค่าใช้จ่ายมหาศาลต่อวัน ต่อเดือน ต่อปี คุณลองคิดคำนวณดู และสื่อยิ่งโจมตี คนยิ่งมาวัดเยอะ เพราะอยากพิสูจน์ต้วยตัวเอง ไม่หูเบา ไม่เชื่อข่าวลือ ขอบคุณนะครับสื่อที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ แต่ถ้าสื่อลงข่าวดีๆข่าวถูกต้อง จะได้บุญมหาศาล แต่ถ้าลงข่าวผิด ข่าวบิดเบืยนตามคำสั่งใครบางคน จะได้บาปมหันต์ แต่ต่อไป ถ้าคุณลงข่าวดี ข่าวถูก เราให้อภัยได้ครับ
ครั้งที่27*นี่คือความจริง!* ที่สื่อมวลชนและคนทั้งประเทศตื่นได้แล้ว เพราะตอนนี้มีกระบวนการมุ่งทำลายพระพุทธศาสนาในเมืองไทย โดยเอาผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีอำนาจ และสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือ โจมตีวัดพระธรรมกาย ให้คนเกลียดและไม่ชอบวัด เพราะวัดนี้ มีกำลังคน&กำลังรักษาพระพุทธศาสนาอยู่ได้

-ถ้าจัดการวัดใหญ่นี้ได้ วัดอื่นทั้งแผ่นไทยก็ไม่เหลือ ทุกอย่างก็จบ ศาสนาอื่นเข้ามายึดครอง เหมือนหลายประเทศที่เขาทำมาแล้ว คุณยอมได้หรือ? เมื่อชาวพุทธอยู่ไม่ได้ คุณก็อยู่ไม่ได้ หรือถ้าอยู่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นศาสนาเขา คุณยอมเขาหรือ? ความเป็นไทยเมืองพุทธ ความรักชาติ รักพระพุทธศาสนา หายไปไหนหมด

-อย่าเห็นแค่ค่าจ้าง ตัวเงินที่เขาให้ มันเป็นกรรมชั่ว&เกิดบาปเต็มๆ โดยใช้สื่อโจมตีวัด เขากำลังทำลายแผ่นดินถิ่นเกิดของคุณ คุณยอมเขาหรือ? ถ้าไม่ยอม ก็ต้องมาช่วยกัน สนับสนุนวัดพระธรรมกาย แล้วเราจะลุยและสู้ไปด้วยกัน เพื่อประเทศชาติและศาสนาพุทธของเรา
ครั้งที่26*ความเป็นธรรมหายไปไหน*ที่DSIทำผิดขั้นตอน นักกฏหมายจะรู้เรื่องนี้ดี ทั้งที่มีใบรับรองแพทย์ว่า หลวงพ่ออาพาธหลายโรค เช่น
1.โรคเบาหวาน ขาที่เป็นใหญ่กว่าขาปกติอีกข้างถึง2เท่า
2.โรคเส้นเลือดขาอุดตัน ต้องนวดตลอดให้เลือดไหลเวียน ถ้าเป็นอื่น ไม่ไหวแล้ว ต้องนอนพักรักษาอย่างเดียว
3.ภูมิแพ้ต่างๆ ทั้งไอ ทั้งหนาวสะท้าน เมื่อเจอลม ต้องสวมเสื้อแขนยาว,ถุงเท้าและสวมหมวกตลอดเวลา สรงน้ำไม่ได้ ต้องเช็ดตัวอย่างเดียว ทั้งเสียงหายบางช่วง
4.ลมตีขึ้นศรีษะ ตาลาย มึนหัว โรคบ้านหมุน เป็นช่วงๆ

-เขาก็ยังไม่เชื่อ ตัดสินเองว่า หลวงพ่อไม่ป่วย จึงไม่ให้เลื่อน ทั้งๆที่ทีมDSIเคยมาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วทั้งทีมที่วัด วันมาสืบพยานที่อาศรมบัณฑิต ทุกคนเห็นขาแล้ว ยังร้องอู้ฮู้ ตกใจไปตามๆกัน ตอนนี้หลวงพ่ออายุมากด้วย โรคภัยรุมเร้าตลอดเวลา ออกนอกวัดไม่ได้  แค่ออกนอกกุฏิ ต้องรีบกลับมานวด ท่านต้องอดทนมากๆ เวลาเทศน์ ท่านต้องแสดงสีหน้าให้ยิ้มสดใส เพื่อให้ลูกๆมีกำลังใจสร้างบารมีไปทั่วโลก ท้อแท้ ท้อถอยไม่ได้ ต้องสอนสมาธิ เพื่อให้ลูกๆทั่วโลกได้เข้าถึงธรรม(ชาวโลกที่ไม่ศรัทธา จะไม่เข้าเรื่องนี้)แต่ท่านเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

