วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่224😀*อย่าสิ้นหวัง*เราทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้ ต่างเคยทุ่มเทชีวิตจิตใจไปกับการทำธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องราวต่างๆที่ไม่เป็นสาระมามากแล้ว บางคนถึงกับเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในสิ่งที่ตัวเองมุ่งมั่นไว้ เมื่อชีวิตไม่สมหวัง ก็หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย กระโดดตึกตาย กระโดดน้ำตาย หรือหากเป็นนักธุรกิจที่ตัดสินใจกู้หนี้ยืมสินมากมาย เพื่อทำการลงทุน เมื่อธุรกิจล้มเหลว ทุนหายกำไรหด 

😀ทั้งๆที่อุตส่าห์ทุ่มเททำมาตลอดชีวิต เมื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ มีให้เราเห็นกันเป็นประจำ ในสังคมที่โลดแล่นไปกับโลกแห่งวัตถุนิยม สังคมที่มีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนจึงต้องทุ่มเทใช้ความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ แต่ความเพียรเหล่านั้น เป็นเพียงการให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ที่ไม่จีรังยั่งยืนเท่านั้น (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่223😀*น้ำขึ้นให้รีบตัก*การที่เราตั้งใจทำความดี ทุ่มเทชีวิตจิตใจสร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้างและเงื่อนไขทุกลมหายใจ เป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญบารมี ชีวิตเราจะปลอดภัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และจากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ เพราะเราเข้าใจแล้วว่า นั่นเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยเท่านั้น เราจะเข้าถึงภพภูมิที่ดีกว่า ละเอียดประณีตกว่า 

😀เหมือนการย้ายตำแหน่ง ย้ายที่อยู่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้น วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ เราปรารถนาจะสร้างบุญอะไร ให้รีบทำให้เต็มที่ น้ำขึ้นให้รีบตัก เรามาถึงฝั่งแห่งทะเลบุญแล้ว จะใช้ภาชนะอะไรตัก ก็เลือกเอา ตักมากได้มาก ตักปานกลาง ก็ได้ปานกลาง ตักน้อยก็ได้น้อย เพราะชีวิตขึ้นอยู่กับเรา แล้วแต่เรา ใครรักบุญ ปรารถนาบุญ ก็รีบทำกันให้เต็มที่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่222😀*ชัยชนะหรือพ่ายแพ้*เส้นทางของผู้ที่เกิดมาแล้ว ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่เหินห่างจากการสร้างความดีทั้งกาย วาจา และใจ ย่อมเป็นชีวิตที่ไม่หวาดกลัวต่อมรณภัย จะมีชัยอยู่อย่างปลอดภัย และจากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ ต่างจากชีวิตของผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าของการสร้างบารมี มีมากราวฟ้ากับดิน

😀ชีวิตของโมฆบุรุษ จะดำรงอยู่อย่างผู้แพ้ คือ พ่ายแพ้ต่ออำนาจอาสวกิเลส เป็นชีวิตที่หวาดหวั่นอยู่เป็นนิตย์ และจากไปอย่างผู้พ่ายแพ้ ไปสู่อบายภูมิที่ปราศจากความสุข ต้องเสวยวิบากกรรมอันแสนทรมานเป็นเวลายาวนาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่221😀*ใครคือ?โมฆบุรุษ*ผู้มีความเกียจคร้าน ย่อหย่อนในการปรารถความเพียร หมายถึง บุคคลทที่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่รู้จักประกอบคุณงามความดี พระพุทธองค์ตรัสเรียกชีวิตของผู้นั้นว่า เป็นโมฆบุรุษ คือว่างเปล่าจากคุณงามความดี ส่วนผู้ที่ปรารถความเพียรมั่นคง คือ คนที่ไม่ประมาทในการใช้ชีวิตนั่นเอง 

😀แม้ชีวิตนี้จะดำรงอยู่ได้ไม่นาน แต่พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญว่า ใครดำรงชีวิตอยู่อย่างประเสริฐหรือไม่นั้น ไม่ได้วัดกันที่ความมั่งคั่ง มิใช่เกิดจากความยาวนานของชีวิต แต่วัดที่ใครจะใช้เวลาที่ผ่านไปให้มีคุณค่า เป็นไปเพื่อการเพิ่มพูนบุญญาบารมีได้มากกว่ากันต่างหาก (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่220😀*ภัยที่น่ากลัวที่สุด*ในสังสารวัฏ มีภัยอเนกประการ ภัยที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือ ภัยจากอบายภูมิ ภพของอบายนั้น เป็นภพที่เสวยแต่ความทุกข์อันแสนทรมาน เมื่อพลัดตกไปในอบายภูมิแล้ว กว่าจะกลับมาสู่สุคติภูมิได้ ต้องใช้เวลายาวนาน การดำรงชีวิตด้วยการตั้งใจทำคุณงามความดี 

😀เป็นเครื่องยืนยันว่า เราจะไปสู่สุคติภูมิอย่างเดียว แต่ถ้าหากเกิดมาแล้ว เป็นอยู่สักแต่ว่ามีลมหายใจเข้าออก ไม่ได้สั่งสมบุญเพิ่มขึ้น ชีวิตจะว่างเปล่าจากสิ่งที่มีคุณค่า เกิดมาก็เหมือนไม่ได้เกิด ดังนั้น เราควรแสวงหาสาระของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่219😀*สู้ในสมรภูมิบุญบาป*เส้นทางชีวิตของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน เพราะการกระทำของแต่ละคนแตกต่างกัน ใครทำกรรมใดไว้ ต้องเป็นไปตามนั้น เราเป็นเจ้าของชีวิตย่อมมีสิทธิ์เลือกว่า จะวางชีวิตของเราได้ตรงจุดไหน จุดแห่งแสงสว่าง หรือจุดที่มืดบอด จุดแห่งบุญบารี หรือจุดแห่งบาปอกุศล 

😀นักสร้างบารมีที่ดี ต้องมีใจตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี ตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมในจุดแห่งบุญบารมีเท่านั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว เสมือนเป็นนักรบที่ก้าวลงสู่สมรภูมิ เราต้องเราชนะบาปอกุศลทั้งหลายให้ได้ ให้มีแต่บุญบารมีล้วนๆ สร้างบารมีให้เต็มที่ เต็มกำลังทุกอนุวินาที เพื่อชีวิตที่ดี ตราบวันเข้าสู่พระนิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่218😀*เปิดเผยความลี้ลับ*ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ บางคนเป็นคนปกติมีอาการครบ32ประการ บางคนเป็นคนพิกลพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ บางคนมีสติปัญญาเฉลียดฉลาด บางคนมีปัญญาทรามไม่เฉลียวฉลาด บางคนร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงและบริวาร ในขณะที่อีกหลายคนไม่เป็นอย่างนั้น 

😀ทั้งที่ใจปรารถนาอยากจะรวย อยากมีความสุข ความสำเร็จสมหวังเหมือนกัทุกคน คำตอบเหล่านี้ หากไม่ได้มาพบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ สิ่งที่สงสัยเหล่านี้ ก็จะยังคงเป็นความลับต่อไป เราจึงเกิดดวงปัญญา ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เพื่อให้ชีวิตสมปรารถนา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่217😀*ใครเหรอ?อยู่ฉากหลัง*เราเกิดมาเป็นคนเหมือนกัน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกัน ราวฟ้ากับดิน เช่น สติปัญญา ความรู้ความสามารถ ชีวิตความเป็นอยู่ อุปนิสัยใจคอ เพราะได้รับการหล่อหลอมมาต่างกัน สิ่งที่สั่งสมมาในอดีตก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ฉากหลัง ที่ทำให้เรามีความแตกต่างกัน

😀สิ่งนั้นคือ "บุญและบาป" ซึ่งปรุงแต่งให้เราเป็นไปต่างๆนานา เราจะเข้าใจหรือจะไปรู้ไปเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องอาศัยวิชชาในพระพุทธศาสนาเท่านั้น จึงจะรู้จะเห็นในสิ่งเหล่านี้ได้แจ่มแจ้ง เป็นสุดยอดของความรู้ทั้งปวง ทำให้เรารู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องภพภูมิ เรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่216😀*โลกนี้จะพึ่งใครดี?*มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา ต่างแสงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งเป็นสาระที่แท้จริงสำหรับชีวิต แต่เนื่องจากปัญญาและวิจารณญาณที่แตกต่างกัน ทำให้มีการแสวงหากันไปต่างๆนานา พบทั้งสิ่งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้าขาดกัลยาณมิตร ก็เหมือนกับคนเดินทางในที่มืด หาหนทางออกไม่พบ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีเจ้าลัทธิ หรือผู้ตั้งตนเป็นศาสดาต่างๆ จำนวนมากเกิดขึ้นในโลก 

😀เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งทางใจ ให้กับผู้ต้องการแสวงหาทางหลุดพ้น ส่วนแนวคำสอนนั้นก็แตกต่างกันไป มีทั้งถูกบ้าง ผิดบ้าง เป็นไปเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานก็มี หรือบางลัทธิก็ตรงกันข้าม ขวางหนทางนิพพาน ที่พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า เป็นพวกเดียรถึย์ คือ นำสาวกไปสู่ที่ที่ไม่ใช่นิพพาน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่215😀*สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุด*วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เราได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิต หมดไปกับการประกอบภารกิจต่างๆ จนเรารู้สึกว่า เราไม่ค่อยจะมีเวลา และคำว่า ไม่มีเวลา ดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณ  จนทำให้เรา ไม่ได้ให้โอกาสกับตัวเอง เพื่อให้พบกับความสงบของใจ 

😀เราจึงสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือ  ความสงบใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินทองหาซื้อไม่ได้ และไม่มีสมบัติใดในโลก ที่จะมาเทียบได้กับความสุขของใจ ดังนั้นช่วงเวลานี้ เราควรจะให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้สงบสะอาดบริสุทธิ์ ให้เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ในตัวเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่214😀*ชีวิตพลิกเพราะบุญ&บาป*แม้เราจะได้ชื่อว่า เป็นคนดีคนหนึ่งในสังคม ถ้าพลาดไปทำในสิ่งที่ไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำไปเพราะความประมาทชะล่าใจ คิดว่าเป็นเพียงบาปเล็กๆน้อยๆ จึงทำสิ่งนั้นบ่อยๆ จนคุ้นเคยเป็นอาจิณ เช่นนี้ย่อมทำให้ใจหมอง เป็นมลทินของใจ ซึ่งจะมีผลต่อคติที่ไปเมื่อยามละโลก เหมือนผ้าขาวที่มีจุดด่างกระจายไปทั่ว ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย 

😀แต่อย่าลืมว่า น้ำทีละหยดที่ตกลงมาในตุ่ม ยังเติมตุ่มให้เต็มได้ฉันใด บาปกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้น มันพอกพูนได้ และสามารถพลิกชีวิตจากคนที่ดี ให้กลายเป็นคนไม่ไม่ดีได้ จากที่เคยเป็นบัณฑิต ก็อาจกลายเป็นคนพาล บาปมันมีฤทธิ์มาก สามารถพลิกดีให้กลับกลายเป็นชั่วได้ ฉะนั้นต้องคอยระวังบาป อย่าให้เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่213😀*ทำดีชีวิตมีแต่ขาขึ้น*บุคคลใด แม้ยังไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นเป็นคนดีที่สมบูรณ์ เพียงไม่ได้ทำความชั่วเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ทำความดี ที่เป็นประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่น ต่อเมื่อได้ลงมือทำความดีแล้วเท่านั้น จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดี เพราะได้ละเว้นจากการทำความชั่ว และตั้งใจทำความดีให้ถึงพร้อม 

😀แต่ถ้าเป็นคนดีที่สมบูรณ์จึงจะเกิดขึ้น คือ ต้องทำให้ครบหลักวิชชา ทั้งละชั่ว ทำดี และทำใจให้ใสๆ ในชีวิตประจำวันของเรา หากได้นำหลักนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิต ในทุกเรื่องทุกขั้นตอน คือ ไม่ว่าจะทำอะไร พยายามใคร่ครวญพิจารณา ชีวิตเราย่อมมีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่212😀*โลกแห่งบุญ&บาป*โลกมนุษย์เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี เมื่อเรามีโอกาสได้กายมนุษย์ ต้องใช้ให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ให้สมกับความยาก ที่ได้อัตภาพร่างกายนี้มาครอบครอง ด้วยการทำความดีให้ถึงพร้อม และละเว้นจากความชั่วทั้งหลาย ดังพระพุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งว่า

😀"คนพาล เมื่อทำความชั่ว ย่อมเหิมเกริม ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล แต่เมื่อใดบาปให้ผล คนพาลจึงเห็นว่าเป็นบาป เพราะได้ประสบทุกข์อันใหญ่หลวง บุคคลใด เมื่อสั่งสมบาปแม้ทีละน้อยๆ บาปย่อมเพิ่มพูน และย่อมกระทำบุคคลนั้นให้เป็นคนพาลได้ ส่วนบัณฑิตพึงละจากบาป แล้วมุ่งกระทำที่สุดแห่งทุกข์" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่211😀*ชี้โทษคือชี้ขุมทรัพย์*การที่เราจะเป็นผู้ปกครองที่ดี จะต้องรู้จักสอนคนในปกครองให้เป็นคนดี ให้เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ คือ ให้มีความรู้คู่คุณธรรม ครูบาอาจารย์ที่ดีก็เช่นกัน ต้องหมั่นตักเตือนสั่งสอนให้ศิษย์เป็นคนดี คอยประคับประคองให้ลูกศิษย์ดำเนินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ถูกทำนองคลองธรรม โดยไม่กลัวภัยที่จะเกิดขึ้นกับตน 

😀ดังนั้น การสั่งสอนโดยการลงโทษแบบบัณฑิต จึงเป็นการชี้ขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ ที่มีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษ ไม่มีเวรไม่มีภัย เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญาจึงมองเห็นว่า การชี้โทษคือ การชึ้ขุมทรัพย์ ยิ่งผู้ที่มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร ยิ่งต้องอดทน ต่อการชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีกของครูบาอาจารย์ เพราะท่านจะขนาบเราเพื่อให้เราได้ดี ชีวิตเราจะได้ปลอดภัย (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่210😀*ศิษย์มีครู*บัณฑิตในกาลก่อน ท่านจะทำทุกวิถึทาง ที่จะตักเตือนสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดี ไม่ให้พลั้งพลาดไปทำความชั่ว ถึงแม้บางครั้งศิษย์ยังคิดตรองตามไม่ทัน ไม่เข้าใจเจตนาอันบริสุทธิ์ของอาจารย์ แต่เพราะเห็นประโยชน์ที่จะเกิดแก่ศิษย์ในภายภาคหน้า ท่านจึงได้ตักเตือนสั่งสอน หรือบางครั้งก็ลงโทษหนักบ้าง เบาบาง ตามเหตุอันสมควร 

😀เพื่อให้ศิษย์ได้สำนึก เมื่อรู้ตัวแล้ว จะได้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง ดังนั้น ศิษย์ที่ดี จะต้องเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาปรารถนาดีของอาจารย์ ไม่ผูกโกรธผูกใจเจ็บแค้นเคือง เมื่ออาจารย์สั่งสอน ก็ให้อดทนน้อมรับโอวาทด้วยความเคารพ จะได้ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่209😀*เป็นศิษย์สำนักดี?*ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ล้วนประสบกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเราจำเป็นต้องมีเครื่องป้องกันกายและใจของเรา ไม่ให้ลื่นไหลไปตามกระแสกิเลสที่เชี่ยวกรากในปัจจุบัน คือ มีคุณธรรมภายในสำหรับต้านทานกิเลส ครูบาอาจารย์เป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่ง 

😀ในการปลูกฝังให้เรามีความรู้คู่กับความดี แม้ว่าวิธีการในการสั่งสอนของอาจารย์แต่ละท่าน จะแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ เพื่อให้เราเป็นคนดี เป็นคนมีความรู้คู่คุณธรรม และวิธีการที่ดีที่สุด ในการฝึกฝนอบรมคุณธรรมให้แก่ตัวของเราเอง คือ การหมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำใจให้ใสๆหยุดนิ่งทุกๆวัน (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่208😀*ไอทีเหมือนดาบสองคม*ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลข่าวสารสามารถถึงกันได้ในเวลารวดเร็ว ถ้าหากมีการนำเสนอข้อมูล ที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้รับ ดังนั้น ผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร จึงมีส่วนสำคัญ ที่จะให้ผู้บริโภคมีความเชื่อ 

😀และความเข้าใจไปในทิศทางใด ถ้าหากนำเสนอในเรื่องที่มีประโยชน์สร้างสรรค์ ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์จากสื่อนั้นเต็มที่ แต่ถ้าข้อมูลไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ก็เป็นเรื่องที่เป็นอันตราย น่าเป็นห่วง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่207😀*โลกาภิวัฒน์ หรือ โลกานุวัตร*ปัจจุบันนี้ เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน ยุคที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า"โลกาภิวัฒน์" แม้จะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก ก็สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารภายในเวลาไม่กี่นาที แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรายังตกอยู่ในกระแสโลกที่เรียกว่า"โลกานุวัตร" 

😀หมายความว่า เป็นไปตามโลก ยังคล้อยตามคนส่วนใหญ่ที่เขาเชื่อกันอยู่ ซึ่งยังมีความรู้ไม่สมบูรณ์ น้อยคนนักที่จะใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบในเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้รู้เห็นถูกต้องไปตามความเป็นจริง (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

 ครั้งที่206😀*รวยด้วยสมบัติทั้ง3*สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ "บุญ"ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ 

😀มีโอกาสทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างเต็มที่ ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระบรมศาสดา จนกระทั่งมีดวงตาเห็นธรรม ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ จะได้มาต้องอาศัยบุญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่205😀*เป้าหมาย2อย่าง* คือเป้าหมายทางโลกกับเป้าหมายทางธรรม เป้าหมายทางโลกคือ การศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพการงาน แต่เป้าหมายทางธรรมนี้สำคัญ เพราะเราเกิดมาภพชาติหนึ่ง จะต้องสั่งสมบุญกุศลไว้เป็นเสบียงหล่อเลี้ยงชีวิตข้ามภพข้ามชาติ ตั้งเป้าหมายในการสร้างบารมีไว้ ฝึกฝนกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ละโลกไปแล้ว เราจะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี 

😀มีโอกาสสร้างความดีได้เต็มที่และสะดวกสบาย ดำเนินชีวิตมุ่งตรงสู่มรรคผลนิพพาน ตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าตัวเองยังไม่มีศรัทธา ก็ตั้งตนไว้ในศรัทธา ถ้าตัวเองเป็นคนตระหนี่ ก็ตั้งเป้าหมายทำทานให้ได้สม่ำเสมอ ถ้าตัวเองยังไม่มีศีล ก็ตั้งเป้าหมายให้รักษาศีลได้บริสุทธิ์บริบูรณ์ (จากธรรมะเพื่อประชาชน)

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 ครั้งที่204😀*ความรู้ 2 in 1"เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ 2 ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลกและการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก มีเป้าหมายเพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ 

😀เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คนเราเกิดมาต้องมีเป้าหมายชีวิต จะได้ฝึกฝนตนเองไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การตั้งเป้าหมายไว้ในทางที่ถูกต้อง จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทางพระท่านเรียกว่า "ตั้งตนชอบ" (จากธรรมะเพื่อประชาชน)