วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่133😀*ความล้มเหลวคือบทเรียนชีวิต*การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามของมนุษย์ เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และความใฝ่ฝันอันสูงส่ง ที่ทำให้อยากลงมือทำภาพที่อยู่ในใจให้เป็นความจริงขึ้นมา แม้บางครั้งอาจล้มเหลว แต่ก็ถือเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า อันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด มนุษย์สามารถประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์มากมาย ให้ปรากฏต่อสายตาของชาวโลก 

😀งานสร้างสันติภาพโลก เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน ต้องใช้เวลาและพลังใจที่เข้มแข็ง ประกอบด้วยมหากรุณากันจริงๆ หากใจเรากล้าคิด ที่จะเป็นผู้หนึ่งในการสร้างสันติภาพโลก เราต้องเริ่มต้นลงมือทำ ด้วยการฝึกตนให้เป็นผู้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ มีศีลบริสุทธิ์ สักวันหนึ่ง โลกในอุดมคติ ย่อมจะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่132😀*เพื่อนเรียน เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว*มิตรแท้หรือเพื่อนแท้นี้ เป็นสิ่งที่ใครๆก็ปรารถนา บางคนมีเพื่อนพ้องมิตรสหายมากมาย มีทั้งเพื่อนเรียน เพื่อนกิน เพื่อนดื่ม เพื่อนเที่ยว แต่จะหาเพื่อนที่มีคุณสมบัติ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น หายากเหมือนกัน 

😀ฉะนั้น คำว่า มิตรแท้ ดูเหมือนเป็นถ้อยคำที่ฟังง่ายๆ แต่หาพบได้ยาก เพราะมิตรแท้จริงๆนั้นคือ ผู้ที่เมื่อเราคบหาสมาคมด้วยแล้ว นำแต่ประโยชน์สุขมาให้อย่างเดียว เป็นผู้ที่เชื่อถือได้ ไว้วางใจได้ คือ ถ้าวางใจในบุคคลนั้นแล้ว เป็นไม่ผิดหวัง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่131😀*รักความสุข ชังความทุกข์*สรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนปรารถนาความสุข เกลียดชังความทุกข์ แต่ก็ยากที่จะล่วงพ้นทุกข์ไปได้ ความทุกข์เกิดขึ้นมา พร้อมกับการเกิดของสรรพสัตว์ ตั้งแต่วันแรกเกิด กระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน ทุกข์มาก หรือทุกข์น้อย ก็แล้วแต่บุคคล ถ้ามีบุญน้อย ก็ทุกข์มาก มีบุญมาก ความทุกข์ก็ลดน้อยลงไป

😀เพราะฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวาย หาทางหลุดพ้นจากทุกข์ แสวงหาความสุขที่แท้จริง การปฏิบัติธรรม ด้วยการทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับชีวิตของผู้ที่ปรารถนา ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่130😀*มิตรแท้น่าคบ4ประการ*ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เราจะได้พบกับบัณฑิตที่แท้จริง หรือกัลยาณมิตรผู้ที่เป็นเพื่อนแท้ ลักษณะของมิตรแท้ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้มี 4 ประการ คือ 

1.เป็นมิตรมีอุปการะซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดเวลา 

2.มิตรแนะนำประโยชน์ ที่คอยแนะประโยชน์ให้ดำรงอยู่ในหนทางสวรรค์และนิพพาน 

3.มิตรมีน้ำใจ มีความรักใคร่อันเกิดจากน้ำใสใจจริง 

4.ไม่มีความคิดอิจฉาริษยายามเพื่อนได้ดี (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่129😀*รักใดเสมอด้วยรักตนไม่มี*การเสียสละใดๆ ไม่ยิ่งใหญ่เท่าเสียสละชีวิตของตน เพื่อผู้ประเสริฐกว่า เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ไม่ว่าคนหรือสัตว์ทั้งหลาย ต่างรักชีวิตของตนด้วยกันทั้งสิ้น จึงมีคำว่าว่า "รักใดเสมอด้วยรักตนไม่มี" 