-ท่านลงเทศน์สอน เพื่อให้ชาวโลกได้รู้เรื่องราวกฏแห่งกรรม หูตาจะได้สว่าง ไม่กล้าทำความชั่ว ผู้คนจะได้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก  เมื่อเขากลัวบาป ก็หันมาทำแต่ความดี ทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิทุกวัน ผู้คนก็ไปสวรรค์กันมากมาย  แล้วหลวงพ่อทำผิดตรงไหน? มองไม่เห็นเลย แต่มันคงไปแสลงใจพวกมาร ให้ทนไม่ได้ ต้องออกมาขัดขวางคนทำความดีทุกรูปแบบ ไม่สนใจว่าจะผิดหรือถูก บาปหรือชั่ว

-DSIครับ เราไม่เคยรู้จักกัน เราอย่าผูกเวรกันเลย เราต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ถ้าคุณทำความดี ทำถูก เราสนับสนุน แต่ถ้าคุณทำผิด ทำชั่ว เราคัดค้าน และต่อต้าน ถ้าคุณมาบุกรุกเข้าวัดเรา ที่เราสร้างวัดนี้ขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เอาทรัพย์ที่หามาได้โดยยาก มาสร้างวัด สร้างคนดีให้สังคม และขนคนไปนิพพาน

-เราขอยอมตาย เพื่อรักษาหลวงพ่อ วัดพระธรรมกาย และพระพุทธศาสนา เพราะคนเราเกิดมาต้องตาย สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย แต่ถ้าตาย เพื่อรักษาพระรัตนตรัย ถวายเป็นพุทธบูชา ช่างน่าภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตที่เกิดมา และไม่เสียชาติเกิด เพราะไม่เคยคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว และไม่เคยคิดทำลายพระพุทธศาสนาบนแผ่นดินไทยที่ตนเองเกิด
ครั้งที่25*คนเรา ถ้าไม่ผิดและบริสุทธิ์*แม้เวลาจะผ่านไป เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เป็นหลายสิบปี ใครจับผิดว่าร้ายใส่ความบิดเบือนข่าวขนดไหน ก็ไม่ผิดวันยังค่ำ คนเราถ้ามือไม่มีแผล เชื้อโรคก็เข้าสู่ร่างกายไม่ได้ ดูอย่างหลวงพ่อและวัดพระธรรมกาย ที่สอนให้คนทำแต่ความดี ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกวัน จนประจักษ์แก่สายตาชาวโลก มีการถวายโล่ประกาศเกียรติคุณ ที่หลวงพ่อมีน้ำใจช่วยเหลือประเทศเขา เมื่อประสบภัย และได้มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ยอดเยี่ยม&ดีเด่น ล่าสุด97โล่ และก่อนหน้านี้ก็มีมากมายหลายรางวัล

-ที่มีผู้มุ่งร้าย หวังทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยมีผู้มีอำนาจหนุนหลังอยู่ และว่าจ้างกลุ่มกระบวนการที่ไม่ศรัทธา หรือผู้เคียดแค้นเป็นการส่วนตัว ที่ถูกออกจากวัดนี้ แล้วหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีตลอดมา เช่น คดีชาวนาเมื่อปี2527 ก็ผ่านมา32ปี และเรื่องสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ปี2541 ก็ผ่านมา18ปี ผู้ไม่หวังดีก็โจมตีมาตลอด แต่ก็ทำอะไรหลวงพ่อและวัดพระธรรมกายผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ เพราะหาความผิดไม่เจอ

-ยิ่งนานวัด ผ่านมาหลายสิบปี ผู้หนุนหลัง หรือผู้บ่งการศาสนาอื่น ก็ยิ่งเคียดแค้น ที่เอาเรื่องหลวงพ่อ&วัดพระธรรมกายไม่ได้ แล้วเมื่อไร ตัวเองจะได้ค่าจ้าง แล้วเมื่อไร ศาสนาของเขาจะได้ครอบครองประเทศไทย หวังไปเถอะ! เพราะชาวพุทธทั้งประเทศ และทั่วโลกมาช่วยด้วย ต้องบอกว่า"Iไม่กลัวYou"ถ้าภาษาพ่อขุนรามคำแหงต้องบอกว่า...(คิดเอาเอง)
ครั้งที่24*โทษของผู้ว่าร้าย พระผู้บริสุทธิ์*ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารบ้านเมือง,ผู้ตรวจสอบ,สื่อต่างๆเช่น ทีวี,หนังสือพิมพ์, facecbook,เพจว่าร้าย,บิดเบือนข่าว,ผู้คนที่สนับสนุนคนว่าร้าย แม้แต่พระเณรด้วยกัน,นักวิชาการ และอื่นๆที่เป็นผู้นำว่าร้าย ใส่ความเท็จพระ ล้อเลียนพระ จะเกิดโทษมหันต์ในทุกชาติ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์10ประการ ดังนี้

1.เกิดทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า
2.ความเสื่อมสิ้นทรัพย์ที่มีอยู่
3.ถูกทำร้ายร่างกาย เช่น ถูกตีหัว ถูกผ่าตัด
4.เจ็บหนัก เช่น เป็นอัมพาต
5.ถึงความเสียสติ เป็นบ้า
6.ถูกกฏหมายลงโทษ เช่น ถูกปลดลดตำแหน่ง
7.ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง
8.ไร้ญาติขาดพี่น้อง
9.โภคทรัพย์ เช่น เรือกสวนไร่นาฉิบหาย
10.เมื่อยังไม่ตายไฟไหม้บ้าน ตายแล้วไปนรกเผาผลาญซ้ำอีก

-ดังบทสวดที่เป็นภาษาบาลี&คำแปล ที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ยิ่งถ้าใครได้สวด จะส่งผลเห็นทันตา ในทางตรงกันข้าม ถ้าใครทำข่าวดีๆ ข่าวถูกต้อง ข่าวชื่นชมพระ ย่อมได้ผลบุญมากมายมหาศาล ก่อเกิดประโยชน์ดีๆตรงกันข้ามกับ10ข้อไม่ดีข้างต้น
ครั้งที่23*คุณเชื่อหรือไม่ว่า?มีองค์กรที่ดีที่สุดอยู่ในโลกนี้*(ลองอ่านดูให้จบ)คุณจะเชื่อสื่อที่ถูกบ่งการมา เชื่อคนว่าร้าย ที่อยู่นอกวัดหรือจะเชื่อคนที่ไปวัด คนที่อยู่ในวัดพระธรรมกาย ที่ทุกวันต้องตื่นขึ้นมาสวดมนต์นั่งสมาธิตี4.30น.และเห็นหลวงพ่อเกือบทุกวัน

-ผมเข้าวัดมาปลายปี2531(28ปี) และมาอยู่ในวัดปี2535(24ปี) ถ้าหลวงพ่อผิดจริง หลอกลวงจริง ผมจะอยู่วัดนี้ทำไม ทนอยู่ทำไมให้คนเขาด่า เขาว่า ในเมื่อผมก็เรียนจบปริญญาตรีมา ผมก็หนีออกไปทำงานข้างนอกวัด ไม่ดีกว่าหรือ?

-แต่เพราะผมพบความจริงว่า หลวงพ่อมีแต่ความรัก ความปรารถนาดีแก่เด็กวัดทุกคน ท่านมีนโบายว่า ใครที่จบปริญาญาตรี โท เอก ถ้าจะมาอยู่ในวัด ต้องรักษาศีล8ทุกคน ประพฤติพรหมจรรย์ ตัดเรื่องกาม ซึ่งคนทั่วไปทำได้ยากมากๆๆๆ

-แต่ผู้ที่สั่งสมบุญมาดีแล้ว ทำได้ เพื่อให้ใจสงบ มีสติ เมื่อไม่กินอาหารหลังเที่ยง ตัวเบา ใจสบาย ตัดเรื่องกาม ไม่กังวลเรื่องอาหาร เวลานั่งสมาธิใจจะนุ่มนาล ทำงานก็มีประสิทธิภาพ ทุกคนมีศีล มีธรรม มีความสามัคคี ว่าอย่างไร ว่าตามกัน

-หลวงพ่อท่านเมตตาสูงมาก สร้างโรงครัว จัดข้าวปลาอาหารให้กินวันละ2มื้อ&ครบ5หมู่ ห้ามปรุงอาหารด้วยสารปรุงรส จะได้ไม่มีสารพิษเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง เอาร่างกาย เอากายมนุษย์ไปสร้างความดีให้มากที่สุด มีชีวิตอยู่นานที่สุด และทำความดีได้ทุกวัน

-แม้หลวงพ่อฉันอะไรไม่ค่อยได้ เพราะเป็นโรคเบาหวาน ต้องฉันข้าวต้มทุกวัน แต่คนมาอยู่วัด ต้องเต็มที่ อดไม่ได้ แต่ต้องกินให้หมด ห้ามกินเหลือ เพราะข้าวปลามาจากศรัทธาของญาติโยม รวมทั้งคนมาวัดเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านคน ก็เลี้ยงฟรีหมด

-ยามเราป่วยไข้ ท่านก็หาหมอ จัดยามาให้ จัดสวัสดิการด้านเสื้อผ้า เครื่องนุ่งหม ที่พักให้ไม่เคยขาด ที่สำคัญ เป็นหัวใจขององค์กรนี้คือ ทุกคนต้องนั่งสมาธิทุกวัน หลวงพ่อจะดีใจและมีความสุขมาก ถ้าเราเข้าถึงธรรม(จุดนี้ชาวโลก เข้าใจยาก เพราะไม่เคยนั่งสมาธิ ไม่เคยเชื่อว่า คนเรามีองค์พระอยู่ในตัว เมื่อใจหยุดเป็นสมาธิ)

-ที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ ถ้าพ่อแม่เราป่วยไข้ ถึงวันที่พ่อแม่ลาโลกไป หลวงพ่อและองค์กรนี้ จะอนุญาตให้ไปดูแลพ่อแม่เต็มที่ เต็มเวลา และให้สวัสดิการจัดงานศพเต็มที่ จัดให้สมเกียรติที่พ่อแม่ให้ลูกมาช่วยงานวัดสร้างบารมี

-และที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ และไม่เชื่อ (ถ้าไม่เชื่อ ฟังไว้บ้างก็ดี)คือว่า หลวงพ่อจะให้ทีมงานนั่งสมาธิทำวิชชา ไปช่วยพ่อแม่ที่ละโลกไปแล้ว ส่งดวงวิญญานขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นองค์กรเดียวในโลกที่ปิดอบาย เปิดสวรรค์ให้ตัวเราและพ่อแม่

-มีองค์กรไหนบ้าง?ในโลกที่ทำได้อย่างนี้ ให้สวัสดิการส่งถึงสวรรค์ นี่แหละ!เป็นเหตุผล ที่ผมศรัทธา&รักหลวงพ่อมากที่สุด จะไม่ไปไหนอีกแล้ว จะอยู่ช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนาที่วัดนี้ด้วยชีวิต เพราะหลวงพ่อมีแต่ความรัก ความบริสุทธิ์แก่ทุกคนในโลกที่เกิดมา แล้วตั้งใจ"ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี"
ครั้งที่22*มนุษย์เราไม่ใช่คู่ต่อสู้*หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย ท่านสอนเสมอว่า "คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของคนเราคือ พญามารและเวลาที่กลืนกินไปทุกวัน เราจะต้องไม่ประมาท เราต้องไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่มากระทบ หมั่นสั่งสมบุญทุกวัน เพราะมนุษย์เป็นเพียงหุ่นเชิดให้ทำตามอำนาจกิเลส ที่พญามารส่งมาสิงจิตใจมนุษย์ ให้มนุษย์ทะเลาะกัน เพราะพญามารกลัวมาก กับกายมนุษย์ที่นั่งสมาธิ ทำหยุดทำนิ่งได้ ตามที่วัดทำอยู่ และกลัวเราไปรู้ไปเห็นเรื่องของเขา และเรื่องกฏแห่งกรรม ที่เขาปิดปังอยู่&ปราบเขาได้"

-ด้วยเหตุนี้เราจึงรู้เท่าทันเขา เราไม่เคยว่าร้ายใคร ให้บาปได้ช่อง มีแต่เราปกป้องจากภัยร้ายจากมนุษย์ที่ไม่รู้เรื่องนี้ เราจึงต้องรีบเร่งสร้างบุญให้มากที่สุด ไม่สนใจเรื่องร้ายๆที่เข้ามา และยึดตามโอวาทหลวงปู่ที่ว่า"ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป" ถ้าจนท.รัฐ&สี่อรู้เยี่ยงนี้แล้ว จะกลับเนื้อ กลับตัว กลับใจ หันมาสร้างบุญ จะได้ไม่เพิ่มบาปใส่ตัวให้ทุกข์ทรมานยิ่งกว่านี้ ที่จะส่งผลในอนาคต เราก็ยินดี&สนับสนุนคนที่ตั้งใจทำดี เพราะมนุษย์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา
ครั้งที่21*ความในใจ จากคนในวัด*แม้ผมจะอยู่ในวัดมา24ปี เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับหลวงพ่อเรื่องงานไม่เกิน5ครั้งใน24ปี เพราะเวลาของท่านมีค่ามากๆในการทำละเอียด&การทำสมาธิเป็นทั้งหมดของชีวิตท่าน โดยหลวงพ่อสอนลูกศิษย์ทุกคนเสมอว่า ให้นั่งสมาธิทุกวัน

-เพราะกำลังใจทั้งปวง ความเข้าใจในเป้าหมายชีวิต  ความสุขใจไม่มีที่สิ้นสุด จะมาจากสมาธิล้วนๆ หลวงพ่อจึงบริสุทธิ์มาก จนคนทั่วไปไม่เข้าใจ&คาดไม่ถึง เมื่อก่อนหลังจาก หลวงพ่อเทศน์เสร็จ หรือรับถวายปัจจัยสร้างบุญเสร็จ ท่านไม่เคยดู ไม่ถามเลยเรื่องปัจจัยอะไรเท่าไร

-ปล่อยให้เป็นหน้าที่จนท.ฝ่ายการเงินดูแล เพราะท่านต้องรีบไปทำละเอียด ทำสมาธิ&รักษาตัวเอง และการทำสมาธิจะเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ เมื่อใจหยุด ใจนิ่งดีแล้ว ถ้าใจเราอยู่ฐานที่7ทำอะไรก็สำเร็จทุกอย่าง ยิ่งถ้าทำสมาธิเป็นทีม นั่งพร้อมกัน นั่ง24ชม. จะยิ่งมีพลังมหาศาล

-เหมือนสมัยที่หลวงปู่สด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ตั้ง"โรงงานทำวิชชา"นั่งสมาธิ24ชม.จะช่วยแก้จน แก้โรคต่างๆ(ถ้าวิบากกรรมไม่แรง) แก้ภัยพิบัติ แก้ภัยธรรมชาติ แม้แต่ภัยจากสงครามโลกครั้งที่2ก็ยังแก้ให้ประเทศชาติได้ ตามที่มีบันทึกในหนังสือที่มีคนเห็นแม่ชีเหาะขึ้นไปปัดลูกระเบิด จนประเทศเรารอดปลอดภัยจากระเบิดปรมาณู ซึ่งถ้ามันลง จะทำให้ประเทศเราราบเป็นหน้ากลอง
ครั้งที่20*คนเราเกิดมา ชีวิตไม่แน่นอน*บางคนตายในวัยเด็ก,บางคนตายในวัยรุ่น,บางคนตายในวัยกลางคน,บางคนตายในวัยชรา ถ้าอายุยืนก็ไม่เกิน100ปี แล้วคุณไม่คิดจะทำดี เติมบุญให้กับตัวเองบ้างหรือ?หรือคุณจะทำแต่บาปให้ทุกข์ทรมาน ซึ่งก็มีเคล็ดลับ3อย่างง่ายๆคือ1.ทำทาน ทำให้รวย 2.รักษาศีล ทำให้หล่อ&สวย 3.นั่งสมาธิ ทำให้ฉลาดมีปัญญา ซึ่งคนเราเมื่อตายแล้ว เอาไปได้แค่2อย่างคือ "บุญกับบาป"และวัดพระธรรมกาย ได้สอนคนเรื่องนี้มา46ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดปี2513จนถึงปัจจุบันครับ
ครั้งที่19*สังคมเปลี่ยนไปในปัจจุบันนี้*มีแต่เรื่องร้อนๆทั้งร้อนกาย(อากาศร้อน)&ร้อนใจ(ปัญหารุมเร้า)และเรื่องรีบเร่งทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ไปทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง&ครอบครัว คนรวยก็สบาย คนจนก็ลำบาก ยิ่งไม่มีธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ จะยิ่งว้าเหว่า เหงา หงุดหงิด เมื่อประสบทุกข์

-ชีวิตๆผ่านไปอย่างไร้ค่า ถ้าไม่ได้สร้างบุญอะไรไว้เลย ยิ่งเมื่ออายุมาก เข้าสู่วัยชรา หรือว่าป่วยไข้ แล้วความตายเข้ามาเยือน มันน่ากลัวมากๆเพราะไม่มีใครช่วยเราได้เลย ถ้าไม่มีบุญ ไม่มีความดีให้นึกถึง ลูกหลานที่ห้อมล้อมอยู่รอบตัว ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าไม่รู้หลักวิชชาให้นึกถึงบุญ

-แต่หลวงพ่อ&วัดพระธรรมกาย สอนแต่เรื่องนี้ ให้เราไม่ประมาท ให้หมั่นทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ สั่งสมบุญกิริยาวัตถุ10ประการ ที่เป็นทางมาแห่งบุญ ให้ลูกศิษย์เตรียมตัวพร้อมเสมอ เมื่อความตายมาเยือน ทำให้เราไม่กลัวตาย เพราะรู้ว่า เราต้องไปสู่ภพภูมิที่ดี มีความสุขมากกว่าในโลกมนุษย์หลายพันเท่า

-แล้วคุณล่ะ?เตรียมตัวพร้อมหรือยัง?เมื่อความตายมาเยือน และขอเตือนว่า ถ้าชีวิตนี้ เคยทำแต่สิ่งไม่ดี ทำแต่บาป เช่น ว่าร้ายพระ สร้างข่าวเท็จ ลงสื่อโจมตีวัด ว่าพระผู้ปฏิบัติธรรม(ไม่ว่าพระว่าพระ หรือโยมว่าพระ) น่ากลัวมากๆ ถ้ากรรมหนัก จะถูกดูดวูบไปมหานรกขุมต่างๆทันที ถ้ากรรมไม่แรงมาก จะมียมฑูตตัวดำ นุ่งหยักรั้งสีแดง ถือหอกมารับ ลากตัวไปพิจารณาโทษที่ยมโลก นึกแล้วใจหาย&เสียวสันหลังครับ
ครั้งที่18*คิดง่ายๆตามหลักความจริง*ไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้ง หลวงพ่อ&วัดพระธรรมกาย ทำความเดือดร้อนให้ใครไม่?คนทำบุญ เขาไม่มีปัญหา มาด้วยศรัทธา แต่คนที่มีปัญหา คือ คนที่ไม่ทำบุญ ไม่ศรัทธา อิจฉาริษยา หรือเชื่อตามสื่อ ว่าตามกระแส ถ้าเชื่อแล้ว ไม่เป็นบาป กลับเป็นบุญ เชื่อไปเถอะ

-แต่นี่เชื่อแล้ว ว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสีอีก กับพระกับวัดที่มีคนศรัทธาทั่วประเทศทั่วโลก ถ้าใครมาว่าร้ายทำลายสิ่งที่คุณศรัทธา คุณจะรู้สึกอะไรไม่? เพราะวัดนี้ มีแต่ทำสิ่งดีๆสิ่งที่เป็นมงคล เป็นบุญกุศลให้คนเห็น จะได้เป็นบุญตา&บุญตัว แล้วเกิดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เติมบุญให้จังหวัดให้ประเทศพ้นภัยต่างๆ

-เช่น จัดตักบาตรพระ2ล้านรูป77จังหวัดทั่วไทย จัดธรรมยาตราพระกว่าพัน ถ้าอ้างว่ารถติด รถก็ติดอยู่ทุกวัน ติดแล้วหงุดหงิด ไม่ได้บุญ แต่วัดจัดปีละหน นานๆรถติดที ติดแล้วเกิดกุศล เกิดบุญกับคนที่พบเห็น จากอารมณ์ร้อนกลับเย็น ที่ได้เห็นพระมาโปรด มันคุ้มไม่?

-รวมทั้งจัดสอบทางก้าวหน้า จากหนังสือมงคลชีวิต38ประการหลายสิบล้าน จัดกิจกรรมเด็กดีV-Starเป็นล้าน เหมือนฉีดวัคซีนป้องกันให้เด็กไม่ทำชั่ว ให้เยาวชนไม่ติดเกมส์ ไม่ติดยาเสพติด หันมาช่วยงานบ้าน เชื่อฟังและกราบเท้าพ่อแม่ มีพ่อแม่ที่ไหนบ้าง?ไม่ชอบให้ลูกทำความดีแบบนี้ครับ
ครั้งที่17 *อดเปรี้ยวไว้กินหวาน*ถ้าเราอดทนต่อการไม่ทำความชั่ว แล้วหันมาทำแต่ความดี หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เหมือนที่วัดพระธรรมกายสอนอยู่ทุกวัน เมื่อละโลกไปแล้ว เราจะไปอย่างผู้มีชัยชนะ จะมีแต่ความสุขหอมหวานอันยาวนานบนสวรรค์ ซึ่งมีอยู่6ชั้นคือ

-ชั้น1/จาตุมมหาราชิกา =9 ล้านปีมนุษย์
-ชั้น2/ดาวดึงส์              =36 ล้านปีมนุษย์
-ชั้น3/ยามา                  =144 ล้านปีมนุษย์
-ชั้น4/ดุสิต                    =576 ล้านปีมนุษย์
-ชั้น5/นิมมานรดี           =2,304 ล้านปีมนุษย์
-ชั้น6/ปรนิมมิตวสวัตตี = 9,216 ล้านปีมนุษย์

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่16*บาปแม้เพียงเล็กน้อยอย่าคิดทำ* เช่น ผิดศีลทุกข้อ ยุ่งเกี่ยวอบายมุข  เล่นการพนัน ชอบว่าร้ายพระ โจมตีวัด ลงข่าวเท็จให้คนเข้าใจผิด เกลียดวัด เกลียดพระ  เมื่อละโลกไปแล้ว ต้องไปอบายภูมิ แสนทุกข์ทรมานอยู่ยาวนาน มีอยู่8-9ขุมคือ

-ขุม1/สัญชีพนรก           =4,500 ล้านปีมนุษย์
-ขุม2/กาฬปุตตะนรก     =36,000 ล้านปีมนุษย์
-ขุม3/สังฆาฏนรก          =290,000 ล้านปีมนุษย์
-ขุม4/โรรุวนรก              =936,000 ล้านปีมนุษย์
-ขุม5/มหาโรรุวนรก       =73,728,000 ล้านปีมนุษย์
-ขุม6/ตาปะมหานรก      =2,947,392,000 ล้านปีมนุษย์
-ขุม7/มหาตาปะนรก      =1/2 กัปนับไม่ได้
-ขุม8/อเวจีมหานรก       =1 กัป นับไม่ได้
-ขุมพิเศษ/โลกันตนรก  =ไม่มีอายุ

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

 ครั้งที่15*วิ่งแข่งกับเวลา*การสั่งสมบุญ เพื่อแข่งกับเวลาที่หมดไป เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เป็นเครื่องบ่งบอกว่า เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต สิ่งที่เราไม่ควรประมาทคือ อย่าคิดว่า เราไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ต้องหมั่นเตือนตนเองว่า เราจะต้องรีบสั่งสมบุญ ในขณะที่ร่างกายกำลังแข็งแรงอยู่นี่แหละ ไม่ประมาทในการทำงาน การงานทุกอย่าง ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ให้คั่งค้าง และก็ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
ครั้งที่14*ต้นไม้ปราศจากราก*ความประมาท เป็นอันตรายอย่างยิ่งในชีวิต ผู้รู้จึงกล่าวไว้ว่า ชีวิตของผู้ประมาทแล้ว เหมือนคนที่ตายไปแล้ว คือตายจากคุณธรรมความดีทั้งหลาย เป็นชีวิตที่หาความเจริญรุ่งเรืองไม่ได้ เหมือนต้นไม้ที่ปราศจากราก นับวันมีแต่จะเหี่ยวเฉาและตายลงในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้ง13*หลงมัวเมาในชีวิต*มนุษย์ส่วนใหญ่ ยังมีความประมาทมัวเมาในชีวิต ประมาทในเวลา ใช้ชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้สาระ เห็นชีวิตเพียงไม่กี่สิบปีบนโลกมนุษย์ ราวกับมีอายุเป็นหมื่นๆปี อันที่จริงแล้วเฉลี่ยแค่75ปี บนโลกมนุษย์นี้มันสั้นนิดเดียว ถ้าเราเปรียบเทียบกับอายุ ของชาวสวรรค์ หรือสัตว์นรกขุมต่างๆ จะรู้ว่า สั้นจนน่าตกใจ แต่เพราะคนส่วนใหญ่ยังประมาท หลงมัวเมาในชีวิต ไม่คิดที่จะหาหนทางพ้นทุกข์กันจริงๆจังๆ จึงมองไม่เห็นคุณค่าของเวลา เที่ยวเตร่หาความสนุกสนาน เพลิดเพลินไปวันๆ ไม่ได้พัฒนาจิตใจและคุณธรรมให้สูงขึ้นมา การตามใจตนเอง ตามใจกิเลสเป็นประจำ จะทำให้เราก้าวไปสู่ความเสื่อม หาความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตไม่ได้
ครั้งที่12*ผู้กำกับการแสดงเรื่องประมาท*พระพุทธเจ้าตรัสว่า"บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง เขาย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง กระจ่างดังพระจ้นทร์เฉิดฉายในนภากาศ" ผู้ไม่ประมาท คือผู้มีสติคอยกำกับรู้ตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด พูด หรือทำสิ่งใดๆ ก็ไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี ตระหนักถึงคุณค่าของตนเองว่า ได้อัตภาพเป็นมนุษย์แล้ว จะต้องรีบเร่งสั่งสมบุญบารมีได้เต็มที่ ความประมาทเป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่11*สะใจตอนนี้ แต่เจ็บปวดตลอดไป*ทำบาปกรรม แม้จะเป็นเพียงการล้อเล่นสนุกสนาน หรือเพื่อความสะใจ มันจะไม่คุ้มกับการที่จะต้องมาชดใช้กรรม อย่างมากมายมหาศาล ต้องไปเกิดเป็นเปรต สัตว์นรก ได้รับทุกข์ทรมาน ตลอดเวลายาวนานเป็นแสนเป็นล้านปี กรรมทุกอย่างที่เราทำ แม้เป็นกรรมเพียงเล็กน้อย ที่จะไม่ให้ผล เป็นไม่มี แล้วผลกรรม ยังติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ
ครั้งที่10*ทุกคนหนีไม่พ้นความตาย*สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ความตายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่ก็ไม่สามารถลี้หนีจากปากพญามัจจุราชไปได้ ผู้มีปัญญามองเห็นว่า ความตาย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นเพียงการย้ายตำแหน่งที่อยู่อาศัย ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ถ้ามีบุญมาก ก็ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ แล้วกลับมาเกิด เพื่อสร้างบารมีในโลกมนุษย์ต่อไปอีก ส่วนผู้มีทำบาปอกุศลไว้มาก ก็ตกไปในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อน ทุกข์ทรมานแสนสาหัสในมหานรก ผู้รู้ทั้งหลาย ท่านแนะนำว่า หากไม่อยากตาย ก็ต้องไม่เกิด แล้ววิธีการที่จะไม่เกิดอีก จะต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง เข้ากลางของกลาง ซึงเป็นหนทางเดียว ที่จะทำให้พบทางพ้นทุกข์ เข้าถึงความสุขที่แท้จริง
ครั้งที่9*ระวัง!คนอันตราย*คนพาลเมื่อมีความรู้ ก็เป็นความรู้ที่อาบยาพิษ เป็นอันตราย ทั้งแก่ตนเองและคนรอบข้าง ดังนั้น ความรู้ ความสามารถ ต้องคู่กับคุณธรรมความดีที่เกิดขึ้นในใจ จึงจะช่วยไม่ให้ชีวิตตกต่ำ และเจริญรุ่งเรืองทั้งโลกนี้และโลกหน้า ความรู้ความสามารถ ศิลปวิทยาที่ศึกษามาดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ โดยเฉพาะ การศึกษาศิลปะแห่งการหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นศาสตร์ที่จะนำเราไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ เป็นความรู้ที่น่าศึกษามาก

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่8*ศิลปะมีคุณอนันต์&มีโทษมหันต์*ศิลปะคือความแตกฉานในความรู้ต่างๆ ศิลปะนี้มีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์เช่นกัน สามารถพลิกผันชีวิตของผู้นั้นได้ ถ้ามีศิลปะควบคู่กับจิตใจที่ดีงาม มีความรู้คู่คุณธรรม ก็จะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้มากมาย แต่ถ้าเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นกับคนพาล ก็มีแต่จะนำความพินาศย่อยยับมาให้ทั้งแก่ตัวเอง และคนส่วนใหญ่ ธรรมดาของคนพาล มักจะแสวงหาความรู้ เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด ท้ายที่สุดการกระทำของตนเองนั้น จะเป็นเหตุให้ตนต้องประสบกับความทุกข์ในปัจจุบันชาติ และยังต้องเสวยผลกรรมในเวลาที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว ดังนั้นศิลปะของคนพาล จึงเป็นเหมือนศิลปะอาบยาพิษ
ครั้่งที่7*ห่างไกลไปให้พ้น*บาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อย พยายามห่างไกลให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่า ทำดี ย่อมได้รับผลดี มีผลเป็นความสุข ทำชั่วก็ย่อมได้รับผลชั่ว มีแต่ความทุกข์ทรมาน เวลาในโลกมนุษย์สั้นนิดเดียว แต่ชีวิตหลังความตายนั้นยาวนานมาก ไม่ว่าจะไปเสวยสุขในโลกสวรรค์ หรือทนทุกข์ทรมานอยู่ในอบายภูมิ ล้วนยาวนานเป็นกัปๆ

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่6 *โลกนี้มีOptionให้เลือก*การกระทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ล้วนให้ผลทั้งสิ้น และตัวเราเองที่จะเป็นผู้ได้รับผลนั้น เราจะทำสิ่งใด ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา โลกนี้มีหลายเส้นทางให้เราเลือกเดิน ให้ถามตนเองดูว่า จะเลือกทางไหน บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย ท่านเลือกทางแห่งความดี ที่นำพาชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย
 ครั้งที่5*Speedให้ทันโลก*ปัจจุบันสภาพแวดล้อมและสังคม ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากยุคเกษตรกรรม มาสู่ยุคอุตสาหกรรม และก้าวไปสู่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน ที่ทุกคนจะต้องก้าวให้ทันโลก จึงทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยในเรื่องของการพัฒนาจิตใจ เพราะมัวแต่ไปพัฒนาวัตถุ ตราบใดที่ต้องวิ่งให้ทันโลก ต้องแสวงหากันร่ำไป ซึ่งการดิ้นรนขวนขวาย เพื่อความอยู่รอดนั้น บางครั้งก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ที่เรียกว่า สัมมาอาชีพ ทรัพย์สินเงินทอง ยศตำแหน่งที่ได้มา จึงเป็นของร้อน ที่ทำให้ต้องประสบทุกข์อยู่ร่ำไป

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่4*ผู้พิพาษาชีวิต*กฎแห่งกรรม เป็นกฎสากล เสมือนผู้พิพากษาชีวิตที่เที่ยงตรงที่สุด ใครก็ไม่สามารถหลีกหนีการตัดสินความ แห่งการกระทำของตนได้ ไม่ว่าจะเป็นความชั่วร้ายที่ทำเอาไว้ หรือกระทั่งความดีที่ได้สั่งสมมา แม้วันนี้ ยังไม่ให้ผล แต่วันหน้า ต้องบังเกิดผลอย่างแน่นอน
ครั้งที่3*Law of Karma*กฎแห่งกรรม เป็นกฎสากล คือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าทำดี ก็มีความสุขเป็นอานิสงส์ ทำไม่ดี ก็ส่งผลให้ได้รับความทุกข์ทรมาน ทั้งในขณะที่มีชีวิตอยู่และละโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกระทำใดๆ ที่ไม่ให้ผลนั้น ย่อมไม่มี เหมือนปลูกถั่ว ก็ต้องได้ถั่ว ปลูกงา ก็ต้องได้งา ปลูกถั่ว จะได้งา เป็นไปไม่ได้

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่2*สุขทุกข์ตั้งแต่ต้น จนถึงอวสาน*โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งบุญและบาป บัณฑิตผู้มีปัญญา เกิดมารู้คุณค่าของชีวิต จึงมุ่งแต่สั่งสมบุญ สั่งสมความดี เพื่อจะได้เป็นเสบียงในการเดินทางไกลข้ามวัฏสงสาร ส่วนผู้ที่ไม่รู้คุณค่าของชีวิต ก็ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แล้วยังก่อบาปอกุศล ซึ่งดูเหมือนว่า จะมีความสุขในเบื้องต้น แต่จริงๆแล้ว เป็นความทุกข์ ตั้งแต่ต้น จนถึงอวสาน นักสร้างบารมีผู้ไม่ประมาท จึงสั่งสมแต่บุญบารมีอย่างเดียว แล้วเว้นจากบาปอกุศลทั้งปวง

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่1 *อย่าทำ!เพราะความสนุก*นักสร้างบารมีเรา อย่าได้พลั้งพลาด ไปทำบาปอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย อย่าทำเพราะเห็นแก่ความสนุกสนาน ให้หมั่นควบคุมกาย วาจา ใจของเราให้ดี อย่าให้ไปกระทบกระทั่งกับใคร เราเกิดมาเพื่อสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีเท่านั้น ชาตินี้ จึงควรเก็บเกี่ยวบุญกุศลให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบุญที่เกิดจากการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจ ทำกันให้เต็มที่ จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม ที่นึกถึงคราใด ก็มีปีติสุขเป็นรางวัล