วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่160😀*ประสบความสำเร็จในชีวิต* คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องรู้จักฉลาดในการแสวงหาบุญ ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย โดยไม่ทำอะไร มีแต่มองว่า บุญทุกบุญนั้น เป็นบุญใหญ่และเป็นบุญที่จะอำนวยความสุข และความสำเร็จในชีวิตตลอดไป เมื่อลงมือทำบุญแล้ว 

😀ต้องทำให้ดีที่สุด ประณีตที่สุด ให้ละเอียดประณีต ทั้งของที่ทำถวาย และน้อมถวายด้วยใจที่ละอียดประณีต ทั้งก่อนถวาย ขณะถวาย และหลังจากถวายมหาทานไปแล้ว ให้มีใจร่าเริงเบิกบาน ไม่คิดเสียดาย ประโยชน์ใหญ่ผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ จึงบังเกิดขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่159😀*เป็นที่รักของเทวดา&มนุษย์*การทำความดีทุกอย่าง ถึงแม้จะไม่มีผู้ใดมารับรู้ แต่อย่างน้อย ก็มีตัวเราเองที่รู้และภาคภูมิใจ ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่เรามองไม่เห็น ก็ย่อมรับรู้ และคอยอนุโมทนาบุญกับเราตลอดเวลา ฉะนั้นสมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องหมั่นทำความดี 

😀หมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาให้มาก โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา ต้องทำให้ได้ในทุกอิริยาบถ ทำให้ได้ทุกๆวันตลอดเวลา จนเราสามารถเข้าถึงพระภายในตัวได้ เราย่อมจะสมหวัง และเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย (จากธรรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่158😀*บุญอัศจรรย์สรรเสริญพระ*อานิสงส์แห่งการกล่าวสรรเสริฐพระรัตนตรัยนี้ น่าอัศจรรย์ทีเดียว เป็นมหานิสงส์อันยิ่งใหญ่ไพศาล จะนับจะประมาณมิได้ สิ่งที่เราทำกับเนื้อนาบุญอันเลิศ มีคุณค่าเอนกอนันต์ ไปชั่วกัปชั่วกัลป์ การสร้างบุญแม้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย 

😀แต่อานิสงส์ที่ได้ ไม่เล็กน้อยเลย การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา และถูกเนื้อนาบุญ จึงเป็นสิ่งที่เราต้องตระหนัก และไม่ควรดูเบาอย่างเด็ดขาด หมั่นนึก หมั่นย้ำ หมั่นทำกันอย่างสม่ำเสมอ เราจะได้มีอานิสงส์ใหญ่ ติดตัวไปทุกภพทุกชาติกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

ครั้งที่157😀*บุญง่ายๆทำได้ทุกคน*บุญทุกบุญ ที่ทำผ่านมาในชีวิตของเรามีอยู่มากมาย แต่บุญที่คนมักจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือ การสวดมนต์ไหว้พระ ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งของชาวไทย ทุกหลังคาเรือน แทบจะไม่เคยขาดการสวดมนต์ไหว้พระ ชาวพุทธมักจะทำกันอย่างสม่ำเสมอ 

😀การสวดมนต์ไหว้พระ บูชาพระรัตนตรัย เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไร เพียงแต่เตรียมใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส และยิ่งถ้าทำถูกเนื้อนาบุญแล้ว มหานิสงส์ที่ไม่มีประมาณก็จะบังเกิดขึ้น เป็นบุญใหญ่ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่156😀*ความสว่างที่ไหน?ดีที่สุด*ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตที่เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิด จนกระทั่งหลับตาลาโลก ทุกๆชีวิต ล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เหมือนกับโลกนี้ ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่างได้