😀ดังนั้น การที่ใครจะสละชีวิตของตัวเอง ต้องมีใจที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ หรือผู้ที่จะได้รับการสละชีวิตนั้น ต้องมีคุณธรรมมากมายมหาศาล อย่างเช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และครูบาอาจารย์ของเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่128😀*ยิ่งรักมาก ยิ่งทุกข์มาก*สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ต่างแสวงหาหนทางหลุดพ้น ที่เป็นมนุษย์ก็ต้องแสวงหาปัจจัยสี่ ซึ่งหากได้มาตามต้องการ ก็จะบรรเทาความทุกข์ยากลำบากไปได้ชั่วคราว แต่ถ้าไม่ได้มา ก็จะเป็นทุกข์กังวลใจ หลับก็ไม่เป็นสุข ตื่นก็ไม่เป็นสุข บางครั้งเมื่อได้มาแล้ว กลับมีความกังวล 

😀เพราะจะต้องตามดูแลรักษาให้สิ่งนั้นอยู่กับตัวนานๆ จึงเป็นทุกข์เพิ่มขึ้นอีก ยิ่งรักมาก ก็เป็นทุกข์มาก หากสูญเสียไป ก็ยิ่งเป็นทุกข์หนักกว่าเดิมอีก เวียนวนอยู่อย่างนี้ หาที่สุดไม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ตัณหาความทะยานอยากพาไป ชีวิตไม่มีที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง จึงต้องแสวงหากันอยู่ร่ำไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่127😀*ผู้ที่หาได้ยากในโลก*ผู้มีหัวใจยอดกัลยาณมิตร มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เมื่อเห็นข้อบกพร่องของผู้ใดแล้วมีกำลังใจพอที่จะว่ากล่าวตักเตือน และพูดออกไปด้วยความหวังดี นับว่าเป็นผู้ที่หาได้ยากในโลก คนที่จะทำอย่างนี้ได้ ต้องมีจิตใจสูงส่ง ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใหญ่เป็นหลัก 

😀แม้บางครั้ง จะต้องพบกับความไม่พอใจหรือไม่เข้าใจ ของผู้ที่เราว่ากล่าวตักเตือน แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ ใจของผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ จะต้องยิ่งใหญ่และผ่องใสเสมอ อย่าให้สูญเสียความละเอียดไปอย่างเด็ดขาด เช่นนี้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่126😀*หัวใจคน ไม่ใช่แก้ว*หัวใจของบัณฑิตมีแต่การให้อภัย มิตรภาพที่ถูกความเข้าใจผิดบั่นทอน ย่อมจะกลับมาเชื่อประสานกันได้ดังเดิม เพราะบัณฑิตมองเห็นประโยชน์แห่งความสัมพันธ์อันดี ส่วนความแตกร้าว ถ้าบังเกิดขึ้นกับใคร หรือสังคมหมู่ใดก็ตาม ก็จะมีแต่ความเสื่อมเสียเท่านั้น ที่นำมาซึ่งความวิบัติต่างๆนาๆ เคยมีคำกล่าวว่า แก้วที่แตกไปแล้ว ยากที่จะประสานได้ดีดังเดิม 

😀แต่ใจคนเราไม่ใช่แก้ว กลับใจยิ่งกว่าแก้ว หากเต็มเปี่ยมด้วยเมตตา และอภัยทานเยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์แล้ว แม้จะถูกกลั่นแกล้งทำร้าย ก็พร้อมที่จะให้อภัย หรือแม้บางครั้งจะเกิดความไม่เข้าใจ ก็ปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งยังกลับมาเชื่อมสนิทได้ดังเดิมและดีกว่าเดิมอีกด้วย ส่วนมิตรภาพของคนพาลนั้น เมื่อแตกร้าวกันแล้ว ย่อมจะเกิดความหวาดระแวงกันเอง ไม่อาจกลับมาดีได้ดังเดิม (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่125😀*ไม่เที่ยงแท้ยั่งยืน*ในสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบี้องปลายไม่ได้นี้ ทุกชีวิตที่เกิดมา ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ไม่มีสังขาร อันใดเลยทีเที่ยงแท้ยั่งยืน มีเพียงคุณงามความดี ที่กลั่นตัวเป็นความบริสุทธิ์เท่านั้น 

😀ที่จะส่งผลให้เราได้เข้าถึงธรรมภายใน กายธรรมภายในนี้แหละ คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นอิสระจากสิ่งที่เป็นมลทิน จากความโลภ ความโกรธ ความหลง กิเลสอาสวะต่างๆ เป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา และจะเป็นนิรันดร์อย่างนี้ตลอดเวลา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่124😀*ดั่งดอกมะลิออกจากปาก*บัณฑิต คือ ผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยปัญญาอันประเสริฐ เป็นปัญญาที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่น ผู้ที่ชื่อว่าบัณฑิต คือผู้ที่ยึดเอาประโยชน์ทั้ง2ประการไว้ได้ คือ ประโยชน์ในภพนี้ และประโยชน์ในภพหน้า คนไหนเป็นบัณฑิต เราจะสังเกตได้ว่า เขาจะคิดแต่เรื่องที่ดี ที่เป็นไปเพื่อบุญกุศล ไม่คิดพยาบาทเบียดเบียน คิดแต่เรื่องสร้างบุญบารมี 

😀เมื่อจะพูด ก็พูดแต่ถ้อยคำที่ดี เป็นอรรถเป็นธรรม พูดแต่คำจริง ไม่เพ้อเจ้อ ไม่ส่อเสียด และเป็นถ้อยคำที่ไพเราะ เป็นไปเพื่อความสามัคคี คำพูดของบัณฑิตที่พูดออกไป เหมือนดอกมะลิที่ออกจากปาก ยังความชุ่มชื่นเบิกบานใจให้แก่ผู้ฟัง อีกทั้งบัณฑิตจะทำแต่สิ่งที่ดี ประพฤติกายสุจริตจนเป็นนิสัย ใครก็ตามที่คบบัณฑิตเช่นนี้ ชีวิตจะพบแต่แสงสว่างและรุ่งโรจน์เสมอ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่123😀*มีภัยร่วมต้าน มีปัญหาร่วมแก้*เราเกิดมาเป็นมนุษย์ จำเป็นที่จะต้องพบปะพูดคุย คบหาสมาคมและทำงานร่วมกัน การคบหาสมาคม คือ มีความไว้วางใจเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นว่า หากเอาใจของเราไปวางไว้ที่เขา แล้วจะไม่ผิดหวัง จะมีแต่ความสุขความเจริญอย่างเดียว บุคคลเช่นนั้น หากเราคบไว้เป็นเพื่อนเรา จะได้เพื่อนแท้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ยามมีภัยก็ร่วมกันต้าน มีปัญหาก็ร่วมกันคิดแก้ไข 

😀อีกทั้ง คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ ฉะนั้น เมื่อเราคิดที่จะคบใครสักคน ควรเลือกคบหาแต่บัณฑิต ผู้ชี้ทางสว่างให้กับเราได้ นั่นคือ เมื่อมองไปรอบทิศ ก็ให้มีแต่นักปราชญ์บัณฑิตอยู่รอบตัว นั่นแสดงว่า เรามีสิ่งที่ทรงคุณค่า มีสิริมงคลอยู่ใกล้ตัว อันจะทำให้ชีวิตของเรามีแต่ความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่122😀*ถ้าใช้ปัญญา ปัญหาจะหมดไป*การสร้างบารมีเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติและของพวกเราทุกคน ที่จะต้องทำจนกว่าจะบรรลุจุดหมายปลายทาง ในระหว่างทาง อาจจะมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆเกิดขึ้นบ้าง แตสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์กำลังใจ บางปัญหาเราก็แก้ไขได้ 

😀บางปัญหาก็รอคอยการแก้ไข ปัญหาทุกๆปัญญามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าใช้ปัญญา ปัญหาก็จะหมดไป ถ้าใจสงบ ก็จะพบทางออก เพราะใจที่สงบ จะเกิดปัญญารู้แจ้ง เป็นปัญญาความรอบรู้อันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้ตัวเราและชาวโลกหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่121😀*สูงส่งหรือตกต่ำอยู่ที่คบมิตร*ความเป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกันนั้น มีแต่คุณประโยชน์ ความเป็นกัลยาณมิตรจะส่งผลดี มีความเกื้อกูลกันไปทุกภพทุกชาติ เมือเกิดมาพบกับอีก ก็จะเกิดความรัก ความเข้าใจกันอย่างดี  อยากจะช่วยเหลือสนับสนุนกัน ช่วยทำกิจการงานทุกอย่างให้ โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอร้อง 

😀เมื่อถึงคราวบุญบันดาล ก็จะมีผู้มีบุญมาช่วยเหลือ เราจะมีมิตร มีพวกพ้องบริวาร จะทำอะไร ก็ได้รับความสะดวกสบาย ราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ ส่วนการคบกับคนพาลนั้น ชีวิตจะตกต่ำ และเป็นหนทางแห่งความเสื่อม นำไปสู่อบายภูมิ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่120😀*มิตรแท้เพื่อช่วย,มิตรเทียมหวัง*การคบคนพาล จะมีแต่โทษ เพราะจะทำให้เราพลอยติดนิสัยที่ไม่ดีไปด้วย ชอบคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว อยู่เป็นนิตย์ และที่คบกัน ก็มักเป็นเพราะ มีผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ เราจะสังเกตได้ว่า ใครเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียม 

😀ก็รู้ได้ในคราวที่ตกทุกข์ได้ยาก ถ้าเป็นมิตรแท้ ก็จะช่วยเหลือ เพราะมิตรแท้ แม้ชีวิตก็สละให้กันได้ เพื่อให้เพื่อนมีชีวิตรอดปลอดภัย และเป็นคนดีของสังคมต่อไป ดังนั้น ความเป็นมิตรแท้ จึงไม่มีในหมู่คนพาล แต่เราจะหามิตรแท้ได้ เฉพาะในหมู่บัณฑิตเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่119😀*มิตรภาพเบ่งบานมั่นคงยั่งยืน*มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย จะเข้ากันได้โดยธาตุ คือ จะคบหาสมาคมกันเพราะมีจริตอัธยาศัยตรงกัน มีรสนิยมเดียวกัน รวมทั้งมีคุณธรรม ความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกัน เช่น ถ้าเราเป็นผู้รักในการฝึกตัว เมื่อเราไปพบกับนักปราชญ์ราชบัณฑิต 

😀ก็ทำให้เราอยากจะคบหาด้วย เมื่อคบกันไปนานๆ มิตรภาพนับวันจะเบ่งบานมั่นคงและยั่งยืน เป็นการคบกันโดยไม่มีผลประโยชน์เขามาเกี่ยวข้อง มีแต่เรื่องคุณประโยชน์อย่างเดียว ที่เกิดจากใจบริสุทธิ์ มีความเคารพรัก ศรัทธา และปรารถนาดีต่อกัน (จากธรรมเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่118😀*จะมืดหรือสว่าง อยู่ที่เรา*สรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิด จนกระทั่งถึงวันหลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับโลก ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน 

😀แต่ที่เราเห็นแสงสว่าง ก็เพราะมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หรือดวงไฟ จึงทำให้โลกเราสว่างได้ เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวายหาทางหลุดพ้นจากทุกข์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่117😀*กลับตัวกลับใจได้เพราะใคร?*บัณฑิต คือคนที่มีใจผ่องใสอยู่เสมอ มีความเห็นถูกต้อง รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรเป็นบุญ อะไรเป็นบาป ดำเนินชีวิตด้วยสติและปัญญา ทั้งสอนตนเองได้ และสอนผู้อื่นได้ 

😀ใครไปคบหาสมาคม ก็จะได้รับการชักนำให้ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี ปิดประตูอบายภูมิ และนำทางไปสู่สุคติโลกสวรรค์ จึงกลับตัวกลับใจเลิกทำบาปกรรมได้ เพราะการคบหาบัณฑิตนั่นเอง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่116😀*เพื่อนดีมีน้อย ยังดีมีเพื่อนพาลนับร้อย*การได้คบหาสมาคมกับบัณฑิตนักปราชญ์ ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง จะเป็นเหตุให้เพิ่มพูนคุณธรรมภายในตัว เพราะบัณฑิต จะไม่คอยจับผิดคนอื่น แต่จะแสวงหาสิ่งที่ดีงาม แล้วนำมาสอนตัวเอง สอนผู้อื่น จะไม่ชวนทะเลาะให้แตกสามัคคี 

😀มีแต่กล่าวคำที่นำมาซึ่งการสมานไมตรี คอยชี้เส้นทางสวรรค์ เส้นทางนิพพานให้ แต่ถ้าในโลกนี้ ไม่มีบัณฑิตให้คบหาสมาคมเลย ก็ควรเที่ยวไปตามลำพังคนเดียว ดีกว่าไปคบเพื่อนที่ไม่ดี เพราะเพื่อนที่ดี แม้จะมีน้อย ยังดีกว่าเพื่อนนับร้อย ที่หาผู้ชี้ทางสวรรค์ทางนิพพานไม่ได้เลย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่115😀*มิตรภาพยิ่งใหญ่&สำคัญกว่า*มิตรแท้ มีความสำคัญต่อชีวิตของเราทุกคน เมื่อมีมิตรแล้ว ก็ให้ผูกมิตรไว้ให้ดี อย่าได้ด่วนทำลายมิตรภาพของกันและกัน ต้องรู้จักถนอมน้ำใจกัน รักษาสัมพันธไมตรีไว้ อย่าให้เสื่อมคลาย แม้บางครั้งอาจมีความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ให้ปรับเข้าหากัน ประนีประนอม อะลุ่มอล่วยกัน อย่าได้ถือสาหาความ เพราะเรื่องอื่น เป็นเรื่องเล็ก แต่มิตรภาพ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่า

😀มิตรแท้ที่สำคัญที่สุด ที่เราจะมองข้ามไปไม่ดได้ คือ กัลยาณมิตรที่อยู่ภายในตัวของเรา ซึ่งก็คือ พระรัตนตรัยภายในนั่นเอง ท่านเป็นมิตรที่ยิ่งกว่ามิตรทั้งหลาย มีแต่ความปรารถนาดีล้วนๆ ความบริสุทธิ์ล้วนๆ ท่านสามารถช่วยให้เราพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เวลาเรามีทุกข์ สามารถพึ่งท่านได้ตลอดเวลา จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป (จากธรรมะเพื่อประชาชน)


 ครั้งที่114😀*ชี้หนทางสวรรค์ ปิดนรก*การที่จะได้พบกัลยาณมิตรสักคน ไม่ใช่เรื่องง่าย บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้มีความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตน ยอมที่จะให้ผู้อื่นตักเตือน ชี้แนะข้อบกพร่อง ต้องลดทิฏฐิมานะ พร้อมที่จะรับฟังความของบุคคลทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เหนือกว่าเรา เสมอกับเรา หรือต่ำกว่าเรา เพราะกัลยาณมิตรนั้น อาจเป็นคนธรรมดา เป็นนักปราชญ์ หรือเป็นบัณฑิตก็ได้

😀หากรู้ว่า เขาเป็นคนดีมีคุณธรรม แนะนำแต่เรื่องที่เป็นบุญเป็นกุศล สามารถชี้หนทางสวรรค์ ปิดนรก และยกใจขึ้นสู่พระนิพพานได้ เราควรคบบุคคลเช่นนั้น เพราะเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก พระพุทธองค์ จึงทรงสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่113😀*ความปรารถนาเหมือนกัน*มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ ต่างมีความปรารถนาเหมือนกันคือ ปรารถนาความสุข และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ที่สมบูรณ์ มีความรู้ความสามารถ แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม จึงได้พยายามศึกษาหาความรู้ให้สูงขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม อุดมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เมื่อจบปริญญาแล้ว เขาก็เรียกว่า "เป็นบัณฑิต" "เป็นมหาบัณฑิต" "เป็นด๊อกเตอร์" 

😀ได้รับการยอมรับจากสังคมว่า เป็นคนมีความรู้ คนมีปัญญา นี่คือ บัณฑิตในทางโลก สำหรับบัณฑิตในทางธรรม หมายเอา ผู้มีคุณธรรมภายใน ซึ่งมีอยู่หลายระดับ ถึง 18ชั้นด้วยกัน ตั้งแต่กายมนุษย์ ถึงกายธรรมพระอรหัต เป็นบัณฑิตที่มีอยู่ภายในตัวของมนุษย์ทุกคน ละเอียดเป็นชั้นๆเข้าไป มีความฉลาด ความรอบรู้เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ (จากธรรมเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 ครั้งที่112😀*ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ*การคบกับคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม เพราะปกติ คนพาลมักจะชักนำไปในทางที่ผิด เนื่องจากเป็นผู้มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ จึงมีความเห็นผิด ก่อให้เกิดความทุกข์ต่อตนเองและผู้อื่น เหมือนใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า ย่อมต้องพลอยเหม็นแปดเปื้อนไปด้วยฉันใด ผู้ที่คบคนพาลก็ต้องพลอยเสียชื่อเสียง และเดือนร้อนใจไปด้วยฉันนั้น

😀ส่วนการคบกับบัณฑิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขความเจริญรุ่งเรือง เพราะบัณฑิต จะคอยชี้แนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ถูกต้องดีงาม เนื่องจากเป็นผู้มีใจใสเป็นปกติ มีความเห็นถูกต้อง ตรงไปตามความเป็นจริง รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรชั่ว อะไรเป็นประโยชน์ และอะไรไม่เป็นประโยชน์ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตจึงเป็นสุข เหมือนอยู่ท่ามกลางสมาคมของหมู่ญาติที่มีความปรารถนาดีต่อกัน (จากธรรมเพื่อประชาชน)