😀เพราะมีแสงสว่าง จากดวงจันทร์ ดวงดาว และดวงอาทิตย์ หรือแสงไฟที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมา ในความเป็นจริงของชีวิต โลกภายในของเรา ก็มีแสงแห่งธรรม ที่เป็นความสว่างอยู่กลางกาย เป็นแสงที่สว่างกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความสว่างด้วยแสงธรรมนี้ จะทำให้ชีวิตของเรา หลุดพ้นจากความทุกข์ที่เป็นพื้นฐานของชีวิตได้ กระทั่งได้พบกับความสุขที่แท้จริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่155😀*สงบสุขดีกว่าหลงระเริง*คนเราทุกคนล้วนต้องการความสงบสุข และต้องการพบที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง จึงพากันแสวงหาที่พึ่ง แต่ก็ยังไม่พบ เพราะชีวิตส่วนใหญ่ ยังมัวหลงระเริงอยู่กับโลกภายนอก แต่ผู้มีปัญญาจะแสวงหาเข้าไปสู่ชีวิตภายใน นั่นคือ พระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ปราศจากมลทิน 

😀คือ กิเลสอาสวะทั้งหลาย เมื่อเขาอยากรู้เรื่องราวของชีวิต ก็รู้ได้หมด เช่น อยากรู้ว่าตนเกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต การที่คนเราจะรู้สิ่งเหล่านี้ได้นั้น ต้องเป็นผู้มีจิตที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสูงส่ง มีจิตที่ปราศจากนิวรณ์ ปราศจากมลทินของใจ มีความสะอาดบริสุทธิ์ของจิตเป็นอย่างยิ่ง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่154😀*อามิสบูชา&ปฏิบัติบูชา*พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสแบ่งการบูชาไว้ 2 ประการ ได้แก่ อามิสบูชา คือการบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ มีดอกไม้ธูปเทียน อาหาร สถานที่ เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น และการปฏิบัติบูชา คือ การประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของท่านผู้มีคุณธรรม 

😀เพื่อขัดเกลาตนให้มีคุณธรรม ให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ เช่นเดียวกับท่าน ในการบูชาทั้งสองอย่างนี้ พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชาว่าดีที่สุด โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา ขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่153😀*ทำดีพบสุข ทำชั่วพบทุกข์*นับจากก้าวแรกของชีวิต ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ จนถึงปัจจุบัน หากเราย้อนความทรงจำไปในอดีต เราจะพบทั้งสิ่งที่ดี และไม่ดี ที่ทำผ่านมา ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ก็ทำให้จิตใจเบิกบานสดชื่น หรือเราอาจจะรู้สึกหงุดหงิด กับการกระทำที่ไม่ดีของเราเอง 

😀ดังนั้น ถ้าพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หากพบว่าสิ่งใดเป็นบาปอกุศล ก็ให้ตัดทิ้งไป คงไว้แต่ความดี นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราจะสร้างแต่ความดี เพื่อพบสุขในบั้นปลาย ดีกว่าตามรอยกิเลส แล้วเสวยทุกข์ในวันหน้า ขอให้เราอดทน ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความดี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่152😀*เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชั่วเป็นดี*การสำคัญผิด คือ เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชั่วเป็นดี ที่เรียกว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัวนั้น หากไม่ได้ยอดกัลยาณมิตรคอยชี้ทางสว่างให้ ชีวิตในสังสารวัฏย่อมพบแต่ความมืดมนอนธการ 

😀นับเป็นอันตรายมากๆ พวกเราไม่ควรประมาท ตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส ทุกคนมีโอกาสที่จะถูกกิเลสบังคับให้ทำผิดพลาดได้ดังนั้น หากไม่อยากเป็นผู้หลงผิด จงปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงความสุขภายใน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่151😀*ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ*การฝึกใจให้สะอาดบริสุทธิ์เสมอ เป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ 

😃ถ้าใจผ่องใส ความคิด คำพูดและการกระทำ ย่อมดีตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีทุกอย่าง ต้องเริ่มปรับทัศนคติที่ใจก่อน ถ้าสภาพใจพร้อม แม้อุปสรรคจะยิ่งใหญ่สูงเทียมฟ้า ก็ไม่สูงเกินกว่าใจ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่150😀*เกิดมาอย่างมีคุณค่า*การสร้างบารมี เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติทั้งหลาย จะต้องบำเพ็ญกันทุกๆวัน โดยไม่มีวันว่างเว้นจากการสร้างบารมี10ทัศ ตั้งแต่ 1.ทานบารมี 2.ศีลบารมี 3.เนกขัมมบารมี 4.ปัญญาบารมี 5.วิริยะบารมี 6.ขันติบารมี 7.สัจจะบารมี 8.อธิษฐานบารมี 9.เมตตาบารมี 10.อุเบกขาบารมี เพราะเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ 

😀จึงมีโอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างบารมี และยิ่งเป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล เข้าใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ ยิ่งต้องสร้างความดีอย่างไม่หยุดยั้ง การเกิดมาเช่นนี้ ได้ชื่อว่า เกิดมาอย่างมีคุณค่า และใช้ชีวิตได้คุ้มค่า สิ่งที่เราควรจะทำควบคู่ไปกับภารกิจประจำวัน คือ การหมั่นทำใจหยุดใจนิ่ง หมั่นฝึกหมั่นทำ อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว (จากธรรมเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่149😀*แทงตลอดในทุกสิ่ง*การจะแก้ไขบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ให้กลับมาเป็นสัมมาทิฏฐินั้น(เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เรื่องกฏแห่งกรรม เรื่องโลกนี้โลกหน้า)ไม่ใช่ของง่าย บุคคลที่ใจถูกสนิม คือ กิเลสเกาะจนติดแน่นแล้ว เมื่อจะเคาะสนิมออก จำเป็นจะต้องใช้เวลา และต้องมียอดกัลยาณมิตร ผู้มีบุญมาแนะนำ 

😀พูดง่ายๆ คือ ต้องมีคู่ทรมาน จึงจะยอมกันได้ ไม่เช่นนั้น ก็ยากเหมือนกัน แต่ดีที่สุด เรายอมเชื่อภูมิปัญญาของผู้รู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันดีกว่า เพราะท่านรู้แจ้ง เห็นแจ้ง แทงตลอดหมดในทุกสิ่ง เชื่อท่านแล้ว ทำตามท่าน ชีวิตจะได้ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองกันทุกคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่148😀*ความลับหลังความตาย*ชีวิตหลังความตาย ยังเป็นความลับอยู่ ความไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน? เสมือนกับคนตาบอดปีนต้นไม้ บังเอิญพลาดพลั้ง ตกจากยอดไม้ ขณะที่ร่วงหล่นลงมา ก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่รู้ว่าจะตกไปกระทบกับสิ่งใดบ้าง คนส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดมาแล้ว ย่อมชื่อว่า พลัดตกไปสู่ความตายทันที 

😀วันเดือนปีที่ผ่านไป ได้กลืนกินชีวิต นำพาความตายใกล้เข้ามาทุกขณะ จะเหลียวหาคนช่วยให้พ้นจากความตายนั้น ก็ไม่มี เพราะทุกคน ล้วนต้องตายหมด เราจำเป็นต้องยอมรับความจริงนี้ และต้องเตรียมตัวตายอย่างถูกวิธี ด้วยการสั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ อีกทั้งต้องปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งในโลกนี้และในปรโลก (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่147😀*Law of Kamma*กฎแห่งกรรม เป็นกฎสากลของโลก ที่มีมาก่อนกฎหมายใดๆทั้งสิ้น เพราะเป็นกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครบัญญัติขึ้นมา แต่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของแต่ละคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาหรือความเชื่ออะไร?ทั่วมุมโลก ถ้าทำดีย่อมจะได้รับอานิสงส์แห่งความดี ทำความชั่ว ย่อมมีวิบากอันทุกข์ทรมานเป็นผล คนทำกรรมดี เมื่อละโลกไปแล้ว บุญย่อมจะส่งผลให้ไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ 

😀แม้เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จะบริบูรณ์ด้วย มนุษย์สมบัติ มีทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะอำนาจแห่งมหาทานบารมีส่งผล หรือเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ก็ด้วยอำนาจแห่งศีล ที่รักษาไว้ดีแล้ว หรือมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รู้แจ้งแทงตลอดในศาสตร์ทั้งปวง ก็ด้วยอำนาจแห่งสมาธิที่ได้ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทำสมาธิภาวนามาข้ามภพข้ามชาตินั่นเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่146😀*บุญในชาติปางก่อน*การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องอาศัยบุญบารมีที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน จึงได้อัตภาพที่สมบูรณ์ มีอวัยวะครบถ้วน 32 ประการ เหมาะแก่การงานทั้งปวง เมื่อเราได้ร่างกายที่สมบูรณ์ดีนี้มาแล้ว เราควรจะนำมาใช้สร้างบุญ สร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ไม่ควรนำไปใช้ผิดทาง ผิดวัตถุประสงค์ หรือประมาทเลินเล่อ 

😀ควรหมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งเป็นทางมาแห่งบุญ ที่จะทำให้เรา เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ในทุกภพทุกชาติ หากเป็นเช่นนี้ ชีวิตของเราที่เกิดมาในภพชาตินี้ ย่อมมีคุณค่าไม่เปล่าประโยชน์ จะเป็นชีวิตที่มีแก่นสารอย่างแท้จริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่145😀*ความรู้ 2 in 1*ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ 2 ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก และการศึกษาวิชชาความรู้ทางธรรม การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก มีเป้าหมาย เพื่อให้เรารู้จักวิธีแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราได้รับความสุขและความสำเร็จในชีวิต

😀การศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งสติ แหล่งแห่งปัญญาที่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตจิตใจของเราสะอาดบริสุทธิ์สูงส่งยิ่งๆขึ้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่144😀*เหมือนคนติดกับดัก*ในกามภพที่เราอยู่นี้ ทุกชีวิตถูกเบญจกามคุณทั้งหลายครอบงำ จึงไม่ค่อยได้พิจารณาถึงทุกข์โทษของกาม ซึ่งผู้รู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า เป็นภัยนำทุกข์มาให้ เป็นเหมือนโรคร้ายที่คอยรังควาน เป็นเหมือนหัวฝี ที่เจ็บปวดแสนทรมาน 

😀ทำให้ผู้ตกอยู่ในอำนาจ ต้องเข้าไปข้องเหมือนคนติดกับดัก และเป็นเหมือนเปือกตมที่ไม่สะอาด ถ้าใครมีสติ หมั่นพิจารณาโทษของกาม จะเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด แล้วจะมุ่งแสวงหาทางหลุดพ้นตามพุทธวิธี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่143😀*ไม่มีใครต้านทาน&ป้องกันได้*วันเวลาที่ผ่านไป ได้บั่นทอนสังขารร่างกายของเราให้เสื่อมตามไปด้วย แม้กระทั่งความแข็งแรง ความกระปรี้กระเปร่า ความสดชื่น ทั้งยังนำความแก่ ความชรามาให้แทน สุดท้ายยังนำเราไปสู่จุดเสื่อมสลายคือ ความตาย 

😀กาลเวลา ได้กลืนกินชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครต้านทานได้ ไม่มีใครป้องกันได้ ต่างถูกมรณภัยคุกคาม เวลาของชีวิตเราเหลือน้อยเต็มที เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นาน ควรรีบสั่งสมบุญ ทำที่พึ่งที่ระลึกให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยลงมือปฏิบัติให้เข้าถึงพระภายในตัวเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่142😀*ชีวิตจะหมองมัวตกต่ำ* การเลือกคบคนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากเราคบคนดี ชีวิตของเราก็จะดี มีความเจริญรุ่งเรือง อุปนิสัยที่ดีจะเกิดขึ้น เพราะคนดีหรือบัณฑิต จะคอยแนะนำสิ่งที่ถูกต้องดีงามเสมอ แต่ถ้าเราหลงไปคบกับคนพาลคนชั่ว ชีวิตจะหมองมัวตกต่ำ พบแต่ความเดือดร้อนทุกข์ยากลำบาก 

😀บางครั้ง อาจทำให้เราต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เพราะคนพาล จะแนะนำแต่สิ่งที่ผิดศีล ผิดธรรม เพียงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเพียงฝ่ายเดียว โบราณจึงกล่าวเตือนไว้ว่า "คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล" (จากธรรมเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่141😀*คนทั้งโลกเกิดมาต้องเจอ*ชีวิตบนโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นความไม่แน่นอน บางครั้งจึงสมหวัง บางครั้งจึงผิดหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกที่เราเรียกว่า "โลกธรรม8" คือ 1.มีลาภ 2.เสื่อมลาภ 3.มียศ 4.เสื่อมยศ 5.มีสรรเสริญ 6.มีนินทา 7.มีสุข 8.มีทุกข์ 

😀อันเป็นธรรมประจำโลก ยิ่งในสภาวะปัจจุบันนี้ สังคมและเศรษฐกิจมีความผันแปรสูง อย่าได้หวั่นไหวกัน ให้ตั้งใจทำความดีต่อไป ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีเอง เพราะฉะนั้น ให้หมั่นสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีกันทุกๆคน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่140😀*เจอกันครั้งเดียวก็เกินพอ*การคบหาบัณฑิต ซึ่งแม้เจอกันเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ชีวิตสว่างไสว พบกับความสุขความเจริญรุ่งเรืองได้ แต่การคบคนพาล แม้ครั้งเดียวก็เสียหายแล้ว ยิ่งสมาคมกันหลายครั้งๆ ยิ่งเสียหายลุกลามใหญ่โตหนักขึ้น ไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีสาระอะไร นำแต่ทุกข์แต่โทษใหญ่โตหนักขึ้น ไม่ได้ประโยชน์ 

😀ไม่มีสาระอะไร นำแต่ทุกข์แต่โทษมาให้ ผู้รู้จึงกล่าวว่า ใครคบคนเช่นไร จักเป็นคนเช่นนั้นแหละ คนฉลาดจึงควรคบหากับบัณฑิต มีบัณฑิตเป็นกัลยาณมิตร และให้หมั่นทำความสนิทสนมกับคนดีมีคุณธรรมให้มากๆ เพราะจะเป็นเหตุให้เราพบแต่สิ่งที่ดีงาม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่139😀*เกิดขึ้นอีกร่ำไป ไม่รู้จักจบสิ้น*ความปรารถนาดีไม่มีในหมู่คนพาล จะไปหาความจริงใจ จากคนพาลนั้นไม่ได้เลย ไม่ว่าเราจะใช้เหตุผลอย่างไร ความจริงทั้งหลายกลับถูกบิดเบือน ทำให้คนที่บริสุทธิ์ คนที่ถูก กลายเป็นคนผิดไป แม้ความจริงจะปรากฏว่าถูกต้อง 

😀แต่คนพาล จะแกล้งกล่าวหาเรื่องที่ไม่มีมูลขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกร่ำไป ไม่รู้จักจบสิ้น ตราบใดที่เขายังเป็นคนพาล เพราะฉะนั้น คนโบราณจึงได้สอนเตือนใจไว้ว่า "ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่138😀*พระโพธิสัตว์ขอพรอยากเจอใคร?*พระบรมโพธิสัตว์เมื่อยังสร้างบารมีอยู่ ท่านมักขอพร "ขอให้ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังนักปราชญ์บัณฑิต ขออยู่ร่วมกับท่านทั้งหลาย ท่านจะพึงพอใจในการกระทำ และเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์ เพราะจะได้แต่คำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ 

😀จะไม่ถูกชักนำไปในทางเสื่อม จะทำแต่สิ่งที่มีสาระแก่นสารเป็นกรณียกิจ คำแนะนำสิ่งดีทั้งหลาย เป็นความดีของนักปราชญ์ ซึ่งเป็นคนไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธ เป็นผู้มีวินัยในตนเอง การได้สมาคมคบหากับนักปราชญ์ จึงเป็นสิ่งที่พึ่งปรารถนาของบัณฑิต (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่137😀*พระโพธิสัตว์ขอพรไม่เจอใคร?*สมัยที่พระบรมโพธิสัตว์ยังสร้างบารมีอยู่ เวลามีผู้ทรงคุณธรรมมาให้พร ท่านมักจะขอพรว่า "ขอให้อย่าได้เห็น อย่าได้ฟังคนพาล อย่าได้อยู่ร่วมกับคนพาล และจะไม่ขอร่วม ไม่ขอชอบใจในการเจรจาปราศรัยกับคนพาล 

😃เพราะว่าคนพาลมีปัญญาทราม จะคอยชี้นำแต่สิ่งที่ไม่ควร แนะนำแต่สิ่งที่เป็นบาปอกุศล ชอบชักชวนให้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ ไม่เกิดประโยชน์ ถึงจะพูดดีด้วยก็โกรธ และไม่ยอมรับรู้วินัย ระบบระเบียบที่ดีงามต่างๆ การไม่เห็นคนพาล จึงเป็นสิ่งประเสริฐ" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่136😀*เหตุผลไม่มีในคนพาล*หากเรารู้ว่า มีผู้ไม่ปรารถนาดี เจตนาจะประทุษร้ายเรา ให้เราหลีกเว้นเสีย เพราะเขาจะไม่คำนึงถึงเหตุผล ความถูกต้อง จรรยาบรรณ หรือจริยธรรมใดๆทั้งสิ้น แม้เราจะกล่าวคำสุภาษิต มีถ้อยคำที่ดีมาอธิบายให้ฟัง เขาก็จะไม่ยอมรับ 

😃เพราะใจของเขาปิด ใจของเขา คิดแต่วิธีการที่จะประทุษร้าย เบียดเบียนเราเท่านั้น ผู้รู้ท่านจึงสอน ให้พยายามหลีกเว้นบุคคลประเภทนี้ให้ไกลที่สุด อย่าได้ไปทำความสนิทชิดเชื้อด้วย เพราะจะเป็นทางมาแห่งความเสื่อมเสียแก่ตัวของเราเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

 ครั้งที่135😀*เริ่มต้นจนถึงกาลอวสาน*ชีวิตในวันหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หรือเหมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์ ไม่นานก็เหือดแห้งหายไป ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว 

😀และในที่สุด ก็ถึงกาลอวสาน คือตายจากไป ช่วงเวลาของชีวิตที่เราจะได้สร้างบารมีนั้น สั้นนิดเดียว เราจึงไม่ควรประมาท พึงเร่งทำความเพียร สั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ เพื่อจะได้ไปถึงจุดหมายของชีวิตโดยสวัสดิภาพ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่134😀*รุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง*การเลือกคบคน เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะมีผลทำให้อนาคตของเรารุ่งโรจน์หรือตกต่ำได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า"การไม่คบหาสมาคมกับคนพาล เป็นมงคลของชีวิต เพราะคนพาลมักคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดีเป็นปกติ ชอบชักนำไปในทางที่ผิด ผู้ที่เข้าใกล้จึงมักมีความเห็นผิดตามไปด้วย" ดังนั้น ผู้ที่ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต จึงจำเป็นต้องหลีกให้ห่างไกลจากคนพาล

😀บัณฑิตในกาลก่อน เคยกล่าวไว้ว่า "แม้ชมพูทวีปจะไร้ซึ่งคนดี อย่าพึงคบกับคนพาลเลย จงห่างไกลเหมือนคนหลีกหนีอสรพิษร้าย เพราะคนพาล ย่อมนำแต่ความวิบัติมาให้ อกุศลทั้งมวลเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยคนพาล การคบกับคนพาล จึงมีแต่นำทุกข์มาให้โดยส่วนเดียว”(จากธรรมะเพื่อประชาชน